ข้อควรรู้ ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์คาง

การเสริมคางไม่ได้มีเพียงการผ่าตัดเสริมซิลิโคนเท่านั้น ในปัจจุบันหลายคนหันมาฉีดฟิลเลอร์คางมากขึ้น เพราะราคาไม่แพง และถ้าฉีดฟิลเลอร์คางกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง ก็จะได้ผลลัพธ์สวยงามไม่แพ้การผ่าตัดเสริมคางเลยครับ
บทความนี้หมอจะแนะนำเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์คาง ว่าเหมาะกับใคร ? มีข้อดี ข้อเสียอะไรบ้าง ? ฉีดฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เสริมคางด้วยวิธีไหนดี ? เพื่อให้พิจารณาก่อนตัดสินใจเสริมคางครับ
สารบัญ ฉีดฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์คาง คืออะไร ?

ฟิลเลอร์คาง คือการเสริมคางด้วยการฉีดสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณคาง เพื่อเพิ่มความยาว ปรับทรงให้ได้สัดส่วนที่เหมาะกับรูปหน้า ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น หลังฉีดเห็นผลทันที
ฟิลเลอร์คาง เหมาะกับใคร ?

การฉีดฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนแบบรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งเหมาะกับคนหลายกลุ่มดังนี้ครับ
- คนที่มีปัญหาคางสั้น คางตัด คางถอย คางบุ๋ม
- คนที่อยากหน้าเรียว V-shape
- คนที่ต้องการเสริมคางแบบไม่ถาวร ลองก่อนตัดสินใจผ่าตัด
- คนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น ทำแล้วสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที
- คนที่ต้องการปรับโหงวเฮ้งคาง เพิ่มความมั่นใจ เสริมภาพลักษณ์
- คนที่เคยเสริมคางด้วยซิลิโคนแล้วอยากเปลี่ยนมาใช้วิธีที่ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่เหมาะกับใคร ?
การฉีดฟิลเลอร์ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัด ดังนี้
- มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือแพ้สาร Hyaluronic Acid
- มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย
- ผู้ที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน (ASA), ยาแก้อักเสบปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (NSAIDS), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin), วิตามินอี (Vitamin E), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko biloba)
- กรณีที่เป็นเริม หรืองูสวัดอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์ เพราะอาจทำให้อาการกำเริบมากขึ้น
- สตรีมีครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร
ส่วนในเรื่องผลลัพธ์และความสวยงาม การฉีดฟิลเลอร์คางไม่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางตัดมาก ๆ เนื่องจากฟิลเลอร์ไม่สามารถเสริมคางให้ยาวเกิน 1 เซนติเมตรได้ครับ
หากฉีดฟิลเลอร์มากเกินไปในบริเวณเดียวกันอาจทำให้เป็นก้อนแข็ง เกิดการเคลื่อนย้ายตัวของเนื้อฟิลเลอร์ ทำให้คางผิดรูป หรือเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้
เปรียบเทียบ ฉีดฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน เสริมคางด้วยวิธีไหนดี ?
สำหรับคนที่อยากเสริมคางให้ยาวขึ้น หลายคนอาจลังเลระหว่าง ฉีดฟิลเลอร์คาง กับ ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน ว่าวิธีไหนตอบโจทย์มากกว่ากัน เรามาเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของทั้งสองวิธีกันครับ
ตารางเปรียบเทียบ ฉีดฟิลเลอร์คาง VS ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน
| รายละเอียด | ฉีดฟิลเลอร์คาง | ผ่าตัดเสริมคางด้วยซิลิโคน |
|---|---|---|
| วิธีการ | ฉีดสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid | ผ่าตัดใส่แท่งซิลิโคนเข้าไปใต้ผิว |
| ระยะเวลาในการทำ | 10-30 นาที | 1-2 ชั่วโมง |
| ระยะเวลาเห็นผล | เห็นผลทันทีหลังฉีด | เห็นผลหลังยุบบวม 1-3 เดือน |
| ระยะเวลาพักฟื้น | ไม่ต้องพักฟื้น ไม่มีแผล | พักฟื้น 1-2 สับดาห์ |
| ระยะเวลาอยู่ได้นาน | 6-24 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่นฟิลเลอร์ที่ใช้) | อยู่ได้ถาวร |
| ความเสี่ยง | น้อย ถ้าฉีดกับแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และใช้ฟิลเลอร์แท้ | มีความเสี่ยงมากกว่า เช่น แผลอักเสบ, ซิลิโคนเบี้ยว |
| การปรับแก้ทรง | ปรับทรงได้ตามต้องการ และฉีดสลายฟิลเลอร์ออกได้หากไม่พอใจผลลัพธ์ | ต้องผ่าตัดเปลี่ยนซิลิโคนใหม่ |
| เหมาะกับใคร | คนที่ต้องการเห็นผลทันที มีฐานคางเดิมอยู่แล้ว ต้องการเสริมเพียงเล็กน้อย อยากลองปรับรูปคางก่อน ยังไม่พร้อมผ่าตัด | คนที่มั่นใจแล้วว่าอยากเสริมคางถาวร |
สรุป เสริมคางด้วยวิธีไหนดี ?
- ถ้าอยากลองปรับรูปคางก่อน ยังไม่พร้อมผ่าตัด → แนะนำฉีดฟิลเลอร์คาง
- ถ้าต้องการผลลัพธ์ถาวรและมั่นใจในทรง → สามารถเลือกผ่าตัดเสริมคางได้
หมอแนะนำว่า หากยังไม่แน่ใจ ควรเริ่มจากการฉีดฟิลเลอร์คางก่อน เพื่อดูว่าทรงเข้ากับใบหน้าหรือไม่ จากนั้นจึงค่อยตัดสินใจทำผ่าตัดครับ
ฉีดฟิลเลอร์คาง แล้วผ่าตัดเสริมคางได้ไหม ?
หลังฉีดฟิลเลอร์คาง แล้วอยากผ่าตัดเสริมคาง สามารถทำได้ครับ
หากต้องการเสริมคางแต่ยังไม่มั่นใจ แนะนำให้ลองฉีดฟิลเลอร์คางดูก่อน เพื่อดูว่าทรงคางแบบไหนที่เข้ากับใบหน้าแล้วจึงค่อยผ่าตัด แต่ต้องรอให้ฟิลเลอร์สลายหมดก่อนครับ เพื่อให้ตัวซิลิโคนยึดเกาะผิวได้ดี ไม่เบี้ยวในภายหลัง
ฉีดฟิลเลอร์คาง ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

- ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวสวย วีเชฟมากขึ้น
- ช่วยเสริมคางให้ยาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา
- ช่วยแก้ปัญหาคางสั้น คางตัด คางบุ๋ม ให้ใบหน้าดูมีมิติ
- ช่วยแก้ปัญหาหน้ากลมหรือคางไม่เท่ากัน ให้ใบหน้าสมดุล
- ช่วยเติมคางให้ใบหน้าดูละมุนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- ช่วยเสริมคางเพื่อปรับโหงวเฮ้ง เพิ่มความมั่นใจ เสริมภาพลักษณ์
ข้อดี ข้อเสีย ของการฉีดฟิลเลอร์คาง
การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูง เพราะสามารถปรับรูปหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ก็มีทั้งข้อดีและข้อควรระวังที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจครับ
ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์คาง
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
- เห็นผลทันที หลังฉีดสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้เลย
- ปรับทรงได้ตามต้องการ สามารถฉีดเพิ่มหรือฉีดสลายได้ง่าย
- ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
- ใช้เวลาทำไม่นาน ประมาณ 10–30 นาที
- ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง ให้คางได้รูป ดูสมดุล มีมิติมากขึ้น
ข้อเสียของการฉีดฟิลเลอร์คาง
- ผลลัพธ์ไม่ถาวร อยู่ได้นาน 6-24 เดือน ต้องฉีดซ้ำหากต้องการรักษาทรงเดิม
- หากใช้ฟิลเลอร์ปลอม มีความเสี่ยงสูง เช่น อักเสบ เป็นก้อน หรือฟิลเลอร์ไหล
- ถ้าฉีดกับผู้ไม่มีประสบการณ์ อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น คางเบี้ยว หรือผิดรูป
- มีข้อจำกัดด้านความยาว ฟิลเลอร์สามารถเสริมคางได้ไม่เกิน 1 ซม. หากต้องการเสริมมากกว่านั้น อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดแทน

ฟิลเลอร์ไหล คืออาการที่ฟิลเลอร์ไม่คงตัวอยู่ในตำแหน่งที่ฉีด เกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ปลอม หรือฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่มีความรู้ รวมถึงฉีดกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ ใช้เทคนิคการฉีดไม่ถูกต้อง ก็มีความเสี่ยงเกิดฟิลเลอร์ไหลได้เช่นกัน
โหงวเฮ้งคางที่ดี มีลักษณะอย่างไร ?

การเสริมคาง นอกจากจะช่วยเสริมความงามแล้ว ยังมีความเชื่อเรื่องการเสริมโหงวเฮ้งด้วยครับ ซึ่งในศาสตร์จีนโบราณเชื่อว่า คางเป็นจุดสำคัญที่สามารถบ่งบอกถึง ดวงชะตา ฐานะ ความมั่นคง และวาสนาในช่วงปลายชีวิต ได้อีกด้วย
ลักษณะคางที่ดีตามหลักโหงวเฮ้ง
- คางกลมมน เรียบเนียน ไม่ตัดหรือแหลมเกินไป
- มีความสมดุลกับหน้าผากและจมูก
- ดูอ่อนโยน เสริมบุคลิกภาพให้น่าเชื่อถือ
- ไม่สั้น ไม่ยุบ ไม่ถอยเข้าไปด้านใน
รูปคางที่สวยงาม ถูกหลักโหงวเฮ้ง คือคางกลมมน จะเป็นคนที่มีบุคลิกลักษณะโอบอ้อมใจดี สมถะถ่อมตัว คางที่นูนนั้นไม่ใช่นูนด้วยกระดูก แต่นูนด้วยเนื้อ
ในศาสตร์โหงวเฮ้ง ว่าเป็นคนมีวาสนา มั่งมีทรัพย์ สติปัญญาสูง รักความก้าวหน้าของอนาคต มักเป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป และเป็นที่สนใจต่อเพศตรงข้ามที่ได้พบเห็น
ลักษณะคางที่ไม่ดีตามหลักโหงวเฮ้ง
- คางสั้นหรือถอยมาก
- คางสองชั้น หรือมีรอยบุ๋ม
- คางตัดหรือแหลมเกินไป
ตามตำราโหงวเฮ้ง คางลักษณะนี้มักส่งผลให้ขาดความมั่นคงทางอารมณ์ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น และโชคลาภในช่วงปลายชีวิตมักผันผวน
ทั้งนี้เป็นเพียงความเชื่อตามหลักโหงวเฮ้งเท่านั้นครับ แต่การปรับรูปคางหรือเสริมคาง จะช่วยให้ใบหน้าได้รูป ดูมีมิติ จึงทำให้เจ้าของใบหน้ารู้สึกมั่นใจมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ?
หลายคนที่สนใจฉีดฟิลเลอร์คางมักกังวลเรื่องความปลอดภัย ว่าการฉีดฟิลเลอร์คาง อันตรายไหม ? และมีผลข้างเคียงอะไรที่ควรรู้บ้าง ? หมอขออธิบายอย่างตรงไปตรงมาและเข้าใจง่ายครับ
ฉีดฟิลเลอร์คาง ไม่อันตราย หาก…
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่าน อย. ไทย
- ฉีดกับแพทย์ที่มี ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการปรับรูปหน้า
- ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง เช่น ฉีดในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) เพื่อให้ฟิลเลอร์อยู่ตัว ไม่ไหล ไม่เบี้ยว
ผลข้างเคียงหลังฉีดฟิลเลอร์คาง ส่วนใหญ่จะไม่อันตรายครับ อาการเหล่านี้ก็จะค่อย ๆ หายไปได้เอง เช่น
- มีรอยเข็มเล็ก ๆ
- มีอาการบวมเข็ม หรืออาการบวมใน 2-3 วันแรก
- รู้สึกตึงคางในช่วง 1-2 วันแรก
- คนที่มีผิวบาง อาจมีรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งจะหายภายใน 5-7 วัน
ฉีดฟิลเลอร์คาง ด้วยเทคนิคเดียวกับการผ่าตัด ดีอย่างไร ?

การฉีดฟิลเลอร์คาง เทคนิคเดียวกับการผ่าตัด มีข้อดีคือจะได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ และสวยงามไม่แพ้การผ่าตัดเสริมซิลิโคน
เทคนิคนี้ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ โดยฉีดฟิลเลอร์เข้าไปยังผิวชึ้นลึก วางเนื้อฟิลเลอร์ลงไปในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก เป็นการเสริมที่กระดูก ไม่ใช่เสริมที่เนื้อคางครับ เทคนิคนี้คือเทคนิคเดียวกับการเสริมคางด้วยซิลิโคน เพียงแต่ฟิลเลอร์คางไม่ต้องผ่าตัด
ทำไมฉีดฟิลเลอร์คาง ต้องฉีดในชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก ?

บริเวณคางจุดที่ต้องระวังคือกล้ามเนื้อ Mentalis ซึ่งเราจะสามารถมองเห็นได้ด้วยการห่อปาก จะเห็นว่าคางถูกกล้ามเนื้อมัดนี้ดึงเป็นผิวเปลือกส้ม หากหมอฉีดฟิลเลอร์โดนกล้ามเนื้อมัดนี้ จะทำให้ฟิลเลอร์ถูกดึงลงมากองเป็นก้อน ใน 6 เดือน -1 ปี
กรณีฉีดฟิลเลอร์คางโดนกล้ามเนื้อ Mentalis เกิดได้จากการใช้เทคนิคไม่ถูกต้อง ฉีดฟิลเลอร์ผิดชั้นผิว ฉีดไม่ลึกพอ แล้วฉีดในผิวชั้นตื้นเกินไป ทำให้เวลาพูดหรือยิ้มจะเห็นคางย้อยแบบผิดรูปได้ครับ
ฟิลเลอร์คาง ใช้กี่ CC ?

ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการฉีดคาง ไม่จำเป็นต้องใช้ในปริมาณมากเสมอไป เพราะคางเป็นจุดเล็กที่หากปรับเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนรูปหน้าทั้งหมดให้ดูสมดุลขึ้นได้แล้วครับ
โดยทั่วไป ฟิลเลอร์คางใช้ประมาณกี่ CC ?
- เคสทั่วไป : ใช้ 1 CC ก็เพียงพอในการเติมคางให้ได้สัดส่วนและเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจน
- เคสที่มีคางสั้นมาก หรือคางตัดชัดเจน : อาจใช้ 1.5-2 CC ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
- เคสแก้ไขคางเบี้ยว คางไม่เท่ากัน : อาจต้องเติมเพิ่มในจุดที่ไม่สมดุล เพื่อให้ดูเรียบเนียนทั้งสองด้าน

ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์คางเกินความจำเป็น เพราะหากมากเกินไปอาจทำให้คางดูยาวผิดธรรมชาติ หรือเกิดปัญหาฟิลเลอร์ไหลลงได้ในอนาคต
ฉีดฟิลเลอร์คาง ยี่ห้อไหนดี ? แต่ละยี่ห้ออยู่ได้นานแค่ไหน ?
ฉีดฟิลเลอร์คาง ยี่ห้อไหนดี ? การเสริมคางด้วยฟิลเลอร์ จุดที่สำคัญคือความคงตัว อยู่ทรง ฉีดแล้วไม่เบี้ยว ไม่ดูแข็งเป็นก้อน จึงต้องใช้ฟิลเลอร์ที่มีความคงตัวสูง ปั้นทรงได้ง่าย เนื่องจากต้องฉีดเสริมที่กระดูก ไม่ใช่เติมที่เนื้อคาง ยี่ห้อและรุ่นที่ V Square Clinic เลือกใช้มีดังนี้ครับ

- Juvederm Voluma (18 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อทน ฟูปานกลาง มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นความโค้งมนของคาง สามารถเติมคางได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Juvederm Volux (18-24 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง ขึ้นรูปได้ง่าย ปั้นทรงสวย ช่วยปรับโครงสร้างใบหน้าได้ดี
- Restylane Perlane Lyft (12 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความคงตัวสูง ไม่ฟู ใช้สำหรับเสริมทดแทนกระดูกและยังคงความเป็นธรรมชาติ
- Belotero Intense (18 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความยืดหยุ่นสูง คงตัว ปั้นทรงได้ดี
- Definisse Core (18 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น เหมาะกับการเสริมกระดูก ปรับรูปหน้า เติม mid-face คาง กรอบหน้า
- Flore Max (9-12 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น ขึ้นรูปได้ดี มีความละมุน ดูเป็นธรรมชาติ
- Teoxane Ultra Deep (18 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น สามารถปั้นขึ้นรูปได้ดี มีความคงตัวสูง เหมาะสำหรับฉีดปรับทรงคาง
- Neuramis Deep Lidocaine (6-8 เดือน) ฟิลเลอร์เนื้อแน่น มีความหนืดปานกลาง อิ่มฟู ปั้นทรงง่าย เหมาะสำหรับฉีดเสริมคาง ปรับโครงสร้างใบหน้า
ฟิลเลอร์คาง ราคาเท่าไร ?
ฟิลเลอร์คาง ราคาจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ยี่ห้อและรุ่นที่เลือกใช้ครับ รวมถึงปริมาณ CC ที่ใช้ในแต่ละคนก็อาจจะไม่เท่ากัน รวมถึงถ้าเป็นฟิลเลอร์จากยุโรปหรืออเมริกาจะมีราคาสูงกว่าฟิลเลอร์จากฝั่งเอเชียครับ
ที่ V Square Clinic หมอจะประเมินใบหน้า และแนะนำรุ่นที่เหมาะกับปัญหาและงบประมาณของคนไข้ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 11,900.- / 1 CC


ฟิลเลอร์คาง อยู่ได้นานแค่ไหน ?
เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์คางต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อแข็ง ที่มีความคงตัวสูง หลังฉีดฟิลเลอร์คางจะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ตามอายุของฟิลเลอร์รุ่นที่เลือกใช้
ซึ่งจะอยู่ได้นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ในจุดที่มีการขยับบ่อย ๆ และต้องใช้ฟิลเลอร์เนื้อละเอียด ทั้งนี้การดูแลตัวเองหลังฉีด ก็มีผลต่ออายุของฟิลเลอร์ด้วยเช่นกันครับ
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง


- ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์คาง สำรวจความต้องการของตัวเองในเบื้องต้น
- เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและหมอมีประสบการณ์
- ควรงดยา แอสไพริน, NSAIDs,วิตามิน St. Johns Wort, ginko biloba และวิตามิน E
- งดดื่มแอลกอฮอล์และกิจกรรมที่ทำให้เลือดสูบฉีด
- แจ้งโรคประจำตัวกับแพทย์ก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
- สามารถแต่งหน้ามาได้ ทางคลินิกจะทำความสะอาดผิวก่อนทำ
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์คาง
- แพทย์จะประเมินโครงหน้า สัดส่วนคางเดิม และวางแผนว่าใช้กี่ cc รวมถึงเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ให้เหมาะกับทรงคางที่ต้องการ
- ทำความสะอาดใบหน้า เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
- ทายาชา เพื่อลดความรู้สึกเจ็บขณะฉีด
- แพทย์ฉีดฟิลเลอร์ด้วยเทคนิคฉีดใต้เยื่อหุ้มกระดูก (Periosteum) เพื่อให้ทรงคางดูชัด เข้ารูป และอยู่ทรงนาน
- ปั้นทรง เพื่อให้รูปคางดูสมส่วนทั้งหน้าตรงและด้านข้าง
ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที และสามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นครับ
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์คาง

- ห้ามแกะ เกา นวด ในจุดที่ทำการฉีด ห้ามปั้นทรงคางด้วยตัวเอง
- อาการบวมหลังฉีดจะค่อย ๆ หายไปเองใน 7-14 วัน
- อยู่ในที่อากาศเย็น และหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด หมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู
- งดทำเลเซอร์ร้อน อย่างน้อย 1 เดือน
- ห้ามเท้าคาง นอนคว่ำ และหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณคาง เพราะจะทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่ผิดตำแหน่ง ไม่พุ่งสวย
- ควรงดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ เนื่องจากมีสารหลายชนิดที่ขยายหลอดเลือด จะทำให้ยุบบวมช้า และผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง รวมถึงอาจทำให้เกิดการอักเสบได้
รีวิว ฉีดฟิลเลอร์คาง
รีวิว ฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ V Square Clinic จากผู้ใช้บริการจริง ก่อน-หลังทำ



(พญ.วรรณศิลป์ สุขสมานพันธ์ เลข ว.49758)

(พญ.วรรษชล รัตนแสนสุข เลข ว.30951)


(พญ.วรรษชล รัตนแสนสุข เลข ว.30951)
*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล
ฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ไหนดี ?
การฉีดฟิลเลอร์คางให้ได้ผลลัพธ์ที่สวย ปลอดภัย และดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่กับตัวยาฟิลเลอร์เท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับ ประสบการณ์ของแพทย์ เทคนิคที่ใช้ และมาตรฐานของคลินิกด้วยครับ
หลักการเลือกคลินิกฉีดฟิลเลอร์คางที่ดี มีอะไรบ้าง ?
- แพทย์มีประสบการณ์เฉพาะด้าน รู้โครงสร้างใบหน้าและชั้นผิวอย่างดี สามารถประเมินใบหน้าอย่างแม่นยำ และใช้เทคนิคฉีดที่เหมาะกับแต่ละคน
- คลินิกได้มาตรฐาน ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้อง ต้องมีใบอนุญาตรับรอง แพทย์ที่ให้บริการในคลินิกต้องมีใบประกอบวิชาชีพถูกต้อง มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์คาง
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% ผ่าน อย. ไทย เปิดกล่องต่อหน้า มีเลขล็อต / วันหมดอายุ สามารถตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้จริง
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง ทั้งภาพก่อน-หลัง มีรีวิววิดีโอ หรือคอมเมนต์ในแหล่งที่น่าเชื่อถือ
- มีช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line@ ที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัยกับหมอที่ทำเคสของตัวเองได้โดยตรงตลอดเวลา
ฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ V Square Clinic ดีอย่างไร ?
เพราะการฉีดฟิลเลอร์คางไม่ใช่แค่ “เติมให้เต็ม”
แต่คือ “การออกแบบคางอย่างมีศิลปะ + ความปลอดภัยสูงสุด”

- แพทย์ทุกท่านผ่านการเทรนนิ่งขั้นสูง มีประสบการณ์ฉีดฟิลเลอร์คาง พร้อมเข้าใจโครงสร้างกระดูกและกล้ามเนื้อคางแบบเจาะลึก
- ฉีดฟิลเลอร์คางเทคนิคเดียวกับการผ่าตัด โดยฉีดฟิลเลอร์เข้าไปยังชั้นใต้เยื่อหุ้มกระดูก เป็นการเสริมที่กระดูก ไม่ใช่เสริมที่เนื้อคาง ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน ดูเป็นธรรมชาติ
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% ทุกกล่อง เปิดต่อหน้าคนไข้ มีใบรับรอง คนรไข้สามารถตรวจสอบเลขล็อตและวันหมดอายุได้กับบริษัทนำเข้าโดยตรง
- รีวิวแน่น การันตีความประทับใจจากคนไข้จริง ไม่ใช่แค่รีวิวภาพนิ่ง แต่เรามีทั้ง วิดีโอรีวิว Before-After, เคสจริงจากคนไข้, และรีวิวจากดารา/เซเลบริตี้ชื่อดัง
- ประเมินใบหน้าฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ให้คำปรึกษาโดยแพทย์จริง เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- ไม่ยัดเยียดคอร์ส ไม่มีเซลล์ ปรึกษาแพทย์โดยตรง ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย
ฉีดฟิลเลอร์คาง เจ็บไหม? ต้องใช้ยาชาหรือไม่ ?
ฟิลเลอร์คาง เจ็บเล็กน้อยครับ สำหรับใครที่กังวลหรือกลัวเจ็บมาก ๆ ระหว่างฉีดจะมีการแปะยาชาและประคบน้ำแข็งให้อยู่แล้ว รวมถึงในเนื้อฟิลเลอร์เองก็จะผสมยาชา จึงไม่ต้องกลัวว่าจะเจ็บจนทนไม่ไหว
ฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน ?
หลังฉีดฟิลเลอร์คาง อาจมีอาการบวมในช่วง 2-3 วันแรกเป็นปกติ จะค่อย ๆ ยุบบวมไปเอง ไม่ต้องกังวลครับ
ฉีดฟิลเลอร์คาง กี่วันเห็นผล ?
หลังฉีดคาง เห็นผลการเปลี่ยนแปลงทันที ไม่ต้องพักฟื้น และจะเห็นผลเต็มที่ใน 2 สัปดาห์
ฟิลเลอร์คางสลายได้ไหม ?
ฟิลเลอร์คาง จะค่อย ๆ สลายไปเองตามธรรมชาติ ถ้าใช้ฟิลเลอร์แท้ Hyaluronic acid แท้ และหากใครต้องการให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น หรือต้องการแก้ไขทรงใหม่ จะมีตัวยาที่ใช้ฉีดสลายฟิลเลอร์ หลังฉีดสามารถสลายฟิลเลอร์ได้ทันที และทำให้คางกลับมาเป็นรูปทรงเดิม
สรุป ฉีดฟิลเลอร์คาง เทคนิคเสริมความมั่นใจที่แพทย์แนะนำ
ฟิลเลอร์คาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็ว เสริมความมั่นใจ และแก้ปัญหาโครงสร้างคาง เช่น คางสั้น คางถอย คางตัด หรือคางบุ๋ม ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ฉีดเสร็จแล้วสามารถใช้ใบหน้าได้เลย ไม่ต้องพักฟื้น
ด้วยคุณสมบัติของสารเติมเต็มด้วย Hyaluronic Acid เมื่อเวลาผ่านไปจะสลายเองตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง และหากต้องการฉีดซ้ำก็สามารถกลับมาฉีดได้โดยไม่มีผลข้างเคียง และไม่ทำให้คางผิดรูปครับ




