ฉีดเมโสแฟต ช่วยเรื่องอะไร อันตรายไหม ราคาเท่าไร ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง ?

ฉีดเมโสแฟต ( meso fat )

ฉีดเมโสแฟต-คืออะไร-เหมาะกับใคร

ฉีดเมโสแฟต เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันสะสมส่วนเกิน และมีเซลลูไลท์ในบริเวณที่ลดได้ยาก เช่น บริเวณต้นขา ต้นแขน แก้ม และเหนียงที่ทำให้คนไข้ขาดความมั่นใจ เบื้องต้นคนไข้ควรรู้ก่อนว่า เมโสแฟตมีกระบวนการทำงานอย่างไร ช่วยลดไขมัน เซลลูไลท์บริเวณไหนได้บ้าง อันตรายไหม นอกจากเมโสแฟตแล้ว มีหัตถการอื่นที่ช่วยลดไขมันสะสม ลดสัดส่วน ต่างกันอย่างไร หมอจะอธิบายต่อไปครับ

สารบัญ ฉีดเมโสแฟต


เมโสแฟต คืออะไร ?

เมโสแฟต (Meso Fat) คือ การฉีดตัวยาที่ช่วยสลายไขมันลงในชั้นไขมัน เป็นวิธีการลดไขมันและลดเซลลูไลท์เฉพาะจุดแบบไม่ต้องผ่าตัด ช่วยลดกระชับสัดส่วน ได้รูปตามต้องการ เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง น้ำหนักตัวเกิน มีไขมันสะสมเฉพาะจุด ต้องการลดสัดส่วนต่าง ๆ บนร่างกาย ทำหน้าเรียว ลดแก้ม เหนียง ต้นแขน ต้นขา น่อง สะโพก ให้กระชับได้รูปตามต้องการ


เมโสแฟตมี L-carnitine

Meso Fat มีสารออกฤทธิ์หลัก ๆ คือ

  • Artichoke extract (Cynara scolymus) ทำหน้าที่กระตุ้นการสังเคราะห์ coenzyme ในกระบวนการ anabolism ลดเนื้อเยื่อไขมัน ลดการสังเคราะห์กรดไขมัน เหมาะกับคนที่ต้องการลดไขมันเฉพาะจุด ฉีดลดแก้ม ลดเหนียงหรือต้องการลดเซลลูไลท์
  • Mesostabyl (Polyunsaturated phosphatidylcholine) ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ lipase, ลดการสร้าง triglyceride ยับยั้งการสร้าง cholessterol ในเนื้อเยื่อ
  • และ L-carnitine ทำให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น เปลี่ยนไขมันเป็นพลังงาน (fat burn)
เมโสแฟตที่มี L-carnitine

เมโสแฟต ช่วยเรื่องอะไร ?

เมโสแฟต (Meso Fat)  ช่วยในการสลายไขมันที่สะสมอยู่ในชั้นไขมัน โดยกลไกการออกฤทธิ์ของเมโสแฟต ทำให้ไขมันแตกตัว กระตุ้นไขมันที่สะสมอยู่ ให้สลายและขับออกมาตามกลไกการขับของเสียตามธรรมชาติ โดยจะปะปนมากับการหายใจ เหงื่อ ปัสสาวะ และอุจจาระ 

เมโสแฟต สลายไขมัน

จึงเหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดสัดส่วนเฉพาะจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ให้ลดลงเร็วขึ้นจากวิธีปกติ ฉีดลดแก้ม เหนียง ลดขนาดต้นแขน ต้นขา สะโพก และลดไขมันในจุดที่มีการสะสมมาก ๆ


เมโสแฟตกับโบท็อก ต่างกันอย่างไร ?

  • เมโสแฟต ช่วยสลายไขมันสะสมส่วนเกิน และเซลลูไลท์ สามารถลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้
  • โบท็อก ช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานลดลงชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อ เล็กลง และนิ่มขึ้น ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการลดไขมัน

จะเห็นได้ว่า ทั้งสองหัตถการ สามารถลดสัดส่วนให้มีขนาดเล็กลงได้ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่คนไข้ต้องการลด ว่ามีไขมัน หรือกล้ามเนื้อที่มากกว่ากัน แต่ทั้งสองสามารถทำคู่กันได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและรวดเร็ว เหมาะกับคนไข้ที่ต้องการฉีดเพื่อปรับแก้ไขรูปหน้า และลดริ้วรอยครับ


เมโสแฟต อันตรายไหม ที่ อย. ประกาศเตือนว่าอันตรายหมายถึงอะไร ?

เมโสแฟตสูตรที่อันตราย มี 2 ชนิด

  1. สเตียรอยด์ (Steroids) ในสูตรนี้เป็นการนำสเตียรอยด์มาผสมเมโสแฟตที่ไม่ผ่าน อย. เพื่อลดต้นทุน เห็นผลไว เนื่องจาก ตัวยาสเตียรอยด์ที่แพทย์ผิวหนังใช้ในการฉีดสิว ฉีดคีลอยด์ (ใช้ในปริมาณที่น้อยจะปลอดภัย) มีสารออกฤทธิ์ทำให้ไขมันฝ่อ และสลายตัว แต่การฉีดสารสเตียรอยด์เข้าสู่ร่างกายเพื่อสลายไขมันเป็นการใช้ยาที่ผิดวัตถุประสงค์ การฉีดสเตียรอยด์ในปริมาณมาก จะทำให้หน้าบวมกว่าเดิม และเสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อง่ายขึ้น เนื่องจากกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย
  2. ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) โดยปกติ Hyaluronidase ใช้ในการสลายฟิลเลอร์ หากฉีดปริมาณที่มาก สามารถสลายคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่นิยมเนื่องจากต้นทุนต่ำและเห็นผลไว หากฉีดในปริมาณมากและบ่อยครั้งจะทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหย่อนคล้อยเนื่องจากคอลลาเจนถูกทำลาย

เพื่อความมั่นใจ ควรเลือกฉีดเมโสแฟตที่สามารถตรวจสอบแหล่งผลิต บริษัทผู้นำเข้าได้ชัดเจน และผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้อง และฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐานครับ 


เมโสแฟต ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง ?

เมโสแฟต ฉีดได้หลายจุด

เมโสแฟตสามารถฉีดได้หลายจุดครับ ตำแหน่งที่นิยมฉีด คือบริเวณใบหน้า ฉีดสลายเหนียงใต้คาง ฉีดสลายไขมันแก้ม ช่วยปรับรูปหน้าในเรียวขึ้น ตำแหน่งที่นิยมฉีดเมโสแฟตรองลงมา ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน คือ ใต้ท้องแขน ต้นขา น่อง เอว สะโพก 

เพื่มความกระชับ ของรูปหน้า และรูปร่างที่สวยงาม สามารถฉีดเมโสแฟตร่วมกับการฉีดโบท็อกได้ครับ เป็นการลดไขมันพร้อมลดกล้ามเนื้อ 


ฉีดสลายไขมันแก้มด้วยเมโสแฟต vs โบท็อกกราม vs ตัดไขมันกระพุ้งแก้ม 

เมโสแฟตแก้ม

การฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแก้ม จะเห็นผลการเปลี่ยนแปลง ชัดเจนเต็มที่ประมาณ 1-3 สัปดาห์ ให้ผลลัพธ์ที่ดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนไข้ หากคนไข้ไม่ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีไขมันสูง ทำให้ไขมันใหม่เกิดขึ้นได้

คนไข้ที่ต้องการฉีดลดแก้ม เมื่อฉีดเมโสแฟตสลายไขมันแก้มยุบแล้ว คนไข้จะเห็นกว่ากรามมีความชัดขึ้น หน้าดูเรียว หมอแนะนำให้ฉีดโบท็อกกราม ลดกล้ามเนื้อกราม ช่วยให้รูปหน้าเรียวกระชับขึ้น 

เมโสแฟตคู่โบท็อก

การตัดไขมันกระพุ้งแก้ม จะเป็นการผ่าตัดเอาไขมัน (buccal fat pad) ออก ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ เพื่อใบหน้ามีเส้นเลือด และเส้นประสาทจำนวนมาก เมื่อตัดออกไปกรามจะยุบลงไปถึงขมับ ให้ผลลัพธ์ที่ดีทำให้รูปหน้าวีเชฟ รวดเร็ว ชัดเจน 

ทั้งนี้ในคนไข้ที่กลัวการผ่าตัด แต่อยากให้ได้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว หมอไม่แนะนำให้ดูดไขมันบริเวณแก้มครับ เพราะมีความเสี่ยงสูง อาจโดนเส้นประสาททำให้หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยวได้ เพื่อความเหมาะสมในการรักษา การฉีดโบท็อกและการฉีดเมโสแฟตแก้ม จึงมีความปลอดภัยสูง และเป็นการรักษาที่ตรงจุดมากกว่าครับ


เมโสแฟต vs โบท็อกลิฟกรอบหน้า vs Hifu Ultraformer III vs ดูดไขมันเหนียง

เหนียง

เหนียง เกิดจากการสะสมของไขมันใต้ผิวหนังบริเวณคาง มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อห้อยลงมา เวลาก้มหน้าจะทำให้เกิดคางสองชั้น (Double Chin) สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย

เมโสแฟตลดเหนียง

หลังฉีดเมโสแฟตลดเหนียง ช่วยสลายไขมัน 10-15% ตั้งแต่ครั้งแรก หากทำคู่กับโบท็อกลิฟกรอบหน้า ช่วยให้กรอบหน้าชัด หน้าเรียววีเชฟขึ้นอย่างชัดเจน

เมโสแฟต คู่กับ โบท็อก

Hifu Ultraformer III สามารถลดเหนียงได้ผลดี เน้นเรื่องการยกกระชับ Hifu ราคาสูงกว่าการฉีดเมโสแฟต แต่อยู่ได้นานครับ

Hifu Ultraformer III ลดเหนียง

การดูดไขมันเหนียง เป็นวิธีที่เสี่ยง มีผลข้างเคียงมาก หากคนไข้ต้องการทำหมอแนะนำให้ทำในโรงพยาบาลเท่านั้นครับ


เมโสแฟต ข้อดี 

ข้อดีของการฉีดเมโสแฟต ช่วยสลายไขมันส่วนเกิน ลดสัดส่วนที่ต้องการอย่างรวดเร็ว ปลอดภัยสูง ใช้เวลาในการฉีดไม่นาน ราคาไม่แพง หลังฉีดมีอาการบวมช้ำเล็กน้อย สามารถหายได้เองตามธรรมชาติ คนไข้สามารถให้ชีวิตได้ตามปกติ เหมาะกับคนไข้ที่กลัวการผ่าตัด และไม่อยากเสียเวลาพักฟื้น


เมโสแฟต ข้อเสีย

ข้อเสียของการฉีดเมโสแฟต คือไม่เหมาะกับคนไข้ที่มีไขมันสะสมมาก ต้องฉีดประมาณ 4-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลที่ชัดเจน ไม่สามารถเห็นผลได้ทันทีเหมือนการดูดไขมัน เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนคนไข้ควรให้แพทย์ประเมินว่าปริมาณของไขมันในจุดนั้น เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีเมโสแฟตหรือไม่


เมโสแฟต vs ดูดไขมัน จุดที่เหมาะกับการทำและข้อควรระวัง

บริเวณใบหน้าและลำคอ มีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญจำนวนมาก หมอไม่แนะนำให้คนไข้ดูดไขมันบริเวณนี้ เพราะมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงมาก การทำเมโสแฟตหรือเครื่องมือยกกระชับอื่น ๆ จะเก็บรายละเอียดได้มากกว่าและปลอดภัยกว่าครับ

สำหรับบริเวณที่เหมาะกับการดูดไขมัน เช่น ต้นขา สะโพก หน้าท้อง จะเหมาะกว่า เนื่องจากมีปริมาณไขมันมาก หากทำเมโสแฟตอาจต้องทำหลายครั้ง และใช้ยาปริมาณมาก 


ฉีดเมโสแฟตลดเหนียง บวมกี่วัน ?

หลังฉีดเมโสแฟต อาการบวมสามารถเกิดขึ้นได้ตามปริมาณยาที่ได้รับ บวมมาก น้อย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เป็นเรื่องปกติ ไม่อันตราย อาการบวมจะยุบได้เองประมาณ 3-4 ชั่วโมง เนื่องจากทำงานของตัวยา Meso fat จะทำปฏิกิริยาให้ไขมันแตกตัว หากบวมมากคนไข้สามารถทานยาลดบวมได้


เมโสแฟต ต้องฉีดกี่ครั้ง ?

คนไข้สามารถประเมินจากผลลัพธ์การฉีดเมโสแฟตในครั้งแรกได้ครับ บริเวณที่ฉีดจะเริ่มยุบตัวลงภายใน 5-7 วัน หลังจากนั้น 2-3 สัปดาห์ จึงจะเห็นผลลัพธ์อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ คนไข้สามารถกลับมาฉีดซ้ำ เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น ตามคำแนะนำของแพทย์ครับ


เมโสแฟตอยู่ได้นานกี่เดือน ?

เมโสแฟตอยู่ได้นานแค่ไหนนั้น โดยปกติผลการรักษาจะอยู่ได้นาน 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน หากคนไข้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ร่วมกับการปรับพฤติกรรมการทานอาหาร เลี่ยงของมัน ของทอด ก็จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้นครับ


ฉีดเมโสแฟตยี่ห้อไหนดี ?

เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดี คนไข้ควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์โดยตรง เนื่องจากตัวยาของเมโสแฟตมีหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป โดยแพทย์จะประเมินปัญหา บริเวณที่ฉีด ระดับไขมัน และความต้องการของคนไข้ เพื่อแนะนำยี่ห้อเมโสแฟต พร้อมปริมาณการฉีดที่เหมาะสมให้ครับ 


ฉีดเมโสแฟต ราคา เท่าไหร่ ?

ราคาเมโสแฟต คุณนิโคล
ราคาเมโส Phytobella
ราคาเมโส FNC Babi

Q&A ฉีดเมโสแฟต

Q : สเตียรอยด์ ช่วยหน้าเรียว ได้อย่างไร ?

สารสเตียรอยด์ มีกลไกการออกฤทธิ์ คือ ทำให้ไขมันฝ่อและสลายตัว แต่การฉีดสารสเตียรอยด์เข้าสู่บริเวณใบหน้า เป็นการใช้ยาที่ผิดวัตถุประสงค์ เนื่องจากการใช้สารสเตียรอยด์ปริมาณมาก และบ่อยครั้ง จะทำให้หน้าบวม เสี่ยงต่อการอักเสบติดเชื้อครับ

Q : Hyaluronidase ช่วยหน้าเรียวได้อย่างไร ?

ยาสลายฟิลเลอร์ หรือ ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เป็นยาที่ใช้สำหรับฉีดสลายฟิลเลอร์ หากฉีดปริมาณที่มาก สามารถสลายคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวบริเวณที่ฉีดยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่นิยมในการฉีดช่วยให้หน้าเรียว เนื่องจากต้นทุนต่ำและเห็นผลไว หากฉีดมาก ๆ จะทำให้ผิวหน้าเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย ผิวหน้าหย่อนคล้อยเนื่องจากคอลลาเจนถูกทำลายครับ

Q : ฉีดเมโสแฟต ลดแก้ม เห็นผล ?

การฉีดเมโสแฟตแก้มและลำคอ เป็นจุดที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากบริเวณแก้มและลำคอ มีเส้นเลือด เส้นประสาทสำคัญอยู่มาก การฉีดเมโสแฟต หรือหัตถกรรมอื่น ปลอดภัยกว่าการดูดไขมัน ไม่บวมช้ำมาก ไม่ต้องพักฟื้น 

Q : ฉีดเมโสแฟตเหนียง ลดเหนียง เป็นที่นิยม ?

เมโสแฟตเหนียง

บริเวณเหนียงใต้คอ เป็นอีกจุดหนึ่งที่ได้รับความนิยมในการฉีดเมโสแฟต เป็นวิธีการรักษาด้วยการฉีดสารละลายไขมันเข้าไปบริเวณใต้คางเพื่อสลายไขมัน เจ็บตัวน้อย เห็นผลไว ไขมันที่สลายจะถูกขับออกมาในรูปของไขมันเหลวตามกลไกการขับของเสียตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้าง ปลอดภัยสูง

Q : ฉีดเมโสแฟตหน้าท้อง ลดหน้าท้อง ดีอย่างไร ?

ฉีดเมโสแฟตท้อง

การฉีดเมโสแฟตบริเวณหน้าท้อง เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาไขมันส่วนเกินที่ลดได้ยาก หรือคนที่ออกกำลังกายแล้วยังมีเซลลูไลท์เหลืออยู่ การฉีดเมโสแฟต จะช่วยลดและกระชับสัดส่วนบริเวณหน้าท้องได้ ช่วยให้หุ่นเข้าที่เร็วขึ้น เพื่อคงผลลัพธ์ที่ดี คนไข้ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดการทานอาหารที่มีไขมันสูง ป้องกันการเกิดไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องได้อีกครับ

ในผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องมากหมอแนะนำให้ดูดไขมันแทนครับ เพื่อผลลัพธ์ที่รวดเร็วและคุ้มค่ากว่า

Q : ฉีดเมโสแฟต ลดต้นแขน ต้นขา กี่ครั้งเห็นผล ?

เมโสแฟตต้นแขน

สำหรับคนที่มีไขมันสะสมที่ต้นแขน และต้นขามาก ๆ มองเห็นเป็นเซลลูไลท์ ผิวเป็นคลื่น หรือผิวเปลือกส้ม การฉีดเมโสแฟตบริเวณดังกล่าว อาจเห็นผลได้ไม่ชัดเจนในครั้งแรก ต้องฉีด 4-5 ครั้ง จึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ โดยผลลัพธ์จะอยู่ได้นาน 2-3 เดือน เป็นวิธีสลายไขมันสะสมที่ไม่ยุ่งยาก เห็นผลเร็วครับ ถ้าเทียบการดูดไขมัน หรือการผ่าตัดลดไขมันแบบอดีต ทั้งนี้ เพื่อคงผลลัพธ์นานขึ้น สามารถกลับมาฉีดซ้ำตามคำแนะนำของแพทย์ได้ครับ

Q : ฉีดเมโสแฟตน่อง ดีอย่างไร ?

น่องเป็นบริเวณที่มีไขมันน้อย ส่วนมากจะเป็นกล้ามเนื้อครับ ปัญหาน่องใหญ่พบมากในผู้ที่ชอบปั่นจักรยาน วิ่ง ใส่ส้นสูงเป็นประจำ แพทย์จึงไม่แนะนำให้ฉีดเมโสแฟต เพราะการฉีดโบท็อกจะเห็นผลชัดเจนกว่า

Q : อาการหลังฉีดเมโสแฟต เป็นอย่างไร ?

บริเวณที่ฉีดเมโสแฟต จะมีอาการแดงจากรอยเข็ม บวมช้ำเล็กน้อยหากคนไข้ออกแรงกด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวบองแต่ละบุคคล แต่อาการจะสามารถหายไปได้เองใน 1-3 วัน ระหว่างนี้คนไข้สามารถทานยาลดบวมได้ตามแพทย์สั่ง หากอาการไม่ดีขึ้น สามารถโทร. เข้ามาสอบถามที่คลินิก หรือมาที่คลินิกเพื่อประเมินอาการได้ครับ 

Q : ข้อปฏิบัติและข้อห้ามหลังฉีดเมโสแฟตแก้ม/เหนียง มีอะไรบ้าง ?

ดื่มน้ำ
  1. ดื่มน้ำ : การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ช่วยเร่งไขมันที่ถูกสลาย จากการฉีดเมโสแฟต ขับออกตามระบบขับถ่าย ตามธรรมชาติ ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว
  2. คุมน้ำหนัก : เพื่อไม่ให้เกิดไขมันสะสม ควรเลี่ยงอาหารที่มีไขมัน ของทอดของมัน รวมถึงอาหารที่มีรสเค็ม อาหารสำเร็จรูป เพื่อลดอาหารบวมน้ำจากโซเดียมที่สูง 
  3. ออกกำลังกาย : การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดการเกิดไขมันสะสมใหม่ 
  4. เลี่ยงความร้อน : เพื่อลดอาการบวมช้ำ ควรเลี่ยงความร้อน เช่น การอบซาวน่า การทานอาหารหน้าเตาที่ร้อน ประมาณ 1 อาทิตย์
  5. หลีกเลี่ยงการสัมผัส : หลังฉีดควรเลี่ยงการจับ ขัด ถู หรือทำทรีตเมนต์ เพราะอาจเกิดการติดเชื้อได้
  6. งดการสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล์ : อย่างน้อย 3 วันเพื่อลดอาการบวมช้ำ

Q : ฉีดเมโสแฟตเจ็บไหม ?

ประคบน้ำแข็ง หมอเมย์

ไม่ต้องกังวลครับ โดยปกติทางคลินิกจะมีการประคบน้ำแข็งช่วย หากคนไข้กลัวเจ็บมาก สามารถแปะยาชาได้ การฉีดเมโสแฟตจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยตอนฉีดยา และตอนเดินยาเท่านั้นครับ

Q : เมโสแฟต กี่วันเห็นผล ?

หลังฉีดเมโสแฟต จะมีอาการบวม 3-4 ชม. ตัวยาจะเข้าออกฤทธิ์สลายไขมัน 10-15% และเห็นผลชัดเจนขึ้นเต็มที่ประมาณ 1-3 สัปดาห์ เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร ช่วยเร่งให้ไขมันที่สลายถูกขับออกจากร่างกายได้มากขึ้น

Q : เมโสแฟต 1 ขวดกี่ CC ?

เมโสแฟต 1 ขวด มี 10 CC ครับ ซึ่งปริมาณที่แนะนำให้ฉีดในแต่ละครั้ง หมอจะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของคนไข้แต่ละคน

Q : ฉีดสลายไขมันหน้าท้องเจ็บไหม ?

ระหว่างฉีดเมโสแฟต จะมีการประคบน้ำแข็งเพื่อลดอาการเจ็บ คนไข้จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย ขณะฉีดยาหรือเดินยาครับ

Q : ซื้อเมโสแฟต ฉีดเองได้ไหม ?

ไม่แนะนำให้ซื้อตัวยาเมโสแฟตมาฉีดเองครับ เพราะตัวยาที่หาซื้อได้ง่ายตามอินเทอร์เน็ต ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับว่าอาจเป็นเมโสแฟตปลอม เนื่องจากเมโสแฟตที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย. จะมีเฉพาะแพทย์เท่านั้นที่สามารถสั่งซื้อได้ 

ทั้งนี้ เมโสแฟตที่มีคุณภาพ ต้องเก็บในที่แห้งและไม่ถูกแสงแดด ในอุณหภูมิ 2-30 องศาเซลเซียส หากเก็บรักษาไม่ถูกต้องเมโสเเฟตอาจเสื่อมสภาพได้ 

นอกจากนี้ การฉีดเมโสแฟต ผู้ฉีดต้องมีความรู้ด้านกายวิภาค โครงสร้างหน้า ความตื้นลึก ระดับไขมันและกล้ามเนื้อ และร่างกาย

Q : ฉีดเมโสแฟต แล้วเป็นก้อน ?

เมโสแฟตคุณภาพสูง หลังฉีดจะไม่เป็นก้อนครับ ตัวยาจะสลายไขมันสะสม และถูกขับออกมาตามกลไกการขับถ่ายของเสียตามธรรมชาติ

Q : คนท้องฉีดเมโสแฟตได้ไหม ?

ไม่แนะนำให้ฉีดครับ ควรรอคลอดก่อนครับ


สรุป 

การฉีดเมโสแฟต ช่วยสลายไขมันสะสมเซลลูไลท์ลดสัดส่วนเฉพาะจุดได้รูปตามต้องการ ก่อนฉีดคนไข้ควรศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากบางสัดส่วนมีไขมันสะสมมาก การดูดไขมันจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและคุ้มค่ากว่า

จากข่าวน่าตกใจเรื่องการฉีดเมโสแฟตสูตรต่าง ๆ (ไม่ผ่าน อย.) ให้ผลลัพธ์รวดเร็ว ราคาถูก แต่มีความเสี่ยงสูง เพื่อความปลอดภัย คนไข้อย่างหลงเชื่อโปรโมชั่น ควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้ว่าเมโสที่ฉีดขึ้นทะเบียนกับ อย. อย่างถูกต้อง เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดี และเพื่อความมั่นใจของคนไข้เองครับ


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

หมอให้คำปรึกษา
Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า