
Subcision ตัดพังผืด แก้ปัญหาหลุมสิวที่ต้นเหตุ
Subcision หลุมสิว คือเทคนิคที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาหลุมสิวที่แก้ยาก แม้จะทาครีมหรือทำทรีทเมนต์ ก็ยังไม่หาย เพราะต้นเหตุของหลุมสิวคือพังผืด ซึ่งไม่สามารถตอบสนองต่อการรักษาทั่วไปได้ดี การตัดพังผืดด้วย Subcision จึงเป็นวิธีที่แพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้ในการรักษาครับ
การทำ Subcision คืออะไร ? เหมาะกับใครบ้าง ? ทำ Subcision กี่ครั้งเห็นผล ? ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม ? มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ? ราคาเท่าไหร่ ? พร้อมเปรียบเทียบ Subcision หลุมสิว / Pico Laser หลุมสิว / ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว และวิธีรักษาหลุมสิวอื่น ๆ ใครที่อยากศึกษาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ สามารถติดตามอ่านได้ครับ
สารบัญ Subcision
Subcision คืออะไร ?

การตัดพังผืดรักษาหลุมสิว หรือที่เรียกว่า Subcision (ซับซิชัน) คือ วิธีรักษาหลุมสิวด้วยการใช้เข็มหรือคานูลา (Blunt Cannula) เซาะเข้าไปใต้ผิว เพื่อตัดเส้นใยพังผืดที่ดึงรั้งผิวเอาไว้
เมื่อพังผืดถูกเลาะ ผิวจะค่อยๆ ยกตัวตื้นขึ้น และเกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) ทำให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติครับ
พังผืดกับหลุมสิว เกี่ยวกันอย่างไร ?

พังผืด (Fibrous Tissue) ที่เกิดขึ้นหลังสิวอักเสบหาย เกิดจากร่างกายพยายามสร้างเส้นใยคอลลาเจนเพื่อซ่อมแซม แต่บางครั้งเส้นใยเหล่านี้จัดเรียงตัวผิดปกติ และยึดเกาะกับชั้นผิวหนังด้านบน ทำให้เกิดการดึงรั้งผิวจนเป็นรอยบุ๋ม ยิ่งพังผืดแน่นและแข็งมากเท่าไหร่ หลุมสิวก็จะยิ่งชัดขึ้น โดยชนิดหลุมสิวที่มักเกิดจากพังผืด ได้แก่
- หลุมสิว Rolling Scar → ผิวบุ๋มเป็นคลื่น เมื่อลูบหน้าแล้วรู้สึกขรุขระ
- หลุมสิว Boxcar Scar → เป็นหลุมกว้างขอบชัด มักมีพังผืดยึดฐานไว้
ต่างจากหลุมสิวชนิด Ice-Pick Scar ที่ลึกและแคบคล้ายรอยเจาะ ซึ่งไม่ได้เกิดจากพังผืดเป็นหลัก จึงตอบสนองต่อ Subcision ได้น้อยกว่า และต้องใช้เทคนิคอื่น เช่น CROSS TCA ร่วมด้วย
ดังนั้น การรักษาหลุมสิวให้ได้ผลชัดเจนจึงต้องตัดพังผืดด้วย Subcision ก่อน แล้วจึงเสริมการฟื้นฟูผิวด้วยเลเซอร์หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผิวเรียบเนียนขึ้นครับ
เทคนิคการทำ Subcision มีกี่แบบ ? แตกต่างกันอย่างไร ?

โดย Needle เหมาะกับการตัดพังผืดลึก ส่วนคานูลาเป็นปลายทู่ ลดความเสี่ยงช้ำและเลาะได้กว้างกว่า
การทำ Subcision หลัก ๆ จะมีอยู่ 3 แบบด้วยกันครับ ได้แก่ เข็ม Nokor Needle, คานูลา (Blunt Cannula) และ RF Microneedling–Assisted Subcision แต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และเหมาะกับหลุมสิวที่ต่างกัน
1. Subcision ด้วยเข็ม Nokor Needle
Nokor Needle เป็นเข็มปลายคมเฉพาะทางที่ออกแบบมาสำหรับตัดพังผืดโดยตรง
- จุดเด่น : สามารถเลาะพังผืดที่แข็งแรงและลึกได้ดี เหมาะกับหลุมสิวแบบ Rolling Scar ลึก ๆ
- ข้อจำกัด : อาจทำให้ช้ำง่ายกว่า เนื่องจากปลายคมและตัดพังผืดแรงกว่าแบบอื่น
- เหมาะกับใคร : คนที่มีหลุมสิวลึก แข็งแรง ตอบสนองต่อเลเซอร์เพียงอย่างเดียวได้น้อย
2. Subcision ด้วยคานูลา (Blunt Cannula)
คานูลา เป็นเข็มปลายทู่ที่มีความยืดหยุ่น ใช้แทงผ่าน Entry Point เพียงจุดเดียวแล้วเลาะใต้ผิวเป็นวงกว้างได้
- จุดเด่น : ลดความเสี่ยงต่อการตัดโดนเส้นเลือดหรือเส้นประสาทโดยตรง ทำให้ช้ำน้อยกว่า และสามารถเลาะได้หลายทิศทาง
- ข้อจำกัด : อาจเลาะพังผืดที่หนามาก ๆ ได้ไม่หมด ต้องอาศัยทักษะแพทย์สูงในการควบคุม
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่ไม่อยากพักฟื้นนาน ไม่อยากช้ำมาก หรือมีหลุมสิวหลายจุดกระจายทั่วใบหน้า
3. Subcision ร่วมกับ RF Microneedling (RF-Assisted)
เทคนิคนี้ใช้ เข็มไมโครนีดลิ่งที่ปล่อยคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency – RF) ร่วมกับการเลาะพังผืด
- จุดเด่น : ได้ทั้งการตัดพังผืดและการกระตุ้นคอลลาเจนลึกในเวลาเดียวกัน ทำให้ผิวกระชับขึ้นร่วมด้วย
- ข้อจำกัด : ค่าใช้จ่ายสูง ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ และเหมาะกับเคสที่แพทย์เลือกเท่านั้น
- เหมาะกับใคร : คนที่มีหลุมสิวผสมหลายรูปแบบ ต้องการให้ผิวเรียบและกระชับขึ้นพร้อมกัน
การเลือกว่าจะใช้เทคนิคไหน ขึ้นอยู่กับชนิดหลุมสิว ความลึกของพังผืด และไลฟ์สไตล์ของคนไข้ แพทย์มักเลือกใช้แบบผสมผสานเพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและปลอดภัยที่สุดครับ
Subcision หลุมสิว เหมาะกับใครบ้าง ?


ภาพอธิบายชนิดหลุมสิวที่เหมาะกับการทำ Subcision
(ภาพซ้ายหลุมสิวชนิด Rolling Scar) และ (ภาพขวาหลุมสิวชนิด Boxcar Scar)
Subcision เป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวได้ตรงจุด แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเหมาะกับวิธีนี้ การประเมินความเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัยครับ
✅ ผู้ที่เหมาะกับการทำ Subcision
- ผู้ที่มีหลุมสิวชนิด Rolling Scar ผิวบุ๋มเป็นคลื่น เกิดจากพังผืดรั้งผิว เหมาะกับ Subcision มากที่สุด
- ผู้ที่มีหลุมสิวชนิด Boxcar Scar หลุมกว้าง ขอบชัด มักมีพังผืดยึดฐาน การตัดพังผืดช่วยให้ฐานหลุมยกตัวขึ้น
- ผู้ที่เคยทำเลเซอร์เพียงอย่างเดียวแต่ผลยังไม่ชัดเจน การตัดพังผืดก่อนจะช่วยให้การทำเลเซอร์ Pico หรือหัตถการอื่น ๆ ทำงานได้ดีขึ้น
- ผู้ที่ต้องการแก้หลุมสิวที่เป็นมานาน โดยเฉพาะผู้ที่มีหลุมสิวลึก รู้สึกผิวขรุขระ
❌ ผู้ที่ไม่เหมาะกับการทำ Subcision
- ผู้ที่สิวอักเสบกำลังเห่อ เพราะเสี่ยงติดเชื้อและกระตุ้นให้สิวแย่ลง ควรรักษาสิวอักเสบให้หายก่อน
- ผู้ที่มีหลุมสิวชนิด Ice-Pick Scar ซึ่งไม่ได้เกิดจากพังผืดเป็นหลัก จึงไม่ตอบสนองต่อ Subcision แนะนำใช้เทคนิค CROSS TCA ร่วมด้วย
- ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนง่าย ต้องให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดก่อน
- ผู้ที่มีโรคหรือใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด, แอสไพริน, วิตามินอี, โสม เพราะ อาจเพิ่มความเสี่ยงช้ำหรือเลือดออกง่าย
- หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาความจำเป็นและทางเลือกอื่น ๆ

ก่อนตัดสินใจทำ Subcision ควรให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นผู้ตรวจประเมินชนิดหลุมสิว และวางแผนร่วมกับหัตถการอื่น เช่น เลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนและปลอดภัยที่สุด
เปรียบเทียบ Subcision หลุมสิว / Pico Laser หลุมสิว / ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว และวิธีรักษาหลุมสิวอื่น ๆ
การรักษาหลุมสิวในปัจจุบันมีหลายวิธีครับ แต่ละวิธีมีกลไกแตกต่างกัน การเลือกใช้ขึ้นกับ ชนิดหลุมสิว, ความลึก, พังผืด, และงบประมาณ ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์มักผสมผสานหลายวิธี (Combination Treatment) เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
ในหัวข้อนี้หมอจะมาเปรียบเทียบ Subcision หลุมสิว / Pico Laser หลุมสิว / ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว และวิธีรักษาหลุมสิวอื่น ๆ ให้คนไข้ได้ตัดสินใจกันครับ
ตารางเปรียบเทียบ Subcision หลุมสิว กับวิธีรักษาหลุมสิวอื่น ๆ
| วิธีรักษา | หลักการ | จุดเด่น | ข้อจำกัด | เหมาะกับหลุมสิว | จำนวนครั้ง |
|---|---|---|---|---|---|
| Subcision | ใช้เข็มหรือคานูลาเลาะใต้ผิว เพื่อตัดพังผืดที่ดึงรั้ง ทำให้ผิวยกขึ้นและเกิดคอลลาเจนใหม่ | แก้สาเหตุโดยตรง เห็นผลถาวร หลุมสิวไม่กลับมาลึกอีก | ช้ำ บวม 5-14 วัน | Rolling / Boxcar | 1–3 ครั้งขึ้นไป |
| Pico Laser หลุมสิว | ใช้พลังงานแสงความเร็วสูงระดับ Picoseond (1 ในล้านล้านวินาที) ส่งพลังงานลงไปที่ชั้นหนังแท้ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนและซ่อมแซมผิว | ปรับสภาพผิวโดยรวม ทำให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้น ลดรอยดำ รอยแดงสิว แก้ปัญหาผิวหลายด้านไปพร้อมกัน เห็นผลไว | ไม่ได้แก้พังผืดชั้นลึก | รอยสิว + หลุมตื้น | 3-5 ครั้งขึ้นไป |
| ฉีดฟิลเลอร์หลุมสิว | ใช้สารเติมเต็มไฮยาลูโรนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) ฉีดหลุมสิวให้ตื้นขึ้น | หลุมสิวตื้นขึ้นทันที ไม่ต้องรอสร้างคอลลาเจนเหมือนวิธีอื่น | ไม่ได้แก้พังผืดชั้นลึก เห็นผลชั่วคราว | หลุมสิวชั้นตื้น | 1 ครั้ง (อยู่ 12–18 เดือน) |
| CROSS TCA | ใช้กรด TCA (Trichloroacetic Acid) ความเข้มข้นสูง หยอดลงไปเฉพาะในหลุมสิว | รักษาเฉพาะจุดได้แม่นยำ ไม่กระทบต่อผิวรอบ ๆ เพราะแพทย์แตะกรดเฉพาะในหลุมที่ต้องการ | เสี่ยงรอยดำถ้าดูแลไม่ดี | Ice-Pick Scar | 2-4 ครั้ง |
| Fractional Laser | ใช้พลังงานเลเซอร์จุดเล็ก ๆ ยิงกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ | ปรับ texture ผิวให้เรียบเนียนขึ้น แก้ทั้งหลุมสิวตื้น ๆ และรอยสิว/รอยแดงพร้อมกัน | ต้องทำซ้ำหลายครั้ง | หลุมสิวผสม | 3-6 ครั้ง |
| RF Microneedling | ใช้หัวเข็มขนาดเล็กเจาะลงไปในผิว แล้วปล่อยพลังงานคลื่นวิทยุ เข้าไปในชั้นหนังแท้ | กระตุ้นคอลลาเจนได้แม่นยำ ช่วยยกกระชับผิวพร้อมลดหลุมสิว | ต้องทำซ้ำหลายครั้ง | หลุมสิวผสม | 3-6 ครั้ง |
| Biostimulator | ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนในผิวชั้นลึก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายฟื้นฟูโครงสร้างผิวขึ้นมาเอง | หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้นจากคอลลาเจนใหม่ ผิวเรียบเนียน รูขุมขนเล็กลง และผิวแข็งแรงขึ้น | ต้องทำซ้ำ 2-3 ครั้ง | หลุมสิวหลายรูปแบบ | 2–3 ครั้ง |
| เมโสหลุมสิว (Meso Scar) | ฉีดสารบำรุงเข้าสู่ผิวหนังชั้นกลาง เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมและฟื้นฟูสภาพผิวให้แข็งแรงขึ้น | ช่วยซ่อมแซมผิวที่อ่อนแอ ให้กลับมาแข็งแรงขึ้น เร่งการสร้างคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้หลุมสิวค่อย ๆ ดูตื้นขึ้น | ไม่ตัดพังผืด ใช้เป็นตัวช่วยให้ผิวโดยรวมเรียบและสุขภาพดีขึ้นเท่านั้น | หลุมสิวตื้น/ดูแลต่อเนื่อง | 6 ครั้งขึ้นไป |
สรุปความต่างของแต่ละวิธี
- Subcision เหมาะกับหลุมสิวที่มีพังผืดรั้ง แก้ปัญหาต้นเหตุ
- Pico Laser / Fractional เหมาะกับการแก้หลุมสิวที่ไม่ลึกมาก ลดรอยดำ ใช้เป็นการเก็บงานผิวโดยรวม
- ฟิลเลอร์ / Biostimulator เหมาะกับการสร้างฐานผิวให้แข็งแรง เสริมการสร้างคอลลาเจน
- CROSS TCA เหมาะกับ ice-pick scar เฉพาะจุด
- เมโสหลุมสิว ใช้เป็นตัวช่วยให้ผิวโดยรวมดีขึ้น มักทำควบคู่กับ Subcision, เลเซอร์ หรือ Biostimulator เพื่อผลที่ชัดเจนกว่า

หากยังไม่แน่ใจว่าวิธีรักษาหลุมสิวแบบไหนเหมาะกับคนไข้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกทำ เพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดครับ
ขั้นตอนการทำ Subcision หลุมสิว เป็นอย่างไร ?

เมื่อพังผืดถูกตัดออก ผิวจะค่อย ๆ ยกตัวขึ้น หลุมสิวตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
การทำ Subcision เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ด้านเลเซอร์ผิวพรรณ ขั้นตอนโดยทั่วไปจะใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 30-60 นาที ขึ้นกับจำนวนและความลึกของหลุมสิว โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้
- แพทย์จะตรวจชนิดและความลึกของหลุมสิว เช่น Rolling Scar, Boxcar Scar หรือ Ice-Pick Scar เพื่อตัดสินใจว่าเหมาะสมกับ Subcision หรือควรทำร่วมกับวิธีอื่น เช่น เลเซอร์, CROSS TCA หรือฟิลเลอร์
- ทำความสะอาดผิวหน้าและฉีดยาชาในบริเวณที่จะทำ เพื่อให้คนไข้รู้สึกสบาย ไม่เจ็บระหว่างทำ
- แพทย์ใช้เข็ม Nokor Needle หรือคานูลา (Blunt Cannula) สอดเข้าไปใต้ผิวเพื่อเลาะพังผืดที่ดึงผิวไว้ คล้ายการ ตัดเชือกที่รั้งผิวเมื่อพังผืดถูกตัด หลุมสิวจะค่อย ๆ ถูกยกขึ้น
- หลังเลาะพังผืด อาจมีเลือดออกเล็กน้อย แพทย์จะกดห้ามเลือด สามารถใช้น้ำแข็งหรือประคบเย็นทันที เพื่อช่วยลดอาการบวมและช้ำ
- หลังทำคนไข้สามารถกลับบ้านได้ทันที แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแล เช่น หลีกเลี่ยงการนวดหน้า การออกกำลังกายหนัก และการโดนแดดจัดในช่วงแรก
ทำ Subcision หลุมสิวกี่ครั้ง ถึงจะเห็นผล ?
ผลลัพธ์ของการทำ Subcision รักษาหลุมสิว จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนต้องทำต่อเนื่อง 1-3 ครั้งขึ้นไป และจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง 3-6 เดือนครับ
ปัจจัยที่ทำให้จำนวนครั้งแตกต่างกัน
- ชนิดของหลุมสิว Rolling และ Boxcar มักตอบสนองได้ดี ส่วน Ice-Pick ต้องใช้วิธีอื่นร่วม
- ความลึกและความหนาของพังผืด ถ้าพังผืดแข็งแรงมากต้องทำหลายครั้ง
- ถ้าทำ Subcision ร่วมกับเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator ผลลัพธ์มักเห็นเร็วและชัดเจนกว่า
หลังทำ Subcision กี่วันเห็นผล ?
หลังทำ Subcision จะเห็นความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรก แต่ผลที่ชัดเจนมักต้องรอประมาณ 1-3 เดือน และจะชัดที่สุดในช่วง 3-6 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง
หมอจะมารีวิวผลลัพธ์หลังทำ Subcision ในแต่ละช่วงดังนี้ครับ
ผลลัพธ์หลังทำ 2 สัปดาห์
- หลุมสิวบางส่วนอาจดูตื้นขึ้นทันทีจากการปลดพังผืด
- อาจมีอาการบวม แดง หรือรอยช้ำบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะหายได้ภายใน 5–14 วัน
- ผิวอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก
ผลลัพธ์หลังทำ 1-3 เดือน
- ผิวเริ่มกระบวนการ สร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis)
- หลุมสิวค่อย ๆ ดูตื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผิวเรียบและเนียนขึ้น รู้สึกว่าสภาพผิวโดยรวมดีขึ้น
ผลลัพธ์หลังทำ 3-6 เดือนขึ้นไป
- เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน หลุมสิวตื้นขึ้นถาวรในบริเวณที่พังผืดถูกตัดออก
- หากทำร่วมกับเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator จะยิ่งช่วยให้ผิวเรียบเนียนและแข็งแรงมากขึ้น
- ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ยาวนาน หลุมสิวไม่กลับมาลึกเหมือนเดิม
สรุป Subcision ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวจากพังผืดได้ตรงจุด เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก และผิวจะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ภายใน 3-6 เดือน และหากทำร่วมกับเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator จะยิ่งช่วยให้ผิวเรียบเนียนและแข็งแรงมากขึ้นครับ
การดูแลตัวเองหลังทำ Subcision
หลังทำ Subcision รักษาหลุมสิว ผิวจะอยู่ในช่วงฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนใหม่ การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีจะช่วยลดการอักเสบ ป้องกันรอยแผล และทำให้ผลลัพธ์ออกมาชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
สิ่งที่ควรทำหลังทำ Subcision
- ประคบเย็น 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวม ช้ำ และรอยแดง
- ทายาฆ่าเชื้อ/ยาลดอักเสบ ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
- ใช้ครีมกันแดดทุกวัน (SPF 30-50) เพื่อป้องกันรอยดำหลังการอักเสบ (PIH)
- พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ผิวฟื้นฟูและสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น
- มาตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้แพทย์ติดตามผลและประเมินความคืบหน้า
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังทำ Subcision
- หลีกเลี่ยงการ นวดหน้า กดสิว สครับแรง ๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- หลีกเลี่ยง การออกกำลังกายหนักหรืออบซาวน่า เพราะอาจทำให้บวมและช้ำมากขึ้น
- ห้ามสัมผัสแผลหรือแกะรอยเข็ม เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยง แสงแดดจัด และงดทำเลเซอร์รุนแรงทันทีหลังทำ
ระยะเวลาการพักฟื้น
- อาการบวม ช้ำ มักหายภายใน 14 วัน
- ผิวเริ่มฟื้นตัวและเรียบขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน 1-3 เดือน
- หากทำร่วมกับเลเซอร์หรือ Biostimulator ควรเว้นระยะตามคำแนะนำของแพทย์
การทำ Subcision อันตรายไหม ?
การทำ Subcision เป็นหัตถการที่ปลอดภัย ถ้าทำโดยแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเลเซอร์และหัตถการผิวพรรณครับ เพราะต้องอาศัยทักษะและความแม่นยำสูงในการเลาะพังผืดใต้ผิว แต่คนไข้ก็ต้องยอมรับความเสี่ยงของผลข้างเคียงในเรื่องอาการบวม ช้ำในตอนแรก ซึ่งอาจไม่เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลาพักฟื้น

สำหรับใครที่กังวลเรื่องการบวม ช้ำ หรือพักฟื้นหลัง Subcision อาจเลือกเป็นการรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ เช่น PicoSure Pro หรือ PicoPlus แทน ซึ่งมีผลข้างเคียงน้อยกว่า หลังทำไม่ต้องพักฟื้น เจ็บน้อย ไม่มีแผล ไม่มีสะเก็ดเลือด
แม้ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนเท่าการตัดพังผืดโดยตรง แต่ในด้าน Skin Quality ทั้งความชุ่มชื้น ความยืดหยุ่น ความเรียบเนียน ความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว ความแน่นกระชับ และสีผิวที่สม่ำเสมอจะมีคุณภาพที่ดีขึ้นครับ
ผลข้างเคียงและความเสี่ยงของ Subcision ที่ควรรู้ก่อนทำ
การทำ Subcision รักษาหลุมสิว อาจมีผลข้างเคียงหรือความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เช่น
- บวม ช้ำ พบได้บ่อยที่สุด มักหายเองใน 14 วัน
- มีรอยแดงหรือรอยเข็มเล็ก ๆ สามารถหายได้ในไม่กี่วัน
- ผิวตึงหรือเจ็บเล็กน้อย เกิดจากการเลาะพังผืดใต้ผิว มักหายได้เอง
- รอยดำหลังการอักเสบ (PIH) พบได้ในผู้ที่มีผิวเข้ม ต้องป้องกันด้วยการทาครีมกันแดด
- ก้อนเลือดใต้ผิว (Hematoma) เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตก ต้องกดห้ามเลือดและอาจใช้เวลาในการยุบตัว
- การติดเชื้อ พบน้อยมากหากทำในคลินิกที่ได้มาตรฐานและดูแลความสะอาดอย่างถูกต้อง
- ผลลัพธ์ไม่สม่ำเสมอ บางจุดตื้นขึ้นมาก บางจุดตื้นน้อย ขึ้นกับความแข็งแรงของพังผืดและการตอบสนองของผิว
- แผลเป็นนูน (Hypertrophic scar / Keloid) มักเกิดในผู้ที่มีประวัติคีลอยด์อยู่แล้ว จำเป็นต้องให้แพทย์ประเมินก่อนทำ
- เส้นประสาทหรือเส้นเลือดเสียหาย พบได้น้อยมาก สามารถป้องกันได้ด้วยการใช้คานูลา (Cannula) และแพทย์ที่มีประสบการณ์
Subcision ราคาเท่าไหร่ ?
ราคาของการทำ Subcision รักษาหลุมสิว จะแตกต่างกันไปตามปัจจัยหลายอย่าง เช่น ชนิดของเข็มที่ใช้, ความยากง่ายของเคส, จำนวนครั้งที่ต้องทำ และการทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ครับ
โดยทั่วไป ราคาที่พบในคลินิกความงามและคลินิกผิวหนังในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ
- Subcision ราคา 3,000-5,000 บาท/ครั้ง สำหรับ Subcision หลุมสิวบางจุด
- Subcision ราคา 5,000-10,000 บาท/ครั้ง สำหรับการทำทั่วทั้งใบหน้า หรือใช้เทคนิคขั้นสูง (เช่น คานูลา หรือ RF Microneedling–Assisted Subcision)
- หากทำ ร่วมกับเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator ค่าใช้จ่ายรวมอาจสูงขึ้น แต่ผลลัพธ์จะชัดเจนและครอบคลุมมากกว่า

การทำ Subcision หลุมสิว มีราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับความยากของเคสและการรักษาที่ทำร่วมด้วย สิ่งสำคัญคือต้องเลือก คลินิกที่มีมาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
ทำ Subcision รักษาหลุมสิว ที่ไหนดี ?
การทำ Subcision รักษาหลุมสิว ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือเลเซอร์ผิวพรรณเป็นผู้ทำ เพื่อให้ผลลัพธ์ปลอดภัยและชัดเจนที่สุด เกณฑ์การเลือกคลินิกที่เหมาะสมมีดังนี้ครับ
เกณฑ์การเลือกคลินิกทำ Subcision
- ควรทำโดยแพทย์ผิวหนังที่มีทักษะเฉพาะทาง เพราะการเลาะพังผืดต้องใช้ความแม่นยำสูง
- สถานพยาบาลต้องผ่านการรับรอง ใช้เครื่องมือสะอาด ปลอดเชื้อ และได้มาตรฐาน อย.
- มีเทคนิคการรักษาหลายแบบ เช่น เข็ม Nokor, คานูลา, RF Microneedling เพื่อเลือกให้เหมาะกับสภาพหลุมสิวของแต่ละคน
- มีการรักษาแบบ Combination สามารถทำ Subcision ร่วมกับเลเซอร์ ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
- มีรีวิวและผลลัพธ์จริง ควรดูรูป Before–After และรีวิวจากคนไข้จริง เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจ
ทำ Laser รักษาหลุมสิว ที่ V Square Clinic ออกแบบโปรแกรมเฉพาะบุคคล ดูแลครบทุกปัญหาผิวในโปรแกรมเดียว


การรักษาหลุมสิวด้วยเลเซอร์ ไม่ใช่แค่การยิงแสงพลังงานอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการประเมินผิวและออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ซึ่ง V Square Clinic ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ปัญหาเฉพาะบุคคลก่อนทุกครั้ง เพื่อเลือกใช้เลเซอร์และเทคนิคที่ตรงจุด
ทำไมต้องทำเลเซอร์หลุมสิวที่ V Square Clinic
- วิเคราะห์ผิวด้วย Isemeco 3D เห็นภาพชัด แม่นยำทั้งระดับผิวตื้นและลึก
- ออกแบบโปรแกรมรายบุคคล หมอเลือกเลเซอร์ที่เหมาะกับปัญหา เช่น หลุมสิวตื้น-ลึก รอยดำ รอยแดง รูขุมขนกว้าง
- Custom ใช้หลายเครื่องเลเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด มีเลเซอร์ครบหลายชนิด
- PicoSure Pro ลดรอยดำ หลุมสิว จุดด่างดำ กระฝ้า ผิวเรียบใส
- PicoPlus ลดรอยแดง หลุมสิว กระตุ้นคอลลาเจน
- Fotona SP Dynamis ลดหลุมสิว กระชับรูขุมขน ฟื้นฟูผิว
- Sylfirm X รักษาหลุมสิว ผิวแดง รอยเส้นเลือด เสริมความแข็งแรงของผิว
- Bellalux LED Therapy ฟื้นฟูผิว ลดการอักเสบ เสริมผลลัพธ์เลเซอร์
- ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง มีประสบการณ์ด้านเลเซอร์และหัตถการผิวหนังโดยตรง
- แพทย์ใส่ใจ ดูแลต่อเนื่องถึง After Care ไม่ใช่แค่ทำหัตถการเสร็จ แต่ยังติดตามผล ดูแลอาการข้างเคียง ให้คำแนะนำการดูแลผิวหลังเลเซอร์ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
- เห็นผลแบบผสมผสาน (Combination Treatment) เลเซอร์ทำงานร่วมกับหัตถการอื่น เช่น Subcision ฟิลเลอร์ และ Biostimulator เพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น
เลเซอร์ ราคาโปรโมชั่นสุดพิเศษ ที่ V Square Clinic
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Subcision (FAQ)
ทำ Subcision เจ็บไหม ?
ก่อนทำแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ ทำให้ขณะทำแทบไม่รู้สึกเจ็บ อาจมีความรู้สึกตึงหรือกดดันใต้ผิวบ้างเล็กน้อย หลังทำอาจมีอาการเจ็บระบมคล้ายฟกช้ำ ซึ่งมักหายไปภายใน 3-7 วันครับ
หลังทำ Subcision ต้องพักฟื้นกี่วัน ?
โดยทั่วไปสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก การโดนแดดจัด หรือการนวดหน้าในช่วง 5-7 วันแรก อาการบวม ช้ำ มักหายภายใน1-2 สัปดาห์
Subcision ทำร่วมกับเลเซอร์หลุมสิวหรือฉีด Biostimulator ได้ไหม ?
สามารถทำร่วมกันได้ครับ แพทย์มักออกแบบเป็น Combination Treatment เช่น ทำ Subcision เพื่อตัดพังผืด แล้วตามด้วย Pico เลเซอร์หลุมสิว ฉีด Biostimulator เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน หรือฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมการยกตัวของผิว วิธีนี้ช่วยให้ผลลัพธ์ชัดเจนและครอบคลุมมากขึ้น
Subcision หลุมสิว อยู่ได้นานแค่ไหน ?
การทำ Subcision จะเป็นวิธีรักษาหลุมสิวที่ให้ผลลัพธ์ถาวรครับ เพราะพังผืดจะไม่กลับมาดึงผิวซ้ำอีก อย่างไรก็ตามการมีผิวเรียบเนียนขึ้นมากน้อยขึ้นกับจำนวนครั้งที่ทำและการดูแลผิวต่อเนื่องด้วยครับ
หลังทำ Subcision แต่งหน้าได้ไหม ?
หลังทำ Subcision ยังไม่แนะนำให้แต่งหน้าทันครับ ควรรอ 2-3 วัน เพื่อให้รอยเข็มเริ่มสมานและอาการบวม ช้ำลดลงก่อน จึงค่อยแต่งหน้าได้ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อ
ทำ Subcision เห็นผลทันทีเลยไหม ?
หลังทำ Subcision หลุมสิวบางส่วนอาจตื้นขึ้นทันทีเพราะพังผืดถูกตัด แต่จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนใน 1-3 เดือน เนื่องจากผิวต้องใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนใหม่
สรุปทำ Subcision หลุมสิว ดีไหม ? หรือมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า ?
Subcision ถือเป็นหัตถการที่ช่วยแก้ปัญหาหลุมสิวที่เกิดจากพังผืดได้ตรงจุดและเห็นผลถาวร หากทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แม้จะมีอาการบวม ช้ำบ้างในช่วงแรก แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่เรียบเนียนขึ้นและมั่นใจมากกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัดเจนยิ่งขึ้น กลัวเจ็บ ไม่มีเวลาพักฟื้น สามารถเลือกทำเลเซอร์หลุมสิว ฟิลเลอร์ หรือ Biostimulator ร่วมด้วย เพื่อเสริมการฟื้นฟูผิวให้ครบทุกมิติครับ
หากคนไข้ไม่แน่ใจว่าจะเลือกเลเซอร์หลุมสิวแบบไหนดี ? สามารถเข้ามาปรึกษา พร้อมประเมินปัญหาผิวฟรีได้ที่ V Square Clinic ทุกสาขา ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
อ้างอิง
- Vempati A, Zhou C, Tam C, Khong J, Rubanowitz A, Tam K, Hazany S, Vasilev R, Hazany S. Subcision for atrophic acne scarring: a comprehensive review of surgical instruments and combinatorial treatments. Clin Cosmet Investig Dermatol. 2023;16:125-134. doi:10.2147/CCID.S397888. Available from : https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36698445/
- ราชวิทยาลัยแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย. แนวทางการรักษาหลุมสิว [อินเทอร์เน็ต]. กรุงเทพฯ: ราชวิทยาลัยแพทย์ผิวหนังฯ; 2566 [เข้าถึงเมื่อ 23 กันยายน 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://dst.or.th/Home
- Sun C, Lim D, et al. Complications of Subcision for Acne Scarring: Experience From Clinical Practice and Review of the Literature. J Cosmet Dermatol. 2026 Jan;24(1):e16629. doi:10.1111/jocd.16629. PMID: 39492124. from : https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39492124/
- Gupta A, Chandraiah M, Shivanna C Byalakere. Single Session Multimodal Approach to Treat Acne Scars Using Subcision, Fractional CO₂, and Stromal Vascular Fraction Injection. Clin Dermatol Rev. 2026 Jan–Mar;9(1):53–58. doi:10.4103/cdr.cdr_99_24 from : https://journals.lww.com/cddr/fulltext/2025/01000/single_session_multimodal_approach_to_treat_acne.9.aspx


