เสริมจมูก คืออะไร ? อันตรายไหม ? เหมาะกับใคร ? ดูรีวิวเสริมจมูก ทำจมูกใหม่ 2022

เสริมจมูก

เสริมจมูก

แน่นอนว่าเราคงไม่อยากจะต้องแก้จมูกกันใหม่หลาย ๆ ครั้ง เจ็บตัวผ่าตัดเสริมจมูกทั้งที ก็อยากทำครั้งเดียวแล้วได้ทรงจมูกสวยยดูดีรับกับใบหน้า จะได้ไม่ต้องมาแก้จมูกกันใหม่ภายหลัง เจ็บตัวซ้ำสอง จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมบางคนถึงหาข้อมูลอยู่นานเป็นปีกว่าที่จะตัดสินใจ เพราะอยากจะมั่นใจว่าเลือกคลินิก/โรงพยาบาล เลือกหมอได้ไม่ผิด ยิ่งถ้าเป็นเสริมจมูกครั้งแรก ยิ่งต้องมั่นใจ เพราะความสวยมาพร้อมความปลอดภัย เสริมจมูก คืออะไร? อันตรายไหม? เหมาะกับใคร? ข้อควรรู้ก่อนทำดั้งครั้งแรก ทุกคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำจมูกในปี 2022 ติดตามได้ที่นี่


เสริเสริมจมูก คืออะไร ?

การเสริมจมูก (Rhinoplasty) คือ การศัลยกรรมตกแต่งเพื่อปรับเปลี่ยนขนาดหรือรูปทรงของจมูก เช่น เพิ่มความโด่ง ความสูงของสันจมูก ช่วยปรับมิติใบหน้าให้ได้สัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) โดยใช้วัสดุซิลิโคน หรือกระดูกอ่อนและเนื้อเยื่อของตัวเอง เช่น เสริมจมูกกระดูกอ่อนหลังหู กระดูกอ่อนซี่โครง ซึ่งทำโดยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง ที่มีความเข้าใจในศิลปะการออกแบบใบหน้า จะสามารถวิเคราะห์และแนะนำรูปทรงจมูกได้อย่างเหมาะสม ทรงจมูกสวยรับกับใบหน้า

การเสริมจมูก

เสริมจมูกมีกี่แบบ ?

เสริมจมูกที่ได้รับความนิยมมีอยู่ 2 แบบ ตามเทคนิคการผ่าตัดเสริมจมูก ดังนี้

การเสริมจมูกแบบโอเพ่น (Open Rhinoplasty)

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นหรือการเสริมจมูกแบบเปิดนี้ หมอจะผ่าตัดเปิดแผลบริเวณด้านล่างจมูก (ฐานจมูก) เพื่อจะได้เห็นโครงสร้างทั้งหมด สามารถตกแต่งกระดูกฐานจมูกให้มีขนาดเล็กลง แก้ไขและจัดกระดูกอ่อนในโพรงจมูก เช่น สันจมูก ฮัมพ์ รวมทั้งผ่าตัดปีกจมูกให้สวยงามเข้ารูป ปรับแต่งปลายจมูกให้ดูเรียวเล็ก หลังผ่าตัดเสริมจมูกมีเพียงรอยผ่าตัดบริเวณด้านหน้าจมูก (Columellar incision)

เสริมจมูกแบบโอเพ่น

การเสริมจมูกแบบปิด (Close Rhinoplasty)

หมอจะผ่าตัดกรีดเปิดแผลเล็ก ๆ ด้านในในรูจมูกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ต้องเปิดจมูกทั้งหมด จากนั้นจะใส่ซิลิโคนเสริมจมูกเข้าไปในตำแหน่งที่ต้องการ ตั้งแต่สันจมูกไปจนถึงปลายจมูก วิธีนี้แผลผ่าตัดจะอยู่ภายในรูจมูก มองไม่เห็นแผลผ่าตัด เหมาะกับคนที่มีรูปทรงจมูกเดิมดีอยู่แล้วระดับหนึ่ง ไม่ต้องปรับแก้ไขถึงโครงสร้าง

เสริมจมูกแบบปิด

สรุปข้อดี – ข้อเสีย ของการเสริมจมูกแบบเปิดและแบบปิด

การเสริมจมูกแบบโอเพ่น สามารถจะปรับขนาดทรงจมูก เพิ่มความยาวให้สำหรับที่มีปลายจมูกสั้นและเชิด โดยเทคนิคนี้สามารถจะยืดปลายจมูกให้โด่งและพุ่งขึ้นได้ ด้วยกระดูกอ่อนกลางจมูก ได้ทรงจมูกปลายหยดน้ำได้โดยไม่ต้องเสริมซิลิโคน และยังสามารถเพิ่มความสูงได้ด้วยกระดูกอ่อนหรือเนื้อเยื่อเทียม ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาจมูกทะลุในอนาคตและอยู่ได้ถาวร สามารถใช้เสริมเพื่อรองปลายสำหรับคนที่มีผิวบาง

ข้อดี 

  • แก้ปัญหาได้ตรงจุด มองเห็นปัญหาจากโครงสร้างภายในได้ชัดเจน
  • ไม่ต้องกังวลกับปัญหาการเกิดซิลิโคนทะลุ 
  • ผลลัพธ์ออกมาดูสวยงาม เป็นธรรมชาติ

ข้อเสีย  

  • ใช้ระยะเวลาผ่าตัดนาน ต้องปรับโครงสร้างจมูกใหม่ 
  • หลังผ่าตัดมีอาการบวมช้ำได้นานกว่า
  • มีราคาค่อนข้างสูง

การเสริมจมูกแบบปิด ไม่ได้เป็นการปรับแก้โครงสร้างจมูก ถ้าทรงจมูกเดิมค่อนข้างโอเค ฐานจมูกไม่ใหญ่จนเกินไป สันจมูกไม่แบบเรียบมากเกินไป รูปทรงจมูกไม่เบี้ยวและยาวหรือสั้นเกินไป สามารถผ่าตัดด้วยเทคนิคนี้ได้ แต่ถ้ามีเนื้อจมูกบางหรือจมูกสั้นไม่แนะนำ เพราะอาจมองเห็นเป็นแท่งซิลิโคน ดูไม่เป็นธรรมชาติ และมีโอกาสเกิดซิลิโคนทะลุได้

ข้อดี 

  • แผลผ่าตัดเล็กและมองไม่เห็นแผลผ่าตัด
  • บวมช้ำน้อย เนื่องจากกรีดเปิดแผลเล็ก ๆ
  • การดูแลตัวเองไม่ยุ่งยาก

ข้อเสีย 

  • ไม่เหมาะกับคนที่มีเนื้อจมูกบางหรือจมูกสั้น
  • ผลลัพธ์ออกมาอาจดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • มีโอกาสเกิดซิลิโคนเบี้ยวหรือซิลิโคนทะลุ

ใครที่เหมาะสำหรับการเสริมจมูก

การเสริมจมูก เหมาะสำหรับคนที่มีทรงจมูกแบน จมูกสั้น จมูกกว้าง จมูกบาน ปีกจมูกใหญ่ จมูกเบี้ยว จมูกเอียง จมูกไม่สมส่วนรับกับใบหน้า ต้องการปรับโหงวเฮ้งจมูก เสริมดวงด้านการเงิน อำนาจวาสนา ความรัก และคู่ครอง หรือแก้ปัญหาในคนที่จมูกผิดรูปร่างจากโรค เช่น เคยผ่านการผ่าตัดเนื้อเนื้องอกจมูก จากความพิการแต่กำเนิด จากอุบัติเหตุ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ  

นอกจากนี้การเสริมจมูก ทำจมูก ยังต้องอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำได้ ดังนี้ 

  • มีอายุ 18-20 ปีขึ้นไป เพราะในช่วงนี้จมูกใบหน้าจะเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว
  • ไม่ได้อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ไม่แนะนำให้ทำในผู้ที่ใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด มีภาวะลิ่มเลือดอุดตัน หรือโรคหลอดเลือดผิดปกติต่าง ๆ เช่น เส้นเลือดตีบ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการผ่าตัด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ
  • หากเป็นหวัด หรือมีแผลติดเชื้อ ควรรักษาให้หายก่อนเสริมจมูก

เสริมจมูก อันตรายไหม ?

การเสริมจมูก เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมที่อาจเกิดความเสี่ยงและผลข้างเคียงได้ แต่อย่าเพิ่งล้มเลิกการผ่าตัดเสริมจมูกไปก่อน เพราะถ้าเตรียมความพร้อมมาดี ก็มั่นใจได้ในความปลอดภัย โดยก่อนตัดสินใจเสริมจมูก 3 ปัจจัยหลัก ๆ ที่ในการเลือก คือ  

  • เลือกคลินิกหรือโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์และเครื่องมือต่าง ๆ อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และต้องสะอาด ปลอดเชื้อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อภายหลัง 
  • เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถประเมิน ออกแบบซิลิโคนให้เข้ากับใบหน้าแต่ละบุคคล จะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับใบหน้า ตรงกับความต้องการ 
  • เลือกใช้วัสดุซิลิโคนที่มีคุณภาพ เพื่อให้การเสริมจมูกเป็นไปได้ด้วยดีและปลอดภัย

วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก

ซิลิโคน

  • ซิลิโคนแบบสำเร็จรูป จะขึ้นเป็นทรงมาให้แล้ว มีโอกาสเบี้ยวหรือเอียงน้อย เรียกชื่อตามลักษณะทรงจมูก เช่น ซิลิโคนแมนทิส, ซิลิโคนบาร์บี้, ซิลิโคนซินเดอเรลล่า, ซิลิโคนแบบ L-shape
  • ซิลิโคนแบบเหลาเอง จะมาเป็นแท่งหรือบล็อกสี่เหลี่ยมมา แพทย์จะเป็นคนดีไซน์และเหลาทรงให้เข้ากับรูปจมูกแต่ละเคส ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ ความชำนาญ และความแม่นยำ
ซิลิโคนจมูก
ซิลิโคนแบบเหลาเอง

นอกจากนี้ซิลิโคนยังมีหลายเกรด มีลักษณะความอ่อน-แข็งของซิลิโคนที่ต่างกัน ที่นิยมในปัจจุบันได้แก้  

  • ซิลิโคนอเมริกา (USA) ซิลิโคนจมูกสีขาว และมีความนิ่มปานกลาง เหมาะกับคนที่มีเนื้อบริเวณสันจมูกเยอะนิยมนำมาเหลาขึ้นรูปให้เหมาะกับทรงจมูกของแต่ละคน
  • ซิลิโคนเกาหลี (KR) ซิลิโคนจมูกสีน้ำตาลหรือสีเหลือง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการทรงจมูกที่ดูเป็นธรรมชาติ จมูกทรงเกาหลีไม่โด่งมากจนเกินไป

กระดูกอ่อน

การใช้วัสดุกระดูกอ่อนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้น้อย และยังได้จมูกที่สวย แข็งแรง และดูเป็นธรรมชาติมาก อีกทั้งยังป้องกันการทะลุได้ในอนาคต แต่จะมีราคาแพงกว่าการเสริมจมูกแบบซิลิโคนทั่วไป โดยกระดูกอ่อนที่ใช้จะมาส่วนต่าง ๆ ดังนี้ 

  • กระดูกอ่อนจากใบหู เสริมปลายจมูกให้สวย ป้องกันปลายจมูกทะลุ
  • กระดูกอ่อนซี่โครง ช่วยเพิ่มสันจมูก
  • กระดูกอ่อนจากผนังกั้นจมูก เสริมจมูกยืดผนังกั้นจมูก เพื่อยืดปลายจมูกให้ยาวและพุ่ง
เสริมจมูกกระดูกอ่อน

เสริมจมูก ตอกฐานจมูก คืออะไร ?

การตอกฐานจมูก คือหนึ่งในเทคนิคการปรับแก้จมูกก่อนใส่ซิลิโคน สามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเปิด และการผ่าตัดเสริมจมูกแบบปิด จะช่วยแก้ปัญหาโครงสร้างและรูปทรงจมูกที่มีมาแต่เดิม ทำให้ได้จมูกที่เรียวสวยเข้ากับรูปหน้ายิ่งขึ้น เช่น

  • ช่วยปรับจมูกที่แกนใหญ่และฐานกว้างเกินไป ให้เรียวเล็กลงอย่างชัดเจน
  • ช่วยแก้ไขฮัมพ์นูนที่ทำให้จมูกโก่งงองุ้ม ใบหน้าดูแข็ง ให้สโลปโค้งสวย ใบหน้าดูหวานละมุนยิ่งขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาจมูกเบี้ยวเอียง แกนคด ทั้งที่เป็นมาแต่แรกหรือเกิดจากอุบัติเหตุ
  • ช่วยปรับโครงสร้างจมูกให้เรียบและตรงก่อนใส่ซิลิโคนเสริมจมูก ลดปัญหาจมูกเอียงหลังการศัลยกรรมได้

เสริมจมูกพร้อมตัดปีกจมูก

การตัดปีกจมูกสามารถทำพร้อมกับการเสริมจมูกได้ เพราะการตัดปีกจมูกไม่ได้เกี่ยวข้องกับความโด่งของจมูก 

การตัดปีกจมูก เป็นการผ่าตัดแก้ทรงจมูกให้มีขนาดสมส่วน สมดุลกับใบหน้า เหมาะกับคนที่มีปีกจมูกกว้าง ปีกจมูกใหญ่ ปีกจมูกบาน หลังตัดปีกจมูกจะทำให้จมูกดูเรียวเล็กลง ใบหน้าดูสมส่วน สวยหวานขึ้น ในคนที่ดั้งโด่งอยู่แล้ว แต่ปีกจมูกกว้าง ก็สามารถตัดปีกจมูกอย่างเดียวได้ โดยไม่จำเป็นต้องเสริมจมูกเพิ่ม

ตัดปีกจมูก

เสริมจมูก เนื้อน้อยทำได้ไหม ?

การเสริมจมูกเนื้อน้อย สามารถทำได้ ในการผ่าตัดเสริมจมูกแบบเปิด หรือเสริมจมูกโอเพ่น สามารถเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู กระดูกซี่โครง หรือเสริมจมูกเนื้อเยื่อเทียม ไม่ต้องกังวลกับปัญหาการเกิดซิลิโคนทะลุในกรณีที่ผิวบางหรือมีเนื้อจมูกน้อย  


เลือกทรงจมูกอย่างไร ให้เหมาะกับใบหน้า

ทรงจมูกดารา

จะเลือกทรงซิลิโคนจมูกทรงไหน หรือมีทรงจมูกที่ชอบในใจ เช่น ทรงจมูกของดารา ก็สามารถนำไปให้คุณหมอดูได้ว่าเหมาะสมกับโครงสร้างจมูกเดิมของเราหรือไม่ ถ้าไม่ได้จะปรับแต่งอย่างไร ใช้เทคนิคไหนเพื่อให้ได้ทรงจมูกที่โด่งสวยเหมาะสม สวยรับกับใบหน้าที่สุด


เสริมจมูกผู้ชาย เสริมจมูกผู้หญิง แตกต่างกันไหม ?

  • เสริมจมูกผู้ชาย มีสันจมูกตรงสวยตั้งแต่ช่วงระหว่างคิ้วลงมา เพื่อเพิ่มความคมให้ใบหน้า 
  • เสริมจมูกผู้หญิง มีความโค้ง สโลป ปลายพุ่ง ทำให้หน้าดูหวาน 

ทั้งนี้ ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าจมูกผู้ชายต้องทรงนี้ หรือจมูกผู้หญิงต้องทรงนั้น ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของใบหน้า บุคลิกหรือแม้แต่อาชีพการงานก็ที่มีผลต่อการเลือกทรงจมูกด้วยเช่นกัน ต้องทำออกมาแล้วดูดีขึ้น มั่นใจมากขึ้น เพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้า 


เสริมจมูก ราคาแพง ราคาถูก ต่างกันอย่างไร ?

เสริมจมูกราคาแพง ราคาถูก ราคาที่ต่างกันจะมาจากปัจจัย ดังนี้ 

  • ประสบการณ์ ฝีมือ และชื่อเสียงของแพทย์   
  • เทคนิคเฉพาะที่ใช้ในการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมจมูก  
  • ความยาก-ง่าย เช่น ต้องปรับแก้โครงสร้างจมูกใหม่  
  • คุณภาพของวัสดุซิลิโคน หรือใช้กระดูกอ่อน  
  • โปรโมชั่นราคา

การเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  • สำรวจจมูก เพื่อหาจุดไม่พอใจ เช่น ปีกจมูกกว้าง ปลายจมูกกลม จมูกสั้น ดั้งไม่โด่ง 
  • ศึกษาข้อมูลในการทำศัลยกรรมจมูก และข้อสงสัยไว้ เพื่อสอบถามกับคุณหมอ
  • ศึกษาหาโรงพยาบาลหรือคลินิกให้ดี เลือกทรงจมูกที่ชอบ และสอบถามกับคุณหมอว่าเหมาะสมหรือไม่ เป็นการวางแผนร่วมกัน
  • ถามข้อสงสัยที่ข้องใจให้หมด เพื่อที่จะได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง

ขั้นตอนการเสริมจมูก

เสริมจมูกซิลิโคน เสริมจมูกแบบโอเพ่น
แพทย์ให้ยานอนหลับเพื่อลดความกังวลใจ และฉีดยาชารอบจมูก แพทย์จะเปิดแผลบริเวณฐานจมูก แยกผิวหนังออกจากโครงสร้างของจมูก เพื่อเข้าไปตกแต่งกระดูกฐานจมูกให้มีขนาดเล็กลง
เปิดแผลบริเวณขอบรูจมูกยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อสร้างช่องว่างที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก แผลเปิดนี้อาจเปิดข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแพทย์ แก้ไขและปรับแต่งโครงสร้างเดิมที่มีปัญหา เช่น การตัดแต่งกระดูกจมูกเดิมที่คดเบี้ยว การตะไบกระดูกสันจมูกนูน (ฮัมพ์) เป็นต้น
ใส่แท่งซิลิโคนที่ดีไซน์รูปทรงให้ออกมาเหมาะสมเข้ากับโครงสร้างของใบหน้าแต่ละคนเข้าไป ตั้งแต่สันจมูกถึงปลายจมูก เช่น ทรงจมูกสโลปปลายพุ่ง จมูกทรงหยดน้ำ จมูกเกาหลี บางเคสมีการผ่าตัดปีกจมูกให้สวยงามเข้ารูป ปรับแต่งปลายจมูกให้ดูเรียวเล็ก
จัดวางซิลิโคนเรียบร้อยดี เย็บจมูกปิดแผล และปิดพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกป้องกันตัวจมูกและลดอาการบวม รองปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนกลางจมูก ยืดปลายจมูกให้เรียวยาว ป้องกันการทะลุได้ในคราวเดียวกัน ขึ้นอยู่กับการการประเมินของแพทย์
  • การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนเป็นการผ่าตัดเล็ก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังทำไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล นอนพักประมาณ 1 ชั่วโมง จนกว่ายานอนหลับจะหมดฤทธิ์ สามารถกลับบ้านได้เลย 
  • การเสริมจมูกแบบโอเพ่น จะมีเพียงรอยแผลบริเวณ columellar incision (ด้านหน้าจมูก) ใช้เวลาการผ่าตัดนานประมาณ 3-5 ชั่วโมง จะมีการฉีดยาชาเฉพาะที่ ร่วมกับการให้ยานอนหลับอ่อน ๆ หลังผ่าตัดพักฟื้นประมาณ 2-3 ชั่วโมง รอยานอนหลับหมดฤทธิ์ ก็สามารถกลับบ้านได้

การดูแลตัวเองหลังเสริมจมูก

  • 24 ชม. อาจจะรู้สึกปวดศีรษะ ปวดบริเวณจมูก บวมบริเวณใบหน้า บวมมากที่สุดใน 2-3 วันแรก ให้รับประทานยาแก้ปวด และต้องรับประทานยาแก้อักเสบตามที่แพทย์สั่งให้หมด
  • 3-7 วัน งดออกกำลังกายและทำกิจกรรม เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ มีเพศสัมพันธ์ สั่งน้ำมูก ขยี้จมูก ก้มหน้านาน ๆ และยกของหนัก
  • 7 วัน ประคบผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งรอบบริเวณที่ติดเทปจมูก ห้ามโดนส่วนที่ติดพลาสเตอร์เด็ดขาดเมื่อครบ 7 วัน ให้ใช้น้ำอุ่นค่อย ๆ เช็ดและลอกพลาสเตอร์ออกอย่างเบามือ ประคบอุ่นบริเวณที่บวมช้ำ
  • 7-14 วัน ขณะนอนใช้หมอน 2 ใบวางซ้อนกัน เพื่อให้ระดับของหมอนสูงขึ้น และใช้หมอนรองคอ ช่วยประคับประคองและป้องกันการนอนตะแคง
  • 3 เดือนขึ้นไป จมูกจะยุบบวมและเข้าที่ โดยจะยุบบวมประมาณ 60% ใน 1 อาทิตย์ ยุบ 80% ใน 1 เดือน ยุบบวมและเข้าที่ 90-100% ในอีก 3-6 เดือน

คำแนะนำการเตรียมตัวก่อนเสริมจมูก-เสริมจมูก-หลังเสริมจมูก


รีวิวเสริมจมูก

รีวิวเสริมจมูก1
รีวิวเสริมจมูก2
รีวิวเสริมจมูก3
รีวิวเสริมจมูก4

แก้จมูกปลายบาง ปรับโครงสร้างจมูกใหม่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเสริมจมูก

เสริมจมูกเจ็บไหม ?

ในระหว่างการผ่าตัดจะมีการใช้ยานอนหลับหรือยาชา ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะทำ แต่หลังจากนั้นต้องกลับไปพักฟื้นอาจมีอาการช้ำ ระบม เป็นเรื่องปกติ อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

เสริมจมูกใช้เวลาพักฟื้นกี่วัน ?

ระยะเวลาการพักฟื้นจะขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดเสริมจมูกที่ใช้ ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย ในเคสแก้จมูก ระยะเวลาการพักฟื้นอาจจะนานกว่าทำจมูกใหม่ 2-3 วัน รวมทั้งทั้งระยะเวลาเข้าที่ก็อาจจะนานกว่า 1-2 เดือน แล้วแต่บุคคล

  • พักฟื้น 3-7 วัน
  • เข้าที่ 3 เดือนขึ้นไป

แผลเสริมจมูกกี่วันเข้าที่ กี่วันหายบวม ?

แผลเสริมจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ โดยจะยุบบวมประมาณ 60% ใน 1 อาทิตย์, ยุบ 80% ใน 1 เดือน, ยุบบวมและเข้าที่ 90-100% ในอีก 3-6 เดือน

เสริมจมูกกินอะไรได้บ้าง ?

ฟักทอง อุดมไปด้วยวิตามิน A ที่มีส่วนช่วยรักษาอาการอักเสบและการติดเชื้อหลังผ่าตัด อีกทั้งยังช่วยขจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมขับออกทางของเสียของร่างกาย ส่งผลทำให้อาการบวมช้ำหายเร็วขึ้น 

  • เมนูแนะนำ : ซุปฟักทอง ขนมฟักทอง ฟักทองนึ่ง และฟักทองผัดไข่ 

สาหร่ายทะเลต่าง ๆ มีผลโดยตรงกับอาการลดบวม เนื่องจากสาหร่ายเป็นพืชที่มีเส้นใยแร่ธาตุสูงและยังมีแคลเซียมจำนวนมากที่ช่วยให้ระบบการดูดซึมออกซิเจนของร่ายการทำงานได้ดี ช่วยทำให้อุณหภูมิร่างกายอบอุ่นและลดอาการบวมช้ำได้ 

  • เมนูแนะนำ : ยำสาหร่าย สาหร่ายแผ่นทอดกรอบ ซูชิสาหร่าย และซุปสาหร่าย 

ถั่วดำ มีสรรพคุณขับสารพิษและสิ่งแปลกปลอมออกจากร่างกายผ่านทางอุจจาระ เช่นเดียวกันกับฟักทองที่ช่วยให้อาการติดเชื้อหรืออาการอักเสบหลังผ่าตัดนั้นทุเลาลงได้อย่างรวดเร็ว อาการบวมช้ำค่อย ๆ ดีขึ้น

  • เมนูแนะนำ : ข้าวเหนียวถั่วดำ แกงบวดถั่วดำ และสาคูถั่วดำ

หลังเสริมจมูกห้ามกินอะไร หลัง 1 เดือนกินอะไรได้บ้าง ?

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กินแล้วเมาควบคุมสติไม่ได้ อาจล้มหรือเดินชนทำให้จมูกที่เพิ่งทำมากระทบกระเทือนได้
  • อาหารหมักดอง ปลาร้า แหนม ผักดอง ปูดอง เพราะอาจไม่สะอาด ทำให้แผลติดเชื้อได้ 
  • อาหารเสริมวิตามิน E ใบแปะก้วย วิตามินบางตัวทำให้มีเลือดออกมากระหว่างผ่าตัด ถือว่าเสี่ยงมาก ดังนั้น ก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัดควรงดอย่างยิ่ง
  • อาหารรสจัดจ้าน ทำให้น้ำมูกไหล เป็นสาเหตุให้มีการติดเชื้อของแผลผ่าตัดได้
  • อาหารที่มีรสเค็ม โซเดียมสูง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เพราะจะทำให้บวมน้ำ จมูกยุบบวมช้า 

หลังเสริมจมูกควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอ หลังจากแผลเข้าที่ หายดีแล้ว หลัง 1 เดือน ก็สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

ฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วมาเสริมจมูกได้ไหม ?

ในเคสที่เคยฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้วเปลี่ยนใจอยากเสริมจมูกภายหลัง สามารถทำได้ ไม่ได้มีข้อห้ามไว้ โดยคุณหมอจะต้องขูดฟิลเลอร์ตามแนวที่จะวางซิลิโคนออกก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการดึงรั้งจมูกในอนาคต ซึ่งอาจทำให้จมูกผิดรูปได้

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับคนที่คิดอยากเสริมจมูก ทำจมูกครั้งแรก เลือกคลินิก/โรงพยาบาล เลือกหมอ และเลือกใช้วัสดุคุณภาพ เพื่อให้ได้ทรงสมูกสวยและปลอดภัย


สำหรับผู้อ่านทุกท่านที่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ทีมแพทย์ V Square Clinic ทุกคนยินดีให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้ง 20 สาขา หรือสามารถปรึกษาหมอทาง inbox facebook หรือ Line นี้ได้เลยครับ หมอตอบเองครับ

Banner_Web_หมอให้คำปรึกษา_หมอ27คน
Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save