
ขอบตาดํา ใต้ตาคล้ำ
ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ หน้าดูโทรม แก่กว่าวัย เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย มักพบได้บ่อยในช่วงวัยเรียน วัยทำงานที่ต้องใช้สายตานาน ๆ หรือบางคนอาจมีขอบตาดำจากกรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ และอายุที่มากขึ้น
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าขอบตาดำเกิดจากอะไร ? แก้ไขอย่างไรได้บ้าง ? อยากได้วิธีแก้ขอบตาดำแบบเร่งด่วน และวิธีป้องกันอย่างไรไม่ให้ขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ ร่องตาลึก ติดตามได้ในบทความนี้ครับ
สารบัญ ขอบตาดำ
ขอบตาดำมาก สาเหตุเกิดจากอะไร ?
ขอบตาดำคล้ำ ไม่กระจ่างใส เกิดได้จากหลายสาเหตุครับ ทั้งจากปัจจัยทางกายภาพและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนี้
- กรรมพันธุ์ ปัญหาขอบตาดำคล้ำ เกิดได้จากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น การผลิตเม็ดสีบริเวณใต้ตาที่มากเกินไป โครงสร้างกระดูกยุบตัว หรือเกิดจากโครงหน้าที่เป็นเบ้าลึก ทำให้ขอบตาดำลึกครับ
- ภูมิแพ้ ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ ร่างกายจะหลั่งสารฮิสตามีนเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรียบริเวณที่เกิดการอักเสบ ทำให้ระคายเคือง และเส้นเลือดใต้ตาขยายตัวจนเห็นเป็นรอยคล้ำใต้ตา
- อายุที่เพิ่มมากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนและไขมันลดลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวหย่อนคล้อย และผิวบางลงจนเห็นเส้นเลือดบริเวณใต้ตาชัดขึ้น ส่งผลให้เกิดรอยคล้ำบริเวณขอบตาและถุงใต้ตา
- การตั้งครรภ์ ผู้ที่ตั้งครรภ์ ฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนแปลง ส่งผลต่อการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ผิว ทำให้บริเวณใต้ตาเห็นเป็นรอยดำคล้ำ
- พักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนดึกหรืออดนอน ทำให้ผิวบริเวณใต้ตาซีดลง และมีการคั่งของของเหลวบริเวณใต้ตา ทำให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตา และตาบวม ถุงใต้ตาคล้ำได้ครับ

- ใช้สายตามาก การใช้สายตาจดจ่ออยู่กับอะไรนาน ๆ เช่น การจ้องมือถือ หรือคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการตาล้า เส้นเลือดใต้ตาจะขยายตัวจนเกิดเป็นรอยดำคล้ำบริเวณรอบดวงตา
- สัมผัสใต้ตาบ่อย หากขยี้ตาบ่อย ๆ หรือเช็ดถูบริเวณใต้ตาแรง ๆ อาจทำให้เกิดขอบตาดำ เป็นริ้วรอยใต้ตา เนื่องจากร่างกายจะผลิตเม็ดสีบริเวณใต้ตามากขึ้น ส่งผลให้ผิวบริเวณนั้นมีสีดำคล้ำมากขึ้นครับ

- ร่างกายขาดน้ำ เมื่อร่างกายได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอ จะทำให้ผิวแห้ง ผิวบริเวณใต้ตาเหี่ยว ขาดความชุ่มชื้น ไม่กระจ่างใส เห็นเป็นรอยคล้ำใต้ตา
- แสงแดด รังสี UV จากแสงแดด จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตการสร้างเม็ดสีเมลานินที่มากขึ้น ทำให้ผิวบริเวณขอบตามีสีดำ
- ความเครียด เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะกระตุ้นต่อมใต้สมองให้ผลิตฮอร์โมนที่สร้างเม็ดสีเมลานินมากขึ้น ส่งผลให้ขอบตาคล้ำชัดเจนขึ้น
- สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ จะทำให้เส้นเลือดใต้ผิวหนังขยายตัว จนเห็นเป็นรอยคล้ำใต้ตา

7 วิธี แก้ขอบตาดำคล้ำ ด้วยวิธีธรรมชาติ
ปัญหาขอบตาดำคล้ำ สามารถแก้ไขได้หลายวิธีครับ ทั้งวิธีทางธรรมชาติที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง และวิธีทางการแพทย์ ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตา มีวิธีการแก้ไข ดังนี้
1. หาสาเหตุของปัญหาขอบตาดำ
ปัญหาขอบตาดำคล้ำ ถุงใต้ตาบวม ที่เกิดจากการนอนดึก อดนอน สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีธรรมชาติ คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลต่อการนอนหลับ เช่น ความเครียด การดื่มชา กาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารมื้อหนัก ๆ แล้วเข้านอนเลย จะทำให้นอนไม่สบายตัว
หมอแนะนำให้งดรับประทานอาหารก่อนเข้านอนอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เพื่อที่ร่างกายจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ช่วยลดขอบตาดำได้ครับ
2. หมั่นดูแลตัวเอง
การดูแลตัวเองสามารถลดขอบตาดำได้ครับ เริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นออกกำลังกายและหลีกเลี่ยงแสงแดด จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ดีขึ้น ผิวพรรณสดใสจากภายในสู่ภายนอก ลดขอบตาคล้ำและช่วยให้หน้าเนียนใสขึ้นครับ

3. บำรุงรอบตาด้วยสูตรมาสก์ตา
การมาสก์ตา เป็นการบำรุงผิว ช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตา มีหลากหลายสูตร เช่น แตงกวา ว่านหางจระเข้ มะเขือเทศ มีคุณสมบัติช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและกระจ่างใส ช่วยลดอาการถุงใต้ตาบวม ทำให้ขอบตาดำน้อยลงครับ

4. ทำทรีตเมนต์ ทาครีมบำรุงใต้ตา
การทำทรีตเมนต์ หรือใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา หรือ Eye cream ที่มีส่วนผสมของ Whitening ช่วยให้รอยคล้ำใต้ตาจางลง แต่ข้อควรระวังคือ ควรเลือกใช้ครีมให้เหมาะสมกับสภาพผิวหน้า เพราะผิวบริเวณใต้ตาค่อนข้างบอบบาง หากเลือกใช้ครีมที่ไม่ได้มาตรฐาน และไม่เหมาะกับผิวก็อาจส่งผลให้ระคายเคือง ใต้ตาดำคล้ำกว่าเดิมครับ

5. เพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณใต้ตา
การช่วยให้เลือดบริเวณใต้ตาไหลเวียนได้ดีขึ้น สามารถทำได้โดยการนวดใต้ตา การประคบอุ่น การประคบเย็น และการประคบใต้ตาด้วยถุงชา ดังนี้ครับ
- การนวดใต้ตา ให้ใช้นิ้วชี้กดเบา ๆ บริเวณใต้ตาจากซ้ายไปขวา ซ้ำไปมา 10 ครั้ง จะช่วยเรื่องการไหลเวียนของเลือด ไม่ให้คั่งอยู่บริเวณใต้ตาจนเป็นขอบดำ

- การประคบอุ่น ให้นำผ้านุ่ม ๆ ชุบน้ำอุ่น มาประคบบริเวณเปลือกตา ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างด้วยน้ำเย็น จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นและใต้ตาสดใสขึ้น

- การประคบเย็น ให้ใช้ผ้าแช่เย็น หรือผ้าห่อน้ำแข็ง มาประคบขอบตาทั้งสองข้าง หรือจะใช้ช้อนที่แช่เย็นมาประคบรอบดวงตา 10-15 นาที ทำให้หลอดเลือดใต้ตาหดลง ลดอาการบวมและขอบตาดำได้ครับ
- การประคบใต้ตาด้วยถุงชา ให้นำถุงชาที่ใช้แล้วไปแช่เย็น แล้วนำมาประคบบริเวณเปลือกตา ประมาณ 10-15 นาที จะช่วยฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้กลับมาชุ่มชื้น ลดอาการตาบวมและรอยคล้ำใต้ตา ริ้วรอยรอบดวงตาดูจางลง
6. ใช้แผ่นเจลเย็นปิดตา
การนำแผ่นเจลแช่เย็นมาวางไว้บริเวณดวงตา จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว ถนอมหลอดเลือดรอบดวงตา ลดอาการขอบตาดำจากการขยายตัวของหลอดเลือดได้ครับ

7. แต่งหน้าปกปิด
การแต่งหน้าโดยใช้คอนซีลเลอร์ปกปิดรอยคล้ำใต้ตา เป็นวิธีที่ช่วยอำพรางริ้วรอย และความหมองคล้ำรอบดวงตา ให้ใต้ตาดูสดใสขึ้น ควรเลือกใช้เฉดสีที่เหมาะกับผิว จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวย ดูเป็นธรรมชาติ

วิธีการลดขอบตาดำทั้ง 7 วิธีที่ได้กล่าวไป ช่วยบรรเทาอาการขอบตาดำครับ แต่ต้องอาศัยระยะเวลา ความสม่ำเสมอ และไม่สามารถหวังผลลัพธ์ได้ชัดเจน สำหรับคนที่ต้องการเห็นผลลัพธ์เร่งด่วน ปัจจุบันมีวิธีการรักษาขอบตา ด้วยวิธีทางการแพทย์ โดยหมอจะอธิบายในข้อต่อไปครับ
8 วิธีทําให้ขอบตาหายดํา แบบเร่งด่วน
ในทางการแพทย์ มีวิธีรักษาขอบตาดำ ที่เห็นผลแบบเร่งด่วน และช่วยแก้ปัญหาขอบตาดำคล้ำ ลดริ้วรอยรอบดวงตาได้ ดังนี้ครับ
1. ฉีดเมโส ลดขอบตาดำ
การฉีดเมโส ลดขอบตาดำ เป็นการนำตัวยาที่มีส่วนผสมของวิตามินและสารบำรุง ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ฉีดเข้าสู่ผิวโดยตรง
หลังฉีดช่วยลดปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาดำให้ดูจางลง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนังบริเวณใต้ตาดูอิ่มฟู สดใสขึ้น เห็นผลลัพธ์เร็ว และยังช่วยลดริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ครับ เหมาะกับคนที่ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ หน้าโทรมจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ เห็นผลเร็วกว่าการทาครีม หากฉีดต่อเนื่องจะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

2. เลเซอร์ลดขอบตาดำ เลเซอร์เส้นเลือดใต้ตา
บริเวณรอบดวงตา โดยเฉพาะขอบตาและใต้ตา มีโครงสร้างผิวที่บางกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า เมื่อผิวบางลงหรือสูญเสียคอลลาเจน จะทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวมองเห็นได้ชัด ส่งผลให้ใต้ตาดูคล้ำเป็นสีน้ำเงินหรือม่วง
ปัจจุบันมีเลเซอร์หลายชนิดที่สามารถช่วยลดความหมองคล้ำรอบดวงตาได้ เช่น
- Nd:YAG Laser : ลดการมองเห็นเส้นเลือดและปรับผิวให้แข็งแรงขึ้น
- Pico Laser : ลดเม็ดสี ปรับสีผิวให้สว่างขึ้น และกระตุ้นคอลลาเจน เช่น PicoSure Pro และ PicoPlus และ Fotona Laser

3. ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการฉีดสารเติมเต็มไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปบริเวณใต้ตาเพื่อแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ มีริ้วรอย และร่องลึก เป็นการแก้ปัญหาที่เห็นผลเร็วและตรงจุด
ฟิลเลอร์จะเข้าไปทดแทนกระดูกที่ยุบตัว เติมเต็มร่องลึกใต้ตาให้เรียบเนียน และช่วยปกปิดความคล้ำของเม็ดสีและเส้นเลือดบริเวณใต้ผิวหน้า เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณใต้ตา ช่วยให้ขอบตาที่ดำมาก ๆ กลับมาดูสดใส รอยคล้ำจางลงทันทีหลังทำครับ

4. ฉีด Collagen Biostimulator
โดยทั่วไปนิยมฉีด Collgen Biostimulator กระจายทั่วใบหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ให้ผิวแน่นกระชับเรียบเนียน แต่ในปัจจุบันก็มีบางตัวที่สามารถฉีดเฉพาะจุดบริเวณรอบดวงตาได้ เช่น Juvelook และ Ultracol ช่วยปรับผิวให้อิ่มฟู เติมร่องน้ำตา เพิ่มความกระจ่างใส และแก้ปัญหาขอบตาดำคล้ำ
งานผิวในกลุ่มนี้มีจุดเด่นที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ เพราะคอลลาเจนจะมาจากร่างกายของเราเองทั้งหมดครับ แต่มีข้อจำกัดที่จะไม่สามารถเติมร่องลึก ๆ ได้ดีเท่ากับฟิลเลอร์
5. ฉีด Rejuran
Rejuran มีส่วนประกอบหลักเป็น Polynucleotide (PN) ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว สามารถแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย เช่น เพิ่มความกระจ่างใส ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ เพิ่มความยืดหยุ่น และลดเลือนริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียน
โดยทั่วไปนิยมใช้ Rejuran Healer กล่องดำ ฉีดเป็นสกินบูสเตอร์ทั่วใบหน้าครับ แต่ก็มี Rejuran i กล่องขาว ที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความหมองคล้ำและริ้วรอยรอบดวงตาโดยเฉพาะ

6. ทำ Hifu Ultraformer MPT รอบดวงตา
Hifu Ultraformer MPT ใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ปรับให้ผิวแน่น และแก้ปัญหาถุงใต้ตาและริ้วรอยรอบดวงตาได้ครับ จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่หัว Ultra Booster ที่ออกแบบมาสำหรับงานผิวโดยเฉพาะ สามารถฟื้นฟูผิวหมองคล้ำให้ใส ขอบตาดำคล้ำก็จะดูสว่างขึ้น
7. ฉีดไขมันใต้ตา
การฉีดไขมันใต้ตาช่วยแก้ปัญหาใต้ตาดำ ขอบตาคล้ำ และริ้วรอยได้ครับ แต่เหมาะกับคนไข้ที่ปัญหาใต้ตาเกิดจากการยุบตัวของเนื้อเยื่อเท่านั้น หากมีร่องลึกเกิดจากกระดูกทรุดตัว ก็จำเป็นต้องใช้ฟิลเลอร์
ข้อเสียของการฉีดไขมันใต้ตา คือ ในการทำครั้งแรกมักไม่เห็นผล จำเป็นต้องทำซ้ำ และคนไข้จะมีแผลทั้งตำแหน่งที่ดูดไขมันและฉีดใต้ตา
8. ฉีด Skin Booster ใต้ตา
วิธีการฉีด Skin Booster ใต้ตา มีความคล้ายกับการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา แต่แตกต่างกันตรงที่ Skin Booster ใช้ Hyaluronic Acid ที่มีโมเลกุลเล็ก เนื้อบางและละเอียด จึงเหมาะกับการฟื้นฟูคุณภาพผิวมากกว่าการเติมปริมาตร โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และทำให้สีผิวใต้ตาดูสว่างขึ้น
ด้วยคุณสมบัตินี้ Skin Booster จึงถูกนำมาใช้ในการปรับสภาพผิวหน้าโดยรวม รวมถึงบริเวณใต้ตา โดยมีหลายยี่ห้อที่ได้รับความนิยม เช่น Belotero Revive, Restylane Vital Light และ Skinvive ซึ่งแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันไป

รักษาใต้ตาดำ ใต้ตาคล้ำ ที่ V Square Clinic
ปัญหาใต้ตาคล้ำและขอบตาดำมาก หมอแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาครับ เพราะเป็นการรักษาที่ตรงจุดและเห็นผลไว ปลอดภัย ไม่ต้องพักฟื้น
ที่ V Square Clinic ฉีดฟิลเลอร์โดยแพทย์ประสบการณ์สูง ด้วยเทคนิคเฉพาะ ก่อนทำทุกเคสหมอจะประเมินสภาพผิวของคนไข้ว่าควรใช้ฟิลเลอร์รุ่นไหน ปริมาณเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดูเป็นธรรมชาติ และนัดติดตามผลทุกครั้งหลังทำอย่างใกล้ชิดครับ

(พญ.อุษา ตั้นตระกูล เลข ว.63350)
รีวิวฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ V Square Clinic




วิธีป้องกันไม่ให้ขอบตาดำ ร่องใต้ตาลึก
ปัญหาขอบตาดำ ใต้ตาคล้ำ มีริ้วรอย ร่องลึก สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดอาการคล้ำรอบดวงตา เช่น การขยี้ตาบ่อย ๆ การอดนอน การสูบบุหรี่ และความเครียด หรือในกรณีที่ขอบตาดำจากโรคภูมิแพ้ก็สามารถรับประทานยารักษาได้ครับ ส่วนขอบตาดำที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์หรืออายุที่มากขึ้นนั้นอาจป้องกันได้ยาก แต่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีทางการแพทย์ตามแบบต่าง ๆ ที่ได้กล่าวไปครับ
Q&A รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขอบตาดำ
ขอบตาดำบ่งบอกถึงโรคอะไร ?
ขอบตาดำไม่ได้เป็นโรคครับ แต่สามารถสะท้อนปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ เช่น ภูมิแพ้เรื้อรัง ไซนัสอักเสบ ภาวะซีด โลหิตจาง หรือโรคตับ (ในบางราย)
ขอบตาดำ นอนไม่พอ หรือเป็นภูมิแพ้
ขอบตาดำ เป็นได้ทั้งจากสาเหตุการนอนดึกและภูมิแพ้ การนอนหลับไม่เพียงพอ ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี ส่วนภูมิแพ้ทำให้เส้นเลือดใต้ตาขยายและผิวบางลง
ขอบตาดำ ขั้นรุนแรง วิธีแก้
หากขอบตาดำชัดหรือเป็นปัญหาเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์ โดยหมอจะประเมินจากสาเหตุ และแนะนำวิธีที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาที่ตรงจุด ฟื้นฟูรอบดวงตาให้กลับมาสดเร่งด่วน
สรุปขอบตาดำคล้ำมาก แก้ด้วยวิธีไหนดีที่สุด ?
ขอบตาดำ สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย สามารถป้องกันและรักษาเบื้องต้นด้วยการดูแลตัวเอง แต่หากอยากได้ผลลัพธ์แบบเร่งด่วน หมอแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาหรือฟิลเลอร์ในกลุ่ม Skin Booster ครับ เพราะเป็นการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ช่วยให้ผิวใต้ตาเรียบเนียน ลดอาการบวมคล้ำรอบดวงตา ใบหน้าสดใส ดูอ่อนเยาว์ มีความปลอดภัยครับ สามารถฉีดเติมได้เรื่อย ๆ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง

