หลังฉีดโบท็อก มีข้อห้าม – ข้อควรปฏิบัติอย่างไร ให้โบท็อกออกฤทธิ์ไว สลายช้า

หลังฉีดโบท็อก

หลังฉีดโบท็อก-ปฏิบัติตัวอย่างไร1000x860

การฉีดโบท็อก เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูง ราคาไม่แพง ปกติโบท็อกจะอยู่ได้นาน 4-6 เดือน หากละเลยการดูแลตัวเอง หลังฉีดโบท็อก ผลการรักษาอาจอยู่ได้สั้นลง ต้องฉีดบ่อยขึ้น เสียเงินเยอะขึ้น เพื่อความเกิดคุ้มค่าสูงสุด หมอมีการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก เพื่อให้โบท็อกให้ออกฤทธิ์ไว สลายช้า อยู่ได้นาน มาแนะนำครับ

สารบัญ


ก่อนฉีดโบท็อก ควรเตรียมตัวอย่างไร ?

การฉีดโบท็อก (Botox) เป็นวิธีรักษาริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยกระชับกรอบหน้า ทำให้ใบหน้ากลับมาตึงกระชับขึ้น หากฉีดบริเวณกรามก็จะทำให้กล้ามเนื้อกรามมีขนาดเล็กลง ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น และสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ เช่น เมโสแฟตเหนียง ฉีดฟิลเลอร์คาง ยิ่งช่วยรูปหน้า V-Shape ขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ 

การทำงานของโบท็อก

นอกจากนี้โบท็อกยังช่วยลดเหงื่อ ลดขนาดกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อน่องได้ ทั้งนี้ เพื่อให้โบท็อกปลิวน้อยที่สุด คงประสิทธิภาพดีที่สุด และให้ผลลัพธ์การรักษาอยู่ได้นานกว่าปกติ ก่อนฉีดโบท็อกควรเตรียมตัว ดังนี้ 

  1. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้โบท็อกแท้ : ก่อนฉีดโบท็อก คนไข้ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกที่ต้องการฉีดอย่างละเอียด ว่ามีการเปิดให้บริการอย่างถูกต้อง ได้มาตรฐาน ใช้โบท็อกแท้ สามารถตรวจสอบกับบริษัทนำเข้าได้ เพราะโบท็อกแท้มีความบริสุทธิ์สูง กระจายตัวต่ำ ฉีดจุดไหนให้ผลลัพธ์ที่จุดนั้น ไม่เสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกในการฉีดครั้งต่อไป
แพทย์แกะกล่องเปิดขวด ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้า หมอเพลิน

ก่อนฉีดโบท็อกควรให้แพทย์แกะกล่องเปิดขวด ผสมโบท็อกให้ดูต่อหน้า เพื่อตรวจสอบว่าเป็นโบท็อกยี่ห้อที่เลือกไว้จริง เป็นขวดใหม่ที่ไม่ผ่านการทำละลายผสมด้วยน้ำเกลือมาก่อน เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจของคนไข้เองครับ 

  1. โบท็อกต้องผสมน้ำเกลือ : โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ จะมาในรูปแบบสุญญากาศแห้ง ๆ ไม่มีน้ำ ต้องฉีดน้ำเกลือลงไปละลายเพื่อดูดออกมาฉีดครับ ถ้ามีการเจือจางน้ำเกลือมากเกินไป จะทำให้โบท็อกปลิวไปง่ายขึ้น ประสิทธิภาพลดลง ปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสม คือ น้ำเกลือ 2.6 cc ต่อ โบท็อก 100 ยูนิตครับ 
โบท็อกต้องผสมน้ำเกลือ

ก่อนฉีดควรให้แพทย์ผสมโบท็อกต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อจะได้มั่นใจว่าไม่ได้เจือจางน้ำเกลือมากเกินไป หากคลินิกแจ้งว่าไม่สามารถให้ดูได้ หรือต้องทำในห้องปลอดเชื้อ ให้ถือว่าคลินิกนั้นไม่บริสุทธิ์ใจกับคนไข้ครับ

  1. เเพทย์มีเทคนิคการฉีดโบท็อก : แพทย์มีประสบการณ์ สามารถประเมินกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องการฉีดโบท็อก ทราบระดับความลึกที่เซลล์เส้นประสาทเกาะกล้ามเนื้อทำให้การฉีดมีความแม่นยำ ส่งผลให้โบท็อกออกฤทธิ์ไว คงผลลัพธ์ได้นาน
  2. ไม่ควรใช้จำนวนยูนิต ในแต่ละครั้งเกิน 300 ยูนิต : การใช้จำนวนโบท็อกมาก ๆ เพิ่มโอกาสที่ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานได้ง่ายขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงเทคนิคการฉีดโบท็อกปริมาณมาก ๆ เข้ากล้ามเนื้อโดยตรง เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อยา และการฉีดโบท็อกต่อครั้งไม่ควรใช้จำนวนยูนิตที่น้อยเกินไปในแต่ละจุด เพราะจะทำให้หมดฤทธิ์ไว และต้องฉีดบ่อยขึ้นก็จะเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกได้เช่นกันครับ 

ในการฉีดแต่ละครั้ง หมอจะประเมินว่าคนไข้ควรใช้โบท็อกกี่ยูนิต เพื่อให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของคนไข้แต่ละคนครับ

ประคบเย็นระหว่างฉีดโบท็อก หมอบาส
  1. ประคบเย็นระหว่างฉีดโบท็อก : ระหว่างฉีดโบท็อกแพทย์จะมีการประคบด้วยความเย็นรอบ ๆ บริเวณที่ฉีด เพื่อลดการไหลเวียนของเส้นเลือด ทำให้โบท็อกอยู่เฉพาะจุด ลดการปลิวของโบท็อกไปบริเวณอื่น 

หลังฉีดโบท็อก ควรปฏิบัติตัวแบบไหนที่จะทำให้ โบท็อกสลายช้าที่สุด

  1. ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด : หลังฉีดโบท็อกทันที ควรรีบขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 1-2 ครั้ง และหลังจากฉีดเสร็จทั้งหมด ควรบริหารกล้ามเนื้อเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด เหลือส่วนที่จะปลิวไปน้อยที่สุด
  2. ทานอาหารบางประเภท : ในงานวิจัยพบว่าการทานแร่ธาตุ zinc 50 mg ก่อนและหลังการฉีดโบท็อก ช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้น ออกฤทธิ์ดีขึ้น และช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น เนื่องจาก การทำงานของโบท็อกที่อยู่ในเซลล์ประสาท จะต้องอาศัยแร่ธาตุ zinc (สังกะสี) เป็นปัจจัยสำคัญ 
  3. ฉีดโบท็อกต่อเนื่อง : ควรฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะที่เหมาะสมไม่ฉีดถี่เกินไป (อย่างต่ำควรเว้น 3เดือน) และไม่เว้นระยะห่างเกินไป (ไม่ควรเว้นเกิน 5-6 เดือน) เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้ปกติ และอาจจะต้องใช้ยูนิตของโบท็อกเยอะขึ้นครับ

การฉีดโบท็อกเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงน้อย เพื่อให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพ และคงผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้น คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดครับ


ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก

เพื่อให้การฉีดโบท็อกมีประสิทธิภาพ หลังฉีดโบท็อกมีข้อควรปฏิบัติ เพื่อให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้น ดังนี้

  • งดนอนราบ 3 ชม. และงดการก้มหัวลงต่ำกว่าระดับหัวใจ เพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนมาที่หน้าเยอะขึ้น ส่งผลให้โบท็อกจะปลิวไปเยอะขึ้น 
  • หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง โดยเฉพาะในช่วง 2 อาทิตย์แรกหลังฉีด เช่น การซาวน่า, ออกกำลังกายหนัก ๆ, ตากแดด, เลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก

เนื่องจาก ปัจจัยสำคัญที่ทำให้โบท็อกย่อยสลายไวขึ้น คือ ความร้อน และการไหลเวียนของเลือด (Metabolism) เมื่อครบกำหนดคนไข้สามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ตามปกติ และควรหลีกเลี่ยงความร้อน


ข้อห้ามการฉีดโบท็อก ที่อันตรายถึงชีวิต

การฉีดโบท็อกไม่อันตรายครับ หากคนไข้มีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่โรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการฉีดโบท็อก

ทั้งนี้ การฉีดโบท็อก ไม่สามารถฉีดได้ (Absolute contraindication) ในคนไข้ที่มีโรคประจำตัว ดังนี้

  • คนที่มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง 
  • คนที่มีปัญหากล้ามเนื้อในการกลืน
  • คนที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่าง ๆ เช่น
    • amyotrophic lateral sclerosis (ALS)
    • Lou Gehrig’s disease
    • myasthenia gravis
    • Lambert-Eaton syndrome
  • มีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังในจุดที่จะฉีดโบท็อก
  • มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือ มีภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

เพื่อความปลอดภัย ก่อนฉีดโบท็อก คนไข้ไม่ควรปกปิดโรคประจำตัวกับแพทย์ผู้ให้การรักษาครับ เพราะเป็นเรื่องที่อันตรายถึงชีวิตได้


Q&A

Q : เลือกใช้โบท็อกแท้ ดีอย่างไร ?

โบท็อกแท้นอกจากจะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติแล้ว ยังลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ เช่น อาการดื้อโบท็อก หน้าแข็ง ยิ้มไม่สุด ดังนั้นก่อนฉีดโบท็อกคนไข้ต้องมั่นใจว่าโบท็อกที่ใช้เป็น               
โบท็อกแท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ครับ

Q : ทำไมโบท็อกแท้ ต้องผสมน้ำเกลือ ?

โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อ ถูกบรรจุลงในขวดแก้ว มาในรูปแบบสุญญากาศ ไม่มีน้ำ แพทย์ต้องฉีดน้ำเกลือเข้าไปทำละลาย โดยปริมาณความเข้มข้นที่เหมาะสม คือ น้ำเหลือ 2.6 CC ต่อ โบท็อก 100 ยูนิตครับ

Q : ทำไมการฉีดโบท็อก ต้องฉีดโดยแพทย์เท่านั้น ?

แพทย์รู้เทคนิกการฉีดโบท็อก หมอกัน

การฉีดโบท็อก ต้องฉีดโดยแพทย์เท่านั้น แพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีเทคนิคการฉีดที่แม่นยำ ทราบระดับความลึกที่เซลล์เส้นประสาทเกาะกล้ามเนื้อ ทำให้เห็นผลเร็ว และคงผลลัพธ์การรักษาได้นาน หากฉีดไม่ตรงจุด ก็จะเห็นผลช้า เพราะต้องรอให้โบท็อกกระจายจากจุดที่ฉีดมายังปลายเซลล์ประสาท และอาจกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาทำให้คนไข้เกิดการดื้อโบท็อกในการฉีดครั้งต่อ ๆ ไป

Q : ทำไมถึงไม่ควรใช้จำนวนยูนิตในแต่ละครั้งเกิน 300 ยูนิต ?

การฉีดโบท็อกในปริมาณที่มาก จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาได้ง่าย เสี่ยงต่อการดื้อโบท็อก หากคนไข้ต้องการฉีดในปริมาณที่มาก แพทย์จะแนะนำให้ทยอยฉีด ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและแจ้งคนไข้ครับว่าควรใช้กี่ยูนิต จึงจะเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของคนไข้

Q : ระหว่างการฉีดควรประคบด้วยความเย็น ?

การประคบเย็นรอบ ๆ บริเวณที่ฉีด ช่วยลดการไหลเวียนของเลือด ทำให้โบท็อกอยู่เฉพาะจุดไม่ปลิวออกไปบริเวณอื่นครับ (การประคบเย็นจะเกิดขึ้นระหว่างฉีดเท่านั้น)

Q : หลังฉีดโบท็อกควรทำอะไรทันที ?

หลังฉีดโบท็อกควรขยับกล้ามเนื้อในบริเวณที่ฉีดทันที 1-2 ครั้ง และควรบริหารกล้ามเนื้อทั้งหมดที่ฉีดเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุด

Q : หลังฉีดโบท็อก ห้ามทําอะไรบ้าง ?

สิ่งที่คนไข้ไม่ควรทำหลังฉีดโบท็อกเสร็จ 3 ชั่วโมง มีดังนี้

  • ห้ามประคบเย็น เพราะจะขัดขวางการดูดโบท็อกเข้าเซลล์ประสาท
  • ห้ามนอนราบ และงดการก้มหัวลงต่ำกว่าระดับหัวใจ

Q : Zinc ช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ไวขึ้น ออกฤทธิ์ดีขึ้น จริงไหม ?

อาหารที่มี Zinc

ในงานวิจัยพบว่าผู้ที่ได้รับ Zinc 50 มิลลิกรัม/วัน ทั้งก่อนและหลังการฉีดโบท็อก ช่วยให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นประมาณ 30% และออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น หากทานมากเกินไปอาจเกิดการเสริมฤทธิ์โบท็อกรุนแรงและเกิดผลเสียตามมาได้ ดังนั้น จึงแนะนำให้ทานตามคำแนะนำของแพทย์ครับ 

Q : ฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสมคือ ?

ฉีดโบท็อกต่อเนื่องในระยะเวลาที่เหมาะสม

หากต้องการรักษาผลของโบท็อกไว้สามารถมาฉีดเพิ่มได้แต่ควรเว้นระยะอย่างน้อย 3 เดือน แต่ไม่ควรเว้นนานเกิน 5-6 เดือน เพื่อป้องกันการดื้อยาครับ

Q : หลังฉีดโบท็อก ต้องหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด ?

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ดี ช่วยให้เห็นผลชัดเจน คือการดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกครับ ควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง โดยเฉพาะในช่วง 2 อาทิตย์แรกหลังฉีด เช่น การซาวน่า, ออกกำลังกายหนัก ๆ, การทำเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิด 

Q : หลังฉีดโบท็อก ห้ามกินอะไรบ้าง ?

นอกจากยาและอาหารเสริมต่าง ๆ ที่ควรระวังแล้ว หลังฉีดโบท็อก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อยู่ได้นานขึ้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารดังนี้

หลังฉีดโบท็อก งดอาหารที่นั่งหน้าเตาร้อน
  1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
  2. งดทานอาหารที่เผ็ดมาก ๆ จนหน้าแดง
  3. งดอาหารที่นั่งหน้าเตาร้อน ๆ เช่น ปิ้งย่าง ชาบู
  4. งดอาหารหมักดอง เช่น ปลาร้า มะม่วงดอง หน่อไม้ดอง
  5. งดสูบบุหรี่ เพราะมีสารที่จะไปขยายหลอดเลือด

โดยอาหารที่กล่าวข้างต้น แนะนำให้ควรงดในระยะเวลา 14 วัน แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ควรงดอย่างน้อย 48 ชั่วโมงครับ

Q : หลังฉีดโบท็อก ออกกําลังกายหนัก ๆ ต้องงดไหม ?

หลังฉีดโบท็อกควรหลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิด และกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดง ในช่วง 2 อาทิตย์แรกหลังฉีดโบท็อก คนไข้ควรงดออกกำลังกายหนัก ๆ ก่อนครับ หากจำเป็นต้องออกกำลังกาย แนะนำให้เลี่ยงการออกกำลังกายในสถานที่ร้อน เช่น โยคะร้อน วิ่งมาราธอน

Q : สรุป Timeline ข้อปฏิบัติตัวในการฉีดโบท็อก

Timeline ข้อปฏิบัติตัวในการฉีดโบท็อก

Q : หลังฉีดโบท็อก ห้ามกินยาอะไร ?

เพื่อความปลอดภัย คนไข้ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงยาที่คนไข้ใช้อยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากกลุ่มยาที่สามารถเสริมฤทธิ์โบท็อกแล้วเกิดอันตรายมาก (Major Side Effects) ได้แก่

  • ยาฆ่าเชื้อแบบฉีด เช่น Amikacin, Colistin, Polymyxin E
  • ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น Atracurium, Cisatracurium, Doxacurium
หลังฉีดโบท็อกห้ามกินยาอะไรบ้าง

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มยาที่ใช้ร่วมกับโบท็อกแล้วอาจเกิดผลข้างเคียงแบบปานกลาง ไม่อันตราย อาการที่พบ เช่นตาพร่า ปากแห้ง รอยช้ำ (หากมีอาการรุนแรง สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อปรับชนิดยาที่ใช้ได้) ได้แก่

  • กลุ่มยาแก้แพ้ แก้หวัด
  • กลุ่มยานอนหลับ
  • กลุ่มยาต้านเกล็ดเลือด

หลังฉีดโบท็อกไปแล้ว ในช่วง 4 เดือน ถ้าจะรับยาอื่น ๆ เพิ่ม ต้องแจ้งแพทย์ที่จะจ่ายยาด้วยว่าเพิ่งฉีดโบท็อกมาครับ

Q : ฉีดโบท็อก นวดหน้าได้ไหม ?

หลังฉีดโบท็อกแนะนำให้คนไข้งดการนวดหน้าอย่างน้อย 2 อาทิตย์ครับ 

Q : ทําไมฉีดโบท็อกซ์ถึงห้ามกินเหล้า ?

เนื่องจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ส่งผลต่อความร้อนในร่างกาย ทำให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นลง ดังนั้นหลังฉีดโบท็อก 48 ชั่วโมง จึงควรงดก่อนครับ

Q : หลังฉีดโบท็อก กินคอลลาเจนได้ไหม ?

กินคอลลาเจนหรือวิตามินได้ตามปกติครับ และต้องระวังในการรับประทานวิตามินบางตัวเช่น Zinc (แร่ธาตุสังกะสี) หากรับประทานปริมาณมากจะช่วยเสริมฤทธิ์โบท็อกให้รุนแรงเกินไปได้

Q : หลังฉีดโบท็อก กินอาหารทะเลได้ไหม ?

สามารถทานอาหารทะเลได้ปกติครับ ในอาหารทะเลจะมีแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) ควรทานให้ปริมาณที่พอดี เพราะนอกจากจะเสริมฤทธิ์โบท็อกแล้ว ยังส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น คอเลสเตอรอลสูงขึ้น ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่ได้รับ Zinc 50 มิลลิกรัมต่อวันส่วนใหญ่ ส่งผลให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นประมาณ 30% และออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น

Q : ฉีดโบท็อก กินกาแฟได้ไหม ?

สามารถดื่มกาแฟได้ตามปกติครับ เนื่องจากในกาแฟมีปริมาณคาเฟอีนที่น้อย ไม่ส่งผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว คนไข้ที่ชอบดื่มกาแฟสบายใจได้ครับ

Q : ฉีดโบท็อกมาแล้ว ทาครีมได้ไหม ?

หลังฉีดโบท็อกเสร็จ จะมีรอยเข็มเล็ก ๆ จึงควรเลี่ยงการทาครีมบริเวณที่ฉีด 1 คืน เพื่อลดการระคายเคืองผิว จากนั้น 1 อาทิตย์คนไข้สามารถทำ Treatment ได้ตามปกติครับ

Q : หลังฉีดโบท็อก เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยเรื่องอะไร ?

เคี้ยวหมากฝรั่งหลังฉีดโบท็อก

หลังฉีดโบท็อกทันทีแพทย์จะให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีด 1-2 ครั้งทันที และหลังจากฉีดโบท็อกเสร็จทั้งหมด ควรบริหารกล้ามเนื้อที่ฉีดด้วยการเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นเวลา 30 นาที เพื่อให้โบท็อกถูกเซลล์ประสาทดูดเข้าไปให้มากที่สุดครับ

Q : ทำไมหลังฉีดโบท็อกลดกราม ห้ามกินอาหารเหนียว ๆ ?

อาหารที่เหนียวต้องใช้แรงบดเคี้ยวค่อนข้างมาก ทำให้กล้ามเนื้อกรามทำงานหนัก และแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ฤทธิ์ของโบท็อกอยู่ได้สั้นลง กล้ามเนื้อกรามกลับมาใหญ่ขึ้นเหมือนเดิม ทางตรงกันข้ามกล้ามเนื้อกรามใช้งานน้อยลง หรือไม่ได้ใช้งาน เมื่อเวลาผ่านไปขนาดกล้ามเนื้อจะเล็กลง และกลับมาทำงานได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้โบท็อกอยู่ได้นานขึ้นครับ


สรุป 

เพื่อให้การฉีดโบท็อกได้ผลลัพธ์ที่ดีและอยู่ได้นาน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำก่อนฉีดโบท็อก ข้อห้ามหลังฉีดโบท็อก อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้การฉีดโบท็อกแท้ ที่ผสมตัวยาได้มาตรฐาน ฉีดในระดับความลึกที่เซลล์เส้นประสาทเกาะกล้ามเนื้อ จะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้ดี และอยู่ได้นานขึ้นครับ เพื่อความมั่นใจก่อนฉีด แนะนำให้เข้ารับการปรึกษากับแพทย์โดยตรงที่ V Square Clinic ทุกสาขาได้เลยครับ 


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา_หมอ29คน
Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า