
Ulthera SPT เครื่องยกกระชับผิวตัวท็อปในใจใครหลายคน
อย่าเพิ่งรีบทำ HIFU ถ้ายังไม่รู้จัก Ulthera SPT !
Ulthera SPT คือเทคโนโลยียกกระชับผิวที่ให้ผลลัพธ์เทียบเท่าการดึงหน้า แต่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น ยิงพลังงานลึกถึง SMAS อย่างแม่นยำ ปลอดภัยแม้ผิวบอบบาง
บทความนี้หมอจะพาไปเจาะลึกว่า Ulthera SPT คืออะไร ? ต่างจาก Ulthera Prime / Thermage / Morpheus8 ยังไง ? เหมาะกับใคร ? ทำจุดไหนได้บ้าง ? ต้องใช้กี่ช็อต ? ทำที่ไหนถึงจะคุ้ม ไม่เสียเงินฟรี ไปดูคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อจะได้ตัดสินใจไม่พลาดกันครับ
(พญ.ธนิสา สุภัทรกุล เลข ว.47870)

สารบัญ Ulthera SPT
Ulthera SPT คืออะไร ?

Ulthera SPT หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า Ultherapy SPT คือเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ความถี่สูงแบบเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound) ที่สามารถลงลึกถึงชั้น SMAS ชั้นกล้ามเนื้อที่อยู่ใต้ผิว และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการดึงหน้า
ความพิเศษของรุ่น SPT อยู่ที่เทคนิค “See – Plan – Treat” ที่ช่วยให้การยกกระชับไม่ใช่แค่ยิงทั่วหน้าแบบเดิม แต่ช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวแบบเรียลไทม์ วางแผนการรักษาได้แม่นยำ และเลือกยิงพลังงานในระดับที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลครับ
เทคโนโลยี See – Plan – Treat คืออะไร ?

See – Plan – Treat (SPT) คือหัวใจสำคัญของ Ulthera SPT ที่ทำให้แตกต่างจากเทคโนโลยียกกระชับทั่วไป โดยเป็น กระบวนการ 3 ขั้นตอนที่ช่วยให้แพทย์ วางแผนการรักษาได้แม่นยำ และปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกเคส
- See (มองเห็น) : แพทย์มองเห็นชั้นผิวจริง ผ่านหน้าจอแบบ Real-time ด้วยระบบ Ultrasound Visualization ซึ่งช่วยให้ทราบว่าควรยิงพลังงานลึกแค่ไหน จุดไหน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการยิงผิดชั้นผิว
- Plan (วางแผน) : แพทย์สามารถออกแบบแนวการยิงที่เหมาะกับใบหน้าของแต่ละคน ไม่ยิงซ้ำจุดเดิม และปรับระดับพลังงานหรือความลึกให้เหมาะกับปัญหาผิว เช่น แก้มตก ร่องลึก หรือเหนียง
- Treat (ยกกระชับแม่นยำ) : เมื่อมองเห็นและวางแผนได้อย่างละเอียด ขั้นตอนสุดท้ายคือการยิงพลังงานลงไปอย่างแม่นยำตรงชั้น SMAS ซึ่งทำให้ผิวหดตัวทันที และเกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้เต็มประสิทธิภาพ
สรุปง่าย ๆ เทคโนโลยี SPT คือการยกกระชับแบบวิเคราะห์ก่อนยิง ไม่ใช่ยิงแบบทั่วหน้าเหมือนเครื่องทั่วไป ซึ่งช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ยกได้ตรงจุด และคุ้มค่ามากกว่าเดิมครับ
หลักการทำงานของ Ulthera SPT

เครื่อง Ulthera SPT จะปล่อยคลื่นเสียงลงไปเป็นจุดเล็ก ๆ (ขนาด 1 มม.) เรียงตัวเป็นเส้นลึกเข้าไปใต้ผิว คลื่นนี้จะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนระดับ 60-70°C ทำให้ผิวชั้น SMAS หดตัวทันที และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง

โดย Ulthera SPT มีหัวยิงหลายขนาด ที่ออกแบบมาเฉพาะเจาะจงกับระดับความลึกแต่ละชั้นของผิว ได้แก่
- 1.5 mm ชั้นผิวตื้น ช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ
- 3.0 mm ชั้นไขมันใต้ผิว ช่วยกระชับและลดความหย่อนคล้อยระดับกลาง
- 4.5 mm ชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) เป็นชั้นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการดึงหน้า เหมาะสำหรับยกกระชับแบบลึก
Ulthera SPT กับ Ulthera Prime ต่างกันยังไง ?
หลายคนอาจสงสัยว่าในเมื่อทั้ง Ulthera SPT และ Ulthera Prime ต่างก็เป็นเครื่องยกกระชับที่ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์เหมือนกัน แต่ความต่างของสองรุ่นนี้ไม่ได้อยู่แค่ชื่อเรียกครับ ทั้งรายละเอียดการใช้งาน และประสบการณ์ของคนไข้ กลับแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
ตารางเปรียบเทียบ Ulthera SPT VS Ulthera Prime

Ulthera SPT เน้นความแม่นยำระดับมืออาชีพ
Ulthera SPT มาพร้อมแนวคิด See-Plan-Treat ซึ่งถือเป็นจุดเด่นสำคัญของรุ่นนี้ครับ
แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวจริงแบบ Real-time วางแผนการยิงพลังงานได้ละเอียด และยิงเฉพาะจุดที่มีปัญหาจริง ๆ เช่น บริเวณกรอบหน้าไม่เท่ากัน แก้มตกไม่สมดุล หรือเหนียงที่ลึกเพียงบางจุด จึงเหมาะกับเคสที่ซับซ้อน และคนไข้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ยกกระชับแบบเฉพาะจุด มากกว่าการยกทั่วหน้าแบบกว้าง ๆ
Ulthera Prime ทำเร็วขึ้น เจ็บน้อยลง แต่ยังคงได้ผลลัพธ์ดีเหมือนเดิม
Ulthera Prime ถูกพัฒนาขึ้นให้ตอบโจทย์คนที่ต้องการทำหัตถการแบบรวดเร็ว ใช้เวลาน้อย และรู้สึกสบายมากขึ้นระหว่างทำ โดยใช้แนวคิดการยิงพลังงานที่น้อยลงประมาณ 20% ต่อจำนวนช็อต (เมื่อเทียบกับ SPT)
ข้อดีคือเจ็บน้อยลง ไม่บวม ใช้เวลาทำน้อยลง มาพร้อมหน้าจอที่ยังมีความคมชัดระดับ Full HD มองเห็นชั้นผิวได้ละเอียดขึ้น และดีไซน์ตัวเครื่องมีความทันสมัยมากขึ้นครับ
สรุป ทั้ง Ulthera SPT และ Ulthera Prime ใช้เทคโนโลยีเหมือนกัน ให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับผิวหน้าได้ใกล้เคียงกัน ดังนั้นการเลือกว่าจะทำอะไรดี จึงขึ้นอยู่กับว่าคนไข้ให้ความสำคัญกับปัจจัยใดมากที่สุดครับ
เปรียบเทียบ Ulthera/Ultraformer III/Thermage/Volnewmer และเครื่องยกกระชับอื่น ๆ
(พญ.วรรณศิลป์ สุขสมานพันธ์ เลข ว.49758)

ทุกวันนี้มีเครื่องยกกระชับผิวให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Ulthera, Thermage, Ultraformer, Volnewmer, Morpheus8, Oligio หรือแม้แต่ Emface ล้วนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แล้วเครื่องไหนเหมาะกับใคร ?
เราลองมาเปรียบเทียบจุดสำคัญอย่าง เทคโนโลยีที่ใช้ ระดับความลึกของพลังงาน และปัญหาผิวที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้นครับ
Thermage FLX
Thermage FLX ใช้คลื่นวิทยุ (Monopolar RF) ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมัน ช่วยยกกระชับผิวพร้อมลดไขมัน เหมาะกับผิวที่หย่อน ผิวหลวม โดยเฉพาะแก้ม ร่องแก้ม เหนียงใต้คาง
- ความลึกพลังงาน : ประมาณ 4.3 mm
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการผิวแน่นขึ้น ลดไขมันสะสม และไม่อยากพักฟื้น
Ultraformer III
Ultraformer III และ Ultraformer MPT เป็นเครื่องยกกระชับคลื่นอัลตราซาวนด์รุ่นยอดนิยม ให้พลังงานลึกถึง SMAS ใช้สำหรับยกกระชับและกระตุ้นคอลลาเจนในคนที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ความลึกพลังงาน : ลึกถึง SMAS (1.5 / 3.0 / 4.5 mm)
- เหมาะกับ : ผู้เริ่มมีผิวหย่อน มีริ้วรอยที่ไม่ลึกมาก กรอบหน้าไม่ชัด
Volnewmer
Volnewmer ยกกระชับผิวด้วยการส่งคลื่น Monopolar RF ลงลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ โดยจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน 40-60°C ไปช่วยสลายไขมัน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อนคล้อยยกกระชับขึ้น
- ความลึกพลังงาน : ประมาณ 3 mm
- เหมาะกับ : คนที่มีไขมันใบหน้า มีแก้ม มีเหนียงหย่อนคล้อย ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
Oligio
Oligio ใช้คลื่นวิทยุ RF แบบ Bipolar คล้าย Thermage แต่ระดับความลึกตื้นกว่า ช่วยยกกระชับใบหน้า สลายไขมันแก้มและเหนียง พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาเฟิร์ม มีความแข็งแรง ยืดหยุ่น เรียบเนียน และกระชับขึ้น
- ความลึกพลังงาน : ประมาณ 2-3 mm
- เหมาะกับ : ผู้เริ่มมีริ้วรอย ต้องการฟื้นฟูผิวหน้าให้นุ่มแน่น
Morpheus8
Morpheus8 ใช้เทคโนโลยีคลื่น RF ร่วมกับเข็มเล็ก ๆ เพื่อกระตุ้นผิวชั้นลึก พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยลดปัญหาผิวทั้งใบหน้า และลำตัว ผิวเต่งตึง เรียบเนียน กระชับขึ้น
- ความลึกพลังงาน : ลึกประมาณ 4 mm
- เหมาะกับ : ผู้ที่มีไขมันใต้คาง มีเหนียง ต้องการปรับผิวให้เนียน ลดความหยาบกร้านของผิว
Emface
Emface เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ใช้ไฟฟ้ากระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้า (HIFES) ร่วมกับคลื่น RF โดยไม่มีการยิงลงลึก ไม่เจ็บ ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีร่องหน้าตื้น ๆ หรือใช้ควบคู่กับหัตถการอื่น
- ความลึกพลังงาน : ชั้นกล้ามเนื้อ
- เหมาะกับ : ผู้ที่ต้องการกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างปลอดภัย ลดความเหนื่อยล้าของผิว
สรุปเลือกเครื่องไหนดี ? แบบไหนเหมาะกับใคร ?
- Ulthera → เหมาะกับผิวที่เริ่มหย่อนชัด ไขมันน้อย ต้องการผลใกล้เคียงการดึงหน้าโดยไม่ผ่าตัด
- Thermage → เหมาะกับคนที่มีไขมันบริเวณแก้ม เหนียง ผิวหลวม ต้องการให้ผิวแน่น เฟิร์ม ดูฟูขึ้น
- Ultraformer III (HIFU) → เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนเล็กน้อย เริ่มมีริ้วรอย ต้องการดูแลผิวตั้งแต่เนิ่น ๆ
- Volnewmer → เหมาะกับผู้ที่มีผิวบาง ไขมันใต้ผิวเล็กน้อย เจ็บง่าย ต้องการฟื้นฟูผิวแบบนุ่มนวล
- Oligio → เหมาะกับคนที่ต้องการลดริ้วรอยเล็ก ๆ พร้อมกระชับผิว และลดไขมันบางส่วน
- Morpheus8 → เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยลึก ผิวหย่อน รอยแผลเป็น หรือหลุมสิว
- Emface → เหมาะกับคนที่ต้องการกระชับกล้ามเนื้อผิวชั้นบน เสริมความแข็งแรง
หากไม่แน่ใจว่าเครื่องไหนเหมาะกับตัวเองที่สุด แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินแบบเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนการดูแลผิวให้ตรงจุด ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดครับ
Ulthera SPT ดีกว่า HIFU ทั่วไปยังไง ?
แม้ว่า Ulthera SPT และ HIFU จะใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวนด์ในการยกกระชับผิวเหมือนกัน แต่ก็ยังมีความต่างกันอยู่ครับ ทั้งในเรื่องของความแม่นยำ ความลึกของพลังงาน และผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่า
เปรียบเทียบ Ulthera SPT กับ HIFU ทั่วไป
| ข้อเปรียบเทียบ | Ulthera SPT | HIFU ทั่วไป |
|---|---|---|
| การมองเห็นชั้นผิวขณะทำ | เห็นจริงผ่านจอ Ultrasound Visualization | ไม่สามารถมองเห็นชั้นผิว |
| ความลึกของพลังงาน | ยิงได้ลึกถึงชั้น SMAS (เหมือนดึงหน้า) | ส่วนมากยิงได้ไม่ถึงชั้น SMAS |
| ความเสถียรของพลังงาน | พลังงานคงที่ 60–70°C ยิงได้แม่นยำทุกช็อต | พลังงานไม่คงที่ ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ |
| การวางแผนเฉพาะบุคคล | มี See–Plan–Treat ปรับจุดยิงตามใบหน้าจริง | ยิงตามโครงสร้างหน้าแบบคร่าว ๆ |
| การรับรองจาก FDA/อย. | ผ่านทั้ง US FDA และ อย. ไทย | บางยี่ห้อไม่ผ่านมาตรฐาน |
| ระยะเวลาผลลัพธ์ | ทำ 1 ครั้ง อยู่ได้นาน 1-2 ปี | เห็นผล 3-6 เดือน ต้องทำบ่อยกว่า |
| เหมาะกับใคร | เห็นผลแม้กับคนอายุ 35+ ที่มีความหย่อนชัดเจน | เหมาะกับคนคนที่มีริ้วรอย ผิวเริ่มหย่อนคล้อยเล็กน้อย |
Ulthera SPT ช่วยอะไร ?

Ulthera SPT ไม่ได้แค่ยกกระชับผิว แต่ยังให้ผลลัพธ์แบบรอบด้าน ทั้งโครงสร้างผิว ความเรียบเนียน และริ้วรอยเล็ก ๆ ที่เคยมองข้ามครับ เช่น
- ฟื้นฟูผิวให้ดูสุขภาพดีขึ้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวแน่น ฟู
- ยกกระชับใบหน้า ปรับรูปหน้าให้ชัดขึ้น แก้ปัญหาใบหน้าตก
- ลดความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียง แก้ม คาง
- ลดริ้วรอยร่องลึก เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ดูตื้นขึ้น
- ยกคิ้ว แก้ปัญหาหางตาตก ใบหน้าดูสดใสไม่อ่อนล้า
Ulthera SPT เหมาะกับใคร ?

Ulthera SPT เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เริ่มสังเกตว่า “ใบหน้าหย่อนคล้อยไม่เหมือนเดิม” แต่ยังไม่ถึงขั้นอยากศัลยกรรม และต้องการฟื้นฟูผิวให้กระชับขึ้นแบบไม่ต้องพักฟื้น ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องลงมีด โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาดังต่อไปนี้ครับ
- คนที่ใบหน้าหย่อนคล้อย เริ่มดูตก แก้มล่างย้อย
- คนที่กรอบหน้าไม่เรียบเท่าเดิม รู้สึกว่าหน้าไม่เฟิร์มเหมือนช่วงอายุ 20-30
- คนที่มีร่องแก้ม ร่องมุมปากลึก แก้มดูหย่อน
- คนที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา หรือถุงใต้ตาเริ่มเห็นชัด
- คนที่หนังตาตก คิ้วตก หางตาตก รู้สึกว่าหน้าดูเหนื่อยล้าอยู่ตลอดเวลา
- คนที่มีเหนียง คางสองชั้น หรือมีริ้วรอยบริเวณลำคอ
- คนที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวไม่เรียบ ต้องการให้ผิวฟูแน่นขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
Ulthera SPT ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?

หนึ่งในจุดเด่นของ Ulthera SPT คือสามารถเลือกทำได้หลายตำแหน่งครับ ทั้งใบหน้าและลำตัว โดยตำแหน่งนิยมที่ทำมีดังนี้
- คิ้ว / หางตา ช่วยยกคิ้วตก เปิดดวงตาให้ดูสดใสขึ้น
- รอบดวงตา / ใต้ตา ลดความหย่อนคล้อยเล็ก ๆ ใต้ตา และลดเลือนริ้วรอยรอบดวงตา
- ผิวหน้า / แก้ม ช่วยยกกระชับผิวบริเวณแก้มที่หย่อนคล้อย ทำให้หน้าดูยกขึ้นโดยไม่เปลี่ยนโครงหน้า
- กรอบหน้า ช่วยเก็บกรอบหน้าให้ชัดขึ้น
- ร่องแก้ม / มุมปาก ลดความลึกของร่องแก้ม แก้ปัญหามุมปากตก
- คาง / ลำคอ ช่วยยกกระชับคางสองชั้น เหนียง และลดริ้วรอยบริเวณลำคอ
ทำ Ulthera SPT แต่ละตำแหน่งใช้กี่ช็อต/ไลน์ ?

Ulthera SPT สามารถ ปรับจำนวนช็อต (Lines) ได้ตามปัญหาเฉพาะจุดของแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหน้าทุกครั้งครับ
โดยทั่วไปแล้ว แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตำแหน่งและจำนวนไลน์ที่เหมาะสมให้แบบเฉพาะบุคคล แต่สามารถดูแนวทางโดยประมาณได้ดังนี้
- รอบดวงตา → ประมาณ 200 Line
- แก้ม → ประมาณ 300 Line
- แก้ม + เหนียง → ประมาณ 500 Line
- ทั่วใบหน้า → ประมาณ 700 Line
- ทั่วหน้า + ลำคอ → ประมาณ 1,000 Line
ทั้งนี้จำนวนไลน์ที่ใช้จริงอาจมากหรือน้อยกว่านี้ ขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อยของผิว, ความกว้างของใบหน้า, จุดที่ต้องการเน้นพิเศษ และความต้องการของแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและออกแบบแผนการรักษาแบบรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและคุ้มค่าที่สุดครับ
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera SPT
การเตรียมตัวก่อนทำ Ulthera SPT ไม่ได้ยุ่งยากมากครับ เพราะเป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด และไม่มีแผล แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือหัตถการแรง ๆ บนใบหน้าก่อนทำประมาณ 1 สัปดาห์
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีกรดผลไม้ (AHA/BHA/Retinol) หรือวิตามิน A เข้มข้น บริเวณใบหน้า
- หากมีอาการอักเสบ ติดเชื้อ หรือผื่นแดงบนใบหน้า ควรเลื่อนการทำจนกว่าผิวจะหายเป็นปกติ
- ดื่มน้ำมาก ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ผิวตอบสนองกับพลังงานได้ดี
- สามารถล้างหน้า แต่งหน้า หรือใช้ครีมกันแดดตามปกติก่อนได้ ไม่มีข้อจำกัดพิเศษ
ขั้นตอนการทำ Ulthera SPT


นพ.ธนภัทร จิตร์ไทย เลข ว.49640
ขั้นตอนการทำ Ulthera SPT ใช้เวลาประมาณ 30-90 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ทำ โดยมีขั้นตอนดังนี้
- ประเมินใบหน้า วิเคราะห์ปัญหาผิว
- ทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเครื่องสำอาง และสิ่งตกค้างบนใบหน้าให้สะอาด
- ทาเจล เพื่อช่วยให้คลื่นเสียงส่งผ่านได้ดี และไม่ทำให้ผิวระคายเคือง
- เริ่มยิง Ulthera SPT โดยแพทย์จะยิงพลังงานตามแนวที่วางแผนไว้ โดยใช้หัวที่เหมาะกับความลึกของชั้นผิวแต่ละจุด
- เช็ดทำความสะอาดผิว และให้คำแนะนำหลังทำ
- หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ulthera SPT

Ulthera SPT เป็นหัตถการที่ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น แต่อาจมีอาการผิวอุ่น ๆ หรือบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งหายได้เองภายใน 1-2 วัน โดยสามารถดูแลตัวเองหลังทำได้ดังนี้ครับ
ทำได้ตามปกติ
- ล้างหน้า แต่งหน้า ทาครีมบำรุงได้ตามปกติ
- ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50+ ขึ้นไปเป็นประจำ
- ใช้ชีวิตประจำวันและออกกำลังกายเบา ๆ ได้
ควรหลีกเลี่ยงในช่วง 2 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยงการออกแดดแรง ๆ
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น อบซาวน่า สตรีม นวดหน้าแรง ๆ
- งดการทำเลเซอร์ที่ลงผิวชั้นลึก เช่น Fractional, RF, CO2, หรือ IPL ในช่วง 1 เดือนหลังทำ
หากมีอาการบวม สามารถประคบเย็นได้เบา ๆ และควรแจ้งคลินิกหากมีความผิดปกติ
ทำ Ulthera SPT กี่วันเห็นผล ?
หลังทำ Ulthera SPT เสร็จทันที คนไข้จะเริ่มรู้สึกได้ว่าผิวหน้ายกขึ้นเล็กน้อย ประมาณ 30% และรู้สึกตึงขึ้นในบางบริเวณ เช่น กรอบหน้า แก้ม หรือคิ้วที่ยกสูงขึ้น
จากนั้นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นใน 1-2 เดือน และจะเห็นผลเต็มที่ในเดือนที่ 2-3 ซึ่งเป็นผลมาจากคอลลาเจนใหม่เริ่มสร้างขึ้นอย่างเต็มที่ครับ
คนไข้สามารถอ่านบทความ หลังทำ ulthera เป็นอย่างไร ? รีวิวอาการ 7 วัน หลังทำ กี่วันหายบวม ? กี่วันเห็นผล ? เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ
ผลลัพธ์หลังทำ Ulthera SPT อยู่ได้นานกี่เดือน ?
ผลลัพธ์จาก Ulthera SPT สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1 ปี โดยไม่ต้องทำซ้ำบ่อยครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
- อายุของคนไข้
- ระดับความหย่อนคล้อยก่อนทำ
- การดูแลตัวเองหลังทำ เช่น การใช้กันแดด พฤติกรรมการนอน ดื่มน้ำ และไม่สูบบุหรี่
- พื้นฐานการสร้างคอลลาเจนของแต่ละคน
คนที่เริ่มทำ Ulthera SPT ตั้งแต่ยังมีปัญหาเพียงเล็กน้อย ผิวยังไม่หย่อนมาก ผลลัพธ์มักอยู่ได้นานและดูเป็นธรรมชาติกว่าการปล่อยให้ผิวหย่อนมาก ๆ ก่อนแล้วค่อยมาทำครับ
ทำ Ulthera SPT กี่ครั้งเห็นผล ?
Ulthera SPT ทำเพียง 1 ครั้งก็เห็นผลที่ชัดเจนได้ครับ ไม่จำเป็นต้องทำบ่อย ๆ เพราะคลื่นอัลตราซาวนด์จะไปกระตุ้นให้ชั้นผิวเกิดการหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ต่อเนื่องได้ยาวนาน โดยจะเริ่มรู้สึกว่าผิวแน่นขึ้นประมาณ 30% ทันทีหลังทำ
Ulthera SPT ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?
ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยครับ เพราะ Ulthera SPT เป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานหลังทำเพียงครั้งเดียว โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้ทำปีละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง และชะลอความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นตามวัย
บางเคสที่มีความหย่อนคล้อยมาก หรือมีอายุ 40 ปีขึ้นไป อาจพิจารณาทำซ้ำเฉพาะจุด ได้หลังผ่านไป 6-8 เดือน ขึ้นอยู่กับการประเมินรายบุคคลของแพทย์ครับ
ทำ Ulthera SPT แล้วหน้าบวมนานไหม ?
โดยปกติหลังทำ Ulthera SPT จะไม่ได้บวมมากครับ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือรู้สึกตึงผิวบางจุด ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวในการตอบสนองต่อพลังงาน
อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 1-3 วัน โดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เช่น แต่งหน้า ออกกำลังกาย หรือทำงานได้ทันที หากใครมีผิวไวหรือบวมง่าย แนะนำให้ประคบเย็นเบา ๆ เพื่อลดบวมได้ครับ
Ulthera SPT ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาโปรแกรม Ulthera SPT และ Ulthera Prime ที่ V Square Clinic


คลิก Banner เพื่อเช็กราคาโปรโมชั่นหัตถการอื่น ๆ ที่เหมาะกับคุณ!

รีวิว Ulthera ก่อน-หลังทำ จากผู้ใช้บริการจริง
ตัวอย่างรีวิว Ulthera ยกกระชับหน้า ที่ V Square Clinic







ทำ Ulthera SPT ที่ไหนดี ?

การทำ Ulthera SPT ให้ได้ผลจริง ไม่ใช่แค่เลือกคลินิกที่มีเครื่อง แต่ต้องใส่ใจตั้งแต่ความน่าเชื่อถือของสถานพยาบาล ไปจนถึงฝีมือของแพทย์ผู้ยิง และคุณภาพของเครื่องที่ใช้
หากคนไข้ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกทำ Ulthera SPT ที่ไหนดี ลองใช้ 5 เช็กลิสต์นี้ช่วยประเมินก่อนเลือกครับ
- คลินิกได้มาตรฐาน มีใบอนุญาต เปิดถูกต้องตามกฎหมาย และได้รับการรับรองจากบริษัทเจ้าของเครื่อง Ulthera (Merz Aesthetics)
- แพทย์มีประสบการณ์จริง ผ่านการอบรมโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต และมีรีวิวผลงานจริงให้ดู
- ใช้เครื่อง Ulthera SPT แท้ ตรวจสอบได้
- ไม่เลือกเพราะราคาถูกผิดปกติ ต่ำกว่าท้องตลาดมาก เพราะอาจเป็นเครื่องปลอม หรือผู้ให้บริการไม่มีความชำนาญ
- มีรีวิวจากลูกค้าจริง Before–After ให้ดูชัดเจน เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจ และประเมินผลลัพธ์เบื้องต้นจากเคสที่ใกล้เคียงกับปัญหาของตัวเอง
ทำไมต้องเลือกคลินิกที่ใช้ Ulthera SPT เครื่องแท้
เพราะ “เครื่องแท้” คือหัวใจของผลลัพธ์ที่คนไข้จะได้รับครับ
แม้ภายนอกจะดูคล้ายกัน แต่เครื่องปลอม หรือเครื่องเทียบที่ไม่ได้ผ่านการรับรอง อาจให้พลังงานไม่เสถียร เสี่ยงต่อผลข้างเคียง และไม่เห็นผลจริง
ข้อดีของการใช้ Ulthera SPT เครื่องแท้
- พลังงานแม่นยำ สม่ำเสมอทุกช็อต
- ยิงได้ลึกถึงชั้น SMAS อย่างปลอดภัย
- มองเห็นชั้นผิวจริงด้วยระบบ Visualization ขณะทำ
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปีจากการทำเพียงครั้งเดียว
- ผ่านการรับรองจาก US FDA และ อย. ไทย
คลินิกที่ได้มาตรฐานจะสามารถให้คุณ ขอดู Serial Number หรือ Certificate จากบริษัท Merz ได้ เพื่อยืนยันว่าเป็นเครื่องแท้ 100%
วิธีดู Ulthera SPT เครื่องแท้

- เข้าเว็บไซต์ Merz Aesthetics. Thailand
- ค้นหาชื่อคลินิกที่คนต้องการทำ
- หากคลินิกมีรายชื่ออยู่ในระบบ แสดงว่า คลินิกนั้นใช้เครื่องแท้ 100% จากบริษัท Merz Aesthetics
- สามารถขอดู Certificate และ Serial Number ของเครื่อง ได้จากเจ้าหน้าที่ก่อนทำหัตถการ
หลีกเลี่ยงการทำกับคลินิกที่ไม่มีใบรับรอง หรือให้ราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจเสี่ยงใช้เครื่องปลอมหรือไม่ได้มาตรฐาน
ทำไมต้องทำ Ulthera SPT ที่ V Square Clinic


(พญ. สุจินันท์ เรืองชยจตุพร เลข ว.63495)
V Square Clinic เป็นหนึ่งในคลินิกที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจาก Merz Aesthetics Thailand ว่าใช้ เครื่องแท้ Ulthera SPT รุ่นล่าสุด พร้อมระบบ Visualization
จุดเด่นที่ทำให้หลายคนมั่นใจเลือกทำที่ V Square Clinic
- ใช้เครื่อง Ulthera SPT แท้ 100% ตรวจสอบได้
- แพทย์ทุกท่านผ่านการอบรมจากบริษัท Merz โดยตรง
- ประเมินใบหน้าฟรี และวางแผนการยิงเฉพาะจุด
- มีรีวิว Before–After จริงจากคนไข้หลากหลายเคส
- ราคาสมเหตุสมผล พร้อมโปรโมชั่นที่คุ้มค่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Ulthera SPT
ยังไม่เคยทำอะไรกับใบหน้าเลย จะเริ่มที่ Ulthera SPT ได้ไหม ?
ได้ครับ เพราะ Ulthera SPT เป็นหัตถการที่ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิว เช่น ผิวหย่อนเล็กน้อย กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด หรืออยากชะลอริ้วรอยตั้งแต่เนิ่น ๆ
ทำ Ulthera SPT เจ็บไหม ?
เจ็บเล็กน้อยครับ แต่ไม่ถึงขนาดกับทนไม่ได้ ขณะทำอาจรู้สึกจี๊ด ๆ บริเวณกระดูก เช่น กรามหรือโหนกแก้ม แต่สามารถแปะยาชาก่อนทำเพื่อลดความรู้สึกได้ และเครื่องรุ่นใหม่อย่าง Ulthera Prime เจ็บน้อยลงกว่ารุ่นเดิมมากครับ
ผู้ชายทำ Ulthera ได้ไหม ?
ได้ครับ Ulthera SPT เป็นเทคโนโลยีที่เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการยกกระชับกรอบหน้า เก็บเหนียง หรือยกหางตา ยกคิ้วโดยไม่ต้องผ่าตัด
อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มทำ Ulthera SPT ได้ ?
เริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป หรือเมื่อเริ่มสังเกตว่าผิวหย่อนลง รูปหน้าเปลี่ยน ไม่ต้องรอให้หย่อนมากก่อนถึงจะทำครับ
ถ้าเคยฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกมาแล้ว ทำ Ulthera SPT ได้ไหม ?
สามารถทำได้ครับ แต่แนะนำเว้นระยะหลังฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ ก่อนทำ Ulthera ในบริเวณเดียวกัน
คนผิวบาง ทำ Ulthera SPT ได้ไหม ?
สามารถทำได้ครับ แต่หลังทำผิวอาจแดงกว่าเคสทั่วไปเล็กน้อย แต่ถ้าแพทย์ปรับค่าพลังงานที่เหมาะสม เลี่ยงการยิงซ้ำจุดเดิม หรือลดจำนวนไลน์ต่อบริเวณ ก็จะเกิดผลข้างเคียงน้อยหรืออาจจะไม่เกิดเลยก็ได้ครับ
สรุป Ulthera SPT ดีไหม ? ควรทำหรือไม่?
Ulthera SPT ไม่ได้เป็นแค่การยกกระชับผิว แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการชะลอวัยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องเจ็บตัวหรือเสียเวลาพักฟื้น เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งกว่า HIFU ทั่วไป และมีความปลอดภัยสูงกว่าการทำแบบเดิม ๆ
หากคนไข้กำลังลังเลว่าจะยกกระชับผิวด้วยวิธีไหนดี หรืออยากปรึกษาว่าเหมาะกับเครื่องแบบไหนที่สุด สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ V Square Clinic ได้ฟรี เราพร้อมแนะนำแนวทางเฉพาะบุคคล ด้วยเครื่องแท้ และมาตรฐานที่คนไข้ไว้วางใจได้ครับ

