
เช็กก่อนทำ Ultraformer III ควรทํากี่ช็อต/ไลน์
Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต/ไลน์ ? จากประสบการณ์ของหมอที่ได้ประเมินสภาพผิวและปัญหาของคนไข้ที่ V Square Clinic มาหลายเคส คำตอบคือขึ้นอยู่กับปัญหาและสภาพผิวของคนไข้ครับ ในแต่ละคนไม่จำเป็นต้องใช้เท่ากันเสมอไป
โดยจำนวนช็อต/ไลน์ที่ใช้มีผลต่อประสิทธิภาพการรักษา และผลลัพธ์ที่ได้ หากใช้ไม่เพียงพอกับปัญหาอาจทำให้ไม่เห็นผล แต่ยิ่งใช้เยอะยิ่งดีจริงไหม ? ทำไมบางคนทำแล้วไม่เห็นผล ? หมอมีคำตอบให้ครบทุกประเด็นครับ
สารบัญ Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต
Ultraformer III คืออะไร ? ช็อต/ไลน์ ต่างกันอย่างไร ?
ก่อนอื่นหมอขออธิบายให้คนไข้ได้เข้าใจก่อนครับว่า Ultraformer III ทำงานยกกระชับผิวอย่างไร ? ช็อตและไลน์ต่างกันอย่างไร ? ทำไมบางคลินิกถึงเรียกไม่เหมือนกัน ?

Ultraformer III คือ เครื่องยกกระชับผิวพลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่ช่วยยกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด ทำงานด้วยการยิงพลังงานลงชั้นผิวได้ลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ใช้ผ่าตัดดึงหน้า) ในลักษณะจุดไข่ปลาขนาด 0.5-1 mm เรียงกันเป็นเส้นตรง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวค่อย ๆ ยกกระชับขึ้น ลดเลือนริ้วรอย ใบหน้าดูอ่อนเยาว์
ช็อต (Shot) หรือ ไลน์ (Line) เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ?
ทั้งสองไม่ต่างกันครับ การเรียกขึ้นอยู่กับหัวยิงพลังงานของเครื่องที่ใช้ ถ้าเป็นเครื่อง Hifu แบบ Single Shot มีลักษณะเรียวเล็กคล้ายหัวปากกา ส่งพลังงานออกมาเป็นจุด (ช็อต) จะเรียกว่า Shot
ส่วน Ultraformer III นับเป็นเครื่อง Hifu แบบ Line ที่มีการยิงพลังงานเป็นเส้น จึงนับเป็น Line ครับ โดย 1 Line จะประกอบไปด้วยจุดพลังงานเรียงกัน 15-25 จุด เรียงกันเป็นเส้นตรง
ดังนั้นข้อสำคัญที่อยากให้ระวังคือ 1 จุด ไม่เท่ากับ 1 ไลน์ นะครับ บางคลินิกอาจนับ 1 จุด คือ 1 ไลน์ ทำให้คนไข้ได้จำนวนที่น้อยลง แนะนำให้สอบถามคลินิกที่ใช้บริการให้ชัดเจนก่อนทำ ซึ่งที่ V Square Clinic จะนับเป็นไลน์ครับ

Ultraformer III จำนวนช็อต/ไลน์ที่ใช้ ขึ้นอยู่กับอะไร ?
จำนวนช็อต/ไลน์ที่ใช้ในการทำ Ultraformer III หมอจะประเมิน 3 ปัจจัยหลัก ๆ ได้แก่ สภาพผิว บริเวณที่ต้องการรักษา ร่วมกับผลลัพธ์ที่คนไข้ต้องการ
สภาพผิวของแต่ละคน
สภาพผิวของแต่ละคนมีผลต่อจำนวนช็อต/ไลน์ที่ใช้ครับ จากประสบการณ์ของหมอที่ผ่านมาเห็นได้ว่ายิ่งมีอายุมาก ก็ยิ่งใช้จำนวนช็อต/ไลน์มากขึ้นตาม เนื่องจากสภาพผิวมีปัญหาหย่อนคล้อยมากกว่าคนที่อายุยังน้อย หรืออาจต้องทำร่วมกับหัตถการอื่นด้วย เพื่อเสริมให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น แก้ไขครอบคลุมทุกปัญหาบนใบหน้าครับ
ตำแหน่งที่ต้องการทำ
หากต้องการยกกระชับผิวเฉพาะจุด ตำแหน่งที่ไม่กว้างมากก็จะใช้จำนวนไลน์ไม่เยอะ เมื่อเทียบกับการยกกระชับบริเวณร่างกาย แขน ขา หน้าท้อง ก็จะใช้จำนวนไลน์ที่เยอะขึ้นตามตำแหน่งการรักษาที่ใหญ่ขึ้นครับ
ผลลัพธ์ที่ต้องการ
ในการทำหัตถการแต่ละคนก็มีความกังวลต่อปัญหาและความคาดหวังของผลลัพธ์ที่ต่างกัน ก่อนทำหมอจะสอบถามคนไข้ก่อนครับว่าต้องการยกกระชับส่วนไหน หรือบริเวณไหนเป็นพิเศษ และจะประเมินจำนวนไลน์ที่เหมาะสมร่วมกับสองปัจจัยด้านบนที่กล่าวมา
บางเคสที่ต้องการยกกระชับแค่แก้ม รอบดวงตา หรือเหนียงเป็นพิเศษ บางเคสไม่ได้มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แต่ต้องการทำเพื่อชะลอการเกิดปัญหาผิว อาจไม่จำเป็นต้องใช้จำนวนไลน์ที่มากเท่ากับคนที่ต้องการยกกระชับ แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้าครับ
Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต/ไลน์ ในแต่ละตำแหน่ง ?
Ultraformer III แต่ละตำแหน่ง ควรทำกี่ช็อต/ไลน์ ? ขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินครับ ใครที่ต้องการทราบจำนวนไลน์เพื่อเป็นแนวทาง หมอสรุปจำนวนที่ใช้คร่าว ๆ แต่ละตำแหน่ง ดังนี้

- ใต้ตา + ร่องแก้ม ใช้ประมาณ 300 line
- แก้ม หรือ เหนียง ใช้ประมาณ 100 line
- แก้ม + เหนียง ใช้ประมาณ 300 line
- ทั่วหน้า หรือ ต้นแขน ใช้ประมาณ 600 line
- ทั่วหน้า + ลำคอ หรือ ต้นขา ใช้ประมาณ 1000 line
ทำ Hifu Ultraformer III ไม่จำกัดช็อต คืออะไร ? ดีไหม ?
ทำ Ultraformer III ไม่จำกัดช็อต หรือโปร Hifu บุฟเฟต์ เหมาไม่อั้น มีจริงครับ คือการทำ Hifu ราคาแบบเหมาจ่าย ทำ 1 ครั้ง สามารถยิงพลังงานได้แบบไม่จำกัดจำนวนช็อต ทั้งที่ปกติแล้วจะคิดราคาแบบจำนวนช็อตหรือไลน์
การทำ Hifu แบบไม่จำกัดช็อต ข้อดีถึงจะราคาถูก แต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อนครับ เพราะมีความเสี่ยงหลายอย่าง เช่น
- บางคลินิกอาจใช้เครื่องปลอม ต้นทุนต่ำ ทำให้สามารถตั้งราคาถูกได้ แต่ใช้เครื่องที่ไม่มีมาตรฐานรองรับ ปล่อยพลังงานไม่เสถียร
- ผู้ทำขาดประสบการณ์ ยิงไม่ถูกตำแหน่ง ปรับพลังงานได้ไม่เหมาะสม
- บางที่อาจยิงแบบไม่จำกัดช็อตจริง แต่จำกัดเวลาการทำ เช่น ทำได้ไม่เกิน 20 นาที ทำให้ได้จำนวนช็อตน้อยกว่าปัญหาที่มี สุดท้ายก็ไม่เห็นผลครับ
ทำไมบางคนทำ Ultraformer III แล้วไม่เห็นผล ?
หลังทำ Hifu Ultraformer III จะเห็นผลลัพธ์การยกกระชับประมาณ 20% และจะเห็นผลได้ชัดเจนมากขึ้นเมื่อเกิดกระบวนการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน ถึงจะเห็นผลได้เต็มที่
แต่ถ้าหากหลังทำ Ultraformer III ไปแล้วไม่เห็นผลอาจเกิดได้จากสาเหตุดังต่อไปนี้ครับ
- เครื่องที่ใช้ไม่ใช่ Ultraformer III ของแท้ เป็นเครื่องปลอม ลอกเลียนแบบที่มีพลังงานไม่เสถียร
- ทำโดยผู้ที่ไม่มีเทคนิคที่เหมาะสม ยิงผิดทิศทาง ประเมินจำนวนช็อต/ไลน์ ได้ไม่เหมาะสม
- อายุและสภาพผิว คนที่อายุมากที่มีปัญหาผิวเยอะ อาจเห็นผลช้ากว่า และต้องทำหลายครั้ง เพราะต้องใช้เวลาในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจน มากกว่าอายุยังน้อยที่ผิวยังยืดหยุ่น คอลลาเจนยังฟื้นฟูได้ดี
- ไม่ได้ดูแลตัวเองหลังทำ ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ดี หรืออยู่ได้ไม่นานเท่าที่ควร
จริงไหมที่ว่า ทำ Ultraformer III ยิ่งใช้ช็อตเยอะ ยิ่งเห็นผล อยู่ได้นาน ?
ไม่เสมอไปครับ จริงที่ว่าใช้จำนวนช็อต/ไลน์เยอะ อาจช่วยให้เห็นผลชัดขึ้น แต่ทำเยอะเกินไปใช่ว่าจะดี เพราะการทำ Hifu Ultraformer III ให้เห็นผลและอยู่ได้นาน ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น มาตรฐานของเครื่องที่ใช้ แพทย์ที่ทำการรักษา และการดูแลตัวเองหลังทำของแต่ละคนตามที่กล่าวไปหัวข้อก่อนหน้า
ถึงใช้จำนวนช็อต/ไลน์เยอะ แต่ใช้เครื่องไม่ได้มาตรฐาน หรือผู้ทำปรับพลังงานได้ไม่เหมาะสม รวมถึงไม่ได้ดูแลตัวเองหลังทำ ต่อให้ยิงจำนวนช็อต/ไลน์เยอะแค่ไหน หลังทำก็อาจไม่เห็นผล หรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามที่คาดหวังอยู่ดีครับ
โดยคลินิกทำ Hifu ที่ดีจะไม่ขายเกินความจำเป็นครับ แต่จะแนะนำจำนวนช็อต/ไลน์ให้เหมาะกับปัญหาของคนไข้ภายใต้การประเมินของแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
รีวิว Hifu Ultraformer III แต่ละตำแหน่ง
ตัวอย่างผลลัพธ์การรักษา Hifu Ultraformer III ที่ V Square Clinic

*ผลการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ร่วมกับฟิลเลอร์ใต้ตา 2 CC + ร่องแก้ม 1 CC
*ผลการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ร่วมกับฟิลเลอร์ใต้ตา 2 CC + ร่องแก้มมุมปาก 1 CC + คาง 1 CC
*ผลการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
สรุป Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต/ไลน์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ?
สรุปแล้ว Ultraformer III ควรทำกี่ช็อต ? ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและปัญหา โดยหมอจะประเมินตามตำแหน่งที่ทำ สภาพผิว และความต้องการของแต่ละคน หากใช้ไม่เหมาะสม อาจทำไม่เห็นผล หรือผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
แต่นอกจากจำนวนช็อต/ไลน์ที่ใช้แล้ว การทำ Hifu ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ยังขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย เช่น เครื่องที่ใช้ ทำโดยแพทย์หรือ Specialist ที่มีประสบการณ์ และการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือครับ