CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น

เวลาที่ลดน้ำหนักแต่สัดส่วนไม่ลดลงตาม หรือลดแล้วก็กลับมาอ้วนอีก เป็นเพราะการลดน้ำหนักด้วยวิธีทั่วไปเป็นการลดขนาดเซลล์ไขมันให้เล็กลง แต่จำนวนเซลล์ไขมันยังอยู่เท่าเดิมครับ ทำให้มีโอกาสที่เซลล์ไขมันจะขยายตัวขึ้น เมื่อกินอาหารมากเกินไปหรือไม่ดูแลตัวเอง
ดังนั้นหัวใจสำคัญของการรักษาหุ่นหรือรูปร่างที่ดีให้อยู่นาน คือการลดจำนวนเซลล์ไขมัน ปัจจุบันเครื่องมือที่ทำได้และได้รับความนิยม CoolSculpting เป็นวิธีสลายไขมันด้วยความเย็น ที่ช่วยลดจำนวนเซลล์ไขมันได้อย่างถาวร ปรับรูปร่าง กระชับสัดส่วน โดยไม่กระทบกับเนื้อเยื่อหรือเซลล์อื่น ๆ ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น และไม่มีปัญหาโยโย่ตามมา
รายละเอียดข้อควรรู้ก่อนทำ CoolSculpting หมอสรุปไว้ให้ในหัวข้อต่อไปนี้ครับ
สารบัญ CoolSculpting
CoolSculpting คืออะไร ?
CoolSculpting คือ เครื่องสลายไขมันด้วยเย็น (Cryolipolysis) ทำงานโดยใช้หัวดูดผิวเพื่อดึงชั้นไขมันเข้ามาไว้ในหัวของเครื่อง จากนั้นปล่อยความเย็น -11°C ถึง -13°C เพื่อแช่แข็งก้อนไขมันนาน 35-75 นาที (ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ) เมื่อครบเวลาแช่แข็งจะทำให้เซลล์ไขมันตายถาวร (Apoptosis)

ขั้นตอนการใช้ Applicator ดูดผิวเข้าไปเพื่อปล่อยความเย็น
จากนั้นจะมีการนวดบริเวณที่ทำทันที เพื่อช่วยสลายเซลล์ไขมันที่เกาะตัวกันให้แตกตัวออก ร่างกายจะกำจัดเซลล์ไขมันที่ตายแล้วออกไปตามธรรมชาติได้ง่ายขึ้น โดยใช้เวลาในการกำจัด 1-3 เดือน

กระบวนการทำงานของ Coolsculpting
อย่างที่หมออธิบายไว้ในตอนต้นว่าการลดไขมันด้วยวิธีทั่วไป เช่น ออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร ทำให้ขนาดเซลล์ไขมันเล็กลงเท่านั้น แต่จำนวนยังอยู่เท่าเดิม จึงมีโอกาสกลับมาอ้วน หุ่นเผละอีกได้ แต่การใช้ CoolSculpting สลายไขมันด้วยความเย็น จะทำให้เซลล์ไขมันตายและลดลงจำนวนอย่างถาวร ถึงจะมีการขยายตัวของเซลล์ไขมันอีก แต่ก็จะไม่ได้ทำให้อ้วนเท่าเดิมครับ
ข้อดีของการทำ CoolSculpting
- คิดค้นและพัฒนาโดย นายแพทย์ Dieter Manstein และ นายแพทย์ R.Rox Anderson จากมหาวิทยาลัย Harvard สหรัฐอเมริกา
- ได้รับ US.FDA ตั้งแต่ปี 2010 และมี 70 งานวิจัยรับรองว่าสามารถลดเซลล์ไขมันได้จริง วัดผลได้
- สามารถลดเซลล์ไขมันได้ถาวร 25-27% ต่อการทำ 1 ครั้ง เซลล์ไขมันจะไม่กลับมาเกิดใหม่อีก
- CoolSculpting จะแช่แข็งเฉพาะเซลล์ไขมันเท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ
- มีระบบ Freeze Detect คอยตรวจจับอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เพื่อปกป้องผิวของคนไข้ไม่ได้โดนความเย็นกัดหากเย็นเกินไป (เครื่องเลียนแบบเกรดต่ำมักเจอปัญหาผิวไหม้จากความเย็น)
- มีระบบ Cool Control ควบคุมอุณหภูมิขณะปล่อยความเย็นให้มีความสม่ำเสมอ เท่ากันทุกจุด
- ไม่มีแผล ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องวางยาสลบ มีความปลอดภัยสูง
- สามารถออกแบบรูปร่างหรือปั้นหุ่นให้ได้ทรงตามที่ต้องการ โดยต้องทำหัตถการกับแพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
- ใช้เวลาเพื่อให้เห็นผลเต็มที่ใน 3 เดือน และสามารถทำซ้ำในจุดเดิมเพื่อให้เห็นผลมากขึ้นได้
ใครที่เหมาะกับการทำ CoolSculpting ?

Coolsculpting เหมาะกับคนที่มีไขมันส่วนเกิน สามารถใช้มือหยิบเนื้อได้
คนที่เหมาะกับการทำ Coolsculpting คือคนที่มีปริมาณไขมันปานกลาง (BMI<35) สามารถหยิบไขมันออกมาได้เป็นฝ่ามือ มีไขมันส่วนเกินตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ต้องการลดสัดส่วนให้เข้ารูปมากขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดูดไขมัน และคุณแม่หลังคลอดสามารถทำเพื่อให้หุ่นเข้าที่เร็วขึ้นได้ครับ (แต่ถ้าเป็นการผ่าคลอดมาต้องเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือน)

การทำ Coolsculpting ไม่เหมาะกับคนที่มีไขมันเยอะ หรืออ้วนมาก ๆ เพราะเห็นผลช้า ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก และสัดส่วนไม่ได้ลดลงทันทีหลังทำ หมอแนะนำให้ลองปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ออกกำลังกาย หรือลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่นก่อน แล้วค่อยใช้ Coolsculpting ในการกระชับสัดส่วน เก็บไขมันส่วนเกินเพิ่มเติม จะเห็นผลได้ชัดเจนกว่าครับ
CoolSculpting ทำส่วนไหนได้บ้าง ?
สำหรับบริเวณที่ทำ CoolSculpting จะเป็นจุดที่ทางบริษัทผู้ผลิตระบุมาให้ตายตัวครับ เพราะทุกจุดที่ระบุมา ได้ผ่านการทดลองและวิจัยมาแล้ว ว่าสามารถกำจัดไขมันได้จริงและมีความปลอดภัยในจุดนั้น ๆ ได้แก่ หน้าท้อง, เอว, ปีกหลัง, ขาใน, ใต้ก้น, หน้าอก (ผู้ชาย), ต้นแขน, สะโพก, ต้นขาด้านนอก, หัวเข่า, เหนียง โดยแต่ละจุดจะหัว Applicator ที่แตกต่างกันครับ

CoolSculpting ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล ?
หลังทำ CoolSculpting จะเห็นผลว่ารูปร่างกระชับ ได้สัดส่วนมากขึ้น ตั้งแต่การทำเพียง 1 ครั้ง ปกติในการทำ 1 หนีบ จะสลายไขมันออกไปได้ครั้งละประมาณ 60-70 CC หากต้องการเห็นผลลัพธ์ที่มากขึ้น คนไข้สามารถกลับมาทำซ้ำในจุดเดิมได้ โดยจะช่วยลดเซลล์ไขมันได้ 25-27% ต่อครั้ง
CoolSculpting ไม่ได้ผล เกิดจากอะไร ?
หมอสรุปมาเป็น 2 กรณีครับ
- คนไข้ไม่เหมาะกับการทำ CoolSculpting คือมีปริมาณไขมันมากเกินไป ทำแล้วเห็นผลไม่ชัดเจน ลดไขมันไม่ได้มากอย่างที่คาดหวัง ซึ่งเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่ต้องแจ้งกับคนไข้ตั้งแต่การประเมินครับว่าคนไข้เหมาะกับการทำ CoolSculpting หรือไม่
- ใช้เครื่อง CoolSculpting ปลอม ไม่ได้มาตรฐาน ความเย็นไม่พอ ความเย็นไม่สม่ำเสมอ ไม่ทั่วถึง อาจจะไม่ได้ผล หรือหากความเย็นมากเกินไป ก็อาจทำให้ผิวไหม้ หรือเกิดอันตรายกับเซลล์อื่น ๆ ได้ หากไม่มั่นใจว่าเป็นเครื่องแท้ ห้ามทำเด็ดขาดครับ
รีวิว Coolsculpting
รีวิว Coolsculpting ที่ V Square Clinic
รีวิว Coolsculpting จำกัดเซลล์ไขมันต้นแขน

รีวิว Coolsculpting จำกัดเซลล์ไขมันหน้าท้อง ห่วงยาง

รีวิว Coolsculpting จำกัดเซลล์ไขมันต้นขาด้านหลัง แก้มก้น

รีวิว Coolsculpting จำกัดเซลล์ไขมันใต้แขน
การเตรียมตัวก่อนทำ CoolSculpting
ก่อนทำ Coolsculpting ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษครับ เหมือนการทำ Treatment ทั่วไป สามารถนัดเข้ามาปรึกษาหมอก่อน หากประเมินแล้วว่าทำได้ ก็สามารถทำได้เลยในวันนั้นครับ
CoolSculpting ราคาเท่าไหร่ ?
CoolSculpting ราคาจะคิดเป็นหนีบ (cycle) โดย 1 หนีบ จะเท่ากับ 1 ฝ่ามือครับ ราคาแตกต่างกันไปตามจำนวนที่ใช้ และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก สำหรับที่ V Square ราคา 1 หนีบ อยู่ที่ 8,500.-

- 1 หนีบ 8,500.- (ปกติ 9,900.-)
- 2 หนีบ 17,000.- รับของแถม 1 รายการ
- 4 หนีบ 34,000.- รับของแถม 3 รายการ
- 6 หนีบ 51,000.- รับของแถม 5 รายการ
- 10 หนีบ 85,000.- รับของแถม 10 รายการ
*รับของแถมมูลค่า 2,000 บาท เลือกได้ตามรายการดังนี้
- วิตามินเสริมภูมิคุ้มกัน 1 ครั้ง
- มาเด้คอลลาเจน 1 ครั้ง
- เมโสแฟต Phytobella 6 CC
- โบท็อกซ์ 15 Unit (Nabota)
- Hifu Ultraformer lll 50 Line
เลือกทำ Coolsculpting ที่ไหนดี ?
ก่อนตัดสินใจทำ Coolsculpting สิ่งที่หมออยากให้คนไข้ให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของความปลอดภัยครับ ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีแพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์ในการทำ Coolsculpting และใช้เครื่อง Coolsculpting ของแท้ ตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้ มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง และมีราคาที่สมเหตุสมผล (ราคา Coolsculpting ในคลินิกที่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่จะไม่ต่างกันมากครับ ถ้าถูกมาก ๆ อาจจะใช้เครื่องปลอม เครื่องเลียนแบบ)
Q&A CoolSculpting
การทำ Coolsculpting มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่ ?
ระหว่างทำ Coolsculpting
- รู้สึกถูกดูด ดึง หนีบ
- รู้สึกเย็นจัด เสียวแปลบ ตึง เจ็บ หรือเป็นตะคริว
ทันทีหลังทำ Coolsculpting เสร็จ
- แดงและตึงบริเวณที่ทำ
- ผิวหนังซีดชั่วคราว มีรอยช้ำ
- เจ็บหรือเสียวแปลบ
หลังทำ Coolsculpting 2-3 วัน
- บวม แดง ฟกช้ำ
- รู้สึกเจ็บ หรือเป็นตะคริว
- รู้สึกคัน เจ็บแปลบ

“ ข้อควรรู้ : อาการปวดระบม จะคล้าย ๆ อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหลังจากออกกำลังกายหนัก ๆ เป็นผลข้างเคียงปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ส่วนมากจะพบในช่วง 1 เดือนแรก ”
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ CoolSculpting
หลังทำ CoolSculpting สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติครับ ในช่วงแรกไม่ควรกด บีบนวด บริเวณที่ทำหัตถการมาเพราะยังมีความระบมอยู่ หลังจากนั้นเพื่อให้การทำ CoolSculpting เห็นผลดีและอยู่ได้นาน แนะนำให้ดูแลตัวเองด้วยการควบคุมอาหาร ลดการรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดไขมันสะสมได้ง่าย และหมั่นออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้เซลล์ไขมันขยายตัวขึ้นอีก
CoolSculpting เจ็บไหม ?
การทำ CoolSculpting จะมีช่วงที่รู้สึกเจ็บหรือระบม ตามผลข้างเคียงที่หมอบอกไปในข้อก่อนหน้านี้ครับ แต่ก็ไม่ได้เจ็บมากขนาดทนไม่ไหว เทียบกับการดูดไขมัน หรือการผ่าตัด เจ็บน้อยกว่าและมีผลข้างเคียงน้อยกว่ามากครับ
หัว CoolSculpting มีกี่หัว แต่ละหัวต่างกันอย่างไร ?

Coolsculpting มีหัว Applicator ที่ใช้กำจัดไขมันหลายรูปทรงและหลายขนาด ใช้ออกแบบรูปร่างในการลดไขมันได้คล้าย ๆ การปั้น (Sculpting) แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจะออกแบบสัดส่วนตามที่คนไข้ต้องการ และเลือกใช้หัวที่เหมาะสมกับแต่ละเคส
- CoolAdvantage สำหรับผู้ที่มีไขมันปานกลาง ใช้ทำบริเวณ ท้อง เอว แขน หน้าอกผู้ชาย ปีกหลัง ขาด้านใน ใต้ก้น
- CoolAdvantage Petite สำหรับคนที่มีไขมันไม่หนามาก คนตัวเล็ก หรือเคยทำ CoolAdvantage ไปแล้ว ใช้ทำบริเวณ ท้อง เอว แขน หน้าอกผู้ชาย ปีกหลัง ขาด้านใน ใต้ก้น
- Cool Advantage Plus สำหรับคนที่มีไขมันเยอะ ใช้ลดไขมันจุดกว้าง ๆ บริเวณ เอว ท้อง
- Cool Mini สำหรับลดไขมันจุดเล็ก ๆ บริเวณเหนียง นมน้อย (เนื้อใต้รักแร้) เหนือหน้าอก ผู้หญิง เนื้อย้วยเหนือเข่า
- Cool Smooth Pro สำหรับบริเวณขาด้านนอก และบริเวณใต้สะโพกลงมา (บางคลินิกใช้ทำ sixpack)
สลายไขมันด้วยความเย็น CoolSculpting ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
- เครื่อง CoolSculpting แท้ รุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย นำเข้าโดยบริษัท Allergan อเมริกา ตรวจสอบได้
- หัว Applicator สุญญากาศ เจ็บน้อยลง เนื้อที่ถูกดึงเข้ามาจะได้รับความเย็นแบบ 360° ทั่วถึง สม่ำเสมอ
- ดูแลและให้คำแนะนำโดยแพทย์และ Specialist ที่มีประสบการณ์ในการทำ CoolSculpting ประเมินแบบ 360° ออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล
- มีเทคนิคพิเศษในการนวดช่วยสลายไขมัน และช่วยให้อาการบวมหลังทำหายไวกว่าปกติ ได้รูปร่างสมส่วน เป็นธรรมชาติ
- ห้องที่ทำ CoolSculpting มีขนาดอย่างน้อย 20 ตร.ม. ไม่อึดอัด
- ใช้เก้าอี้ Lazboy รุ่นท็อปรุ่นกว้างพิเศษ เพื่อความสบายสูงสุดของลูกค้าในช่วงเวลาที่ทำหลายชั่วโมง
- ราคาสมเหตุสมผล หนึ่งในโปรโมชั่นที่ดีที่สุดในท้องตลาด
สรุป
การทำ CoolSculpting เป็นวิธีสลายไขมันที่สามารถกำจัดเซลล์ไขมันได้ถาวร ลดจำนวนเซลล์ไขมันและไม่ทำให้เซลล์ไขมันกลับมาเกิดอีก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปรับรูปร่าง ลดสัดส่วน แก้ปัญหาไขมันส่วนเกิน ทั้งนี้การทำ CoolSculpting ให้ได้ผลดี ปลอดภัย ต้องทำโดยแพทย์และผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมการทำ CoolSculpting มาแล้วเท่านั้น จึงจะสามารถช่วยออกแบบรูปร่างได้อยากเหมาะสม และหวังผลลัพธ์ได้ตามที่คนไข้ต้องการครับ