
เจาะลึกเรื่องการฉีดเมโสหน้าใส
การฉีดเมโสหน้าใส คือหนึ่งในวิธีลัดฟื้นฟูผิว ให้ดูสุขภาพดี ขาวใส สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว จึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
การฉีด Meso เป็นวิธีบำรุงผิวด้วยการฉีดวิตามินผิวเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรงครับ จึงทำให้เห็นผลไวกว่าการทาครีมบำรุงทั่วไป เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง พักผ่อนไม่เพียงพอ ผิวไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ หน้าดูโทรม ไม่สดใส ใครที่มีปัญหาหาผิวโทรม ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน อยากรู้จักหัตถการฉีดเมโสหน้าใสให้มากขึ้น ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ? มีกี่แบบ กี่ยี่ห้อ เลือกแบบไหนดี ก่อนฉีดหน้าใส มีข้อควรรู้อะไรบ้าง ? หมอรวมมาตอบไว้แล้วทั้งหมดในบทความนี้ครับ
สารบัญ ฉีดเมโสหน้าใส
ฉีดเมโสหน้าใส คืออะไร ?
การฉีดเมโสหน้าใส (Mesotherapy) คือการทำหัตถการฟื้นฟูและบำรุงผิวใสในรูปแบบของการฉีดตัวยาเข้าสู่ผิวหน้าโดยตรง ซึ่งจุดเด่นของเมโสคือ ช่วยควบคุมให้เม็ดสีทำงานลดลง ส่งผลให้รอยฝ้า กระ จุดด่างดำจางลง ใบหน้าดูกระจ่างใส เต่งตึง เรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น รวมถึงช่วยทำให้ผิวแข็งแรง ลดปัญหาสิว ผดผื่นได้ด้วย

ด้วยวิธีการของการฉีดเมโสหน้าใส ที่เป็นการฉีดตัวยาหรือวิตามินสารอาหารผิว เข้าสู่ชั้นผิวได้โดยตรง จึงออกฤทธิ์ไวขึ้น เห็นการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว
คำว่า “เมโส” มีที่มาอย่างไร ?
คำว่าเมโสหน้าใส มาจากคำว่า Meso ที่แปลว่าตรงกลาง ถ้าพูดในวงการทางการแพทย์เสริมความงามจะหมายถึงการฉีดลงใน “ชั้นกลางของผิว” ซึ่งผิวของเราจะประกอบไปด้วย
- ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) เป็นชั้นที่อยู่นอกสุด
- ชั้นหนังแท้ (Dermis) เป็นผิวชั้นกลางที่ความยืดหยุ่น ประกอบไปด้วยคอลลาเจน และอิลาสติน ทำหน้าที่ช่วยให้ผิวมีสุภาพดี ดูอ่อนเยาว์ ชุ่มชื้น ยืดหยุ่น ดูเต่งตึง
- ชั้นไขมัน (Subcutaneous Fat Layer) เป็นชั้นที่อยู่ในสุดของชั้นผิวหนัง

ผิวหนังชั้นกลางมีความสำคัญ คือช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ เต่งตึง มีความยืดหยุ่นแก่ผิว และเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ก็จะทำให้ระดับคอลลาเจน อิลาสติน และโครงสร้างผิวชั้นกลางเสื่อมสภาพลง
ดังนั้นการฉีดเมโสหน้าใสเข้าไปในผิวชั้นกลางนี้ จึงเป็นวิธีบำรุงโครงสร้างผิวที่เห็นผลดีและรวดเร็ว ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรง มีความยืดหยุ่นมากขึ้นครับ
ฉีดเมโสหน้าใส ช่วยเรื่องอะไรบ้าง ?

- ช่วยให้ผิวขาวขึ้น ตัวยาสามารถช่วยปรับสีผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอ ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแสงแดดได้ดี
- ช่วยเติมความชุ่มชื้น บำรุงผิวล้ำลึก กระชับรูขุมขน ปรับใบหน้าให้ดูเรียบเนียน
- ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนัง ผิวพรรณเปล่งปลั่ง หน้าใสขึ้น
- ช่วยขับสารพิษที่ตกค้าง ลดการอักเสบของผิว ลดสิว ผดผื่น บำรุงผิวให้แข็งแรง ดูสุขภาพดี
- ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวและชะลอการเสื่อมของคอลลาเจนในผิว
การฉีดเมโสหน้าใสเหมาะกับใครบ้าง ?

- คนที่ต้องการบำรุงผิวแบบเร่งด่วน ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง พักผ่อนน้อย ขี้เกียจทาครีม
- คนที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ ผิวแห้งกร้าน ขาดความชุ่มชื้น มีรูขุมขนกว้าง
- คนที่มีปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ รอยสิว ต้องการมีผิวหน้าที่ขาวใส
- คนที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบ เป็นสิวมีผดผื่น ผิวไม่แข็งแรง
ทั้งนี้การแก้ปัญหาผิวในแต่ละแบบ อย่างเหมาะสม จะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ตัวยาหรือยี่ห้อเมโสหน้าใสในแต่ละสูตรด้วยครับ
เมโสหน้าใส มีกี่สูตร กี่ยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อต่างกันอย่างไร ?
ปัจจุบันตัวยาเมโสหน้าใส ที่ถูกนำมาใช้ในคลินิกเสริมความงาม มีหลายยี่ห้อให้เลือกครับ โดยแต่ละยี่ห้อมีคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นแตกต่างกัน หมอขอยกตัวอย่างยี่ห้อเมโสหน้าใสที่ได้รับความนิยมมาอธิบายดังนี้

- Made Collagen (มาเด้ คอลลาเจน) : เป็นยี่ห้อเมโสที่ช่วยขับสารพิษที่ตกค้างอยู่ในผิว ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิว และชะลอการเสื่อมของคอลลาเจนในผิวลดสิว ผดผื่น ผิวอักเสบ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย ต้องการบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรงขึ้น
- Filorga : เป็นยี่ห้อที่เน้นผิวขาวใส ลดฝ้า เติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ ช่วยบำรุงผิวแบบ premium เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งกร้าน ขาดการบำรุง
- Revs : เป็นยี่ห้อที่เน้นเรื่องเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิว ช่วยกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวเด้ง อิ่มฟูขึ้น และยังช่วยต้านการอักเสบให้ผิว
- Alpha Arbutin : เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเน้นลดฝ้าโดยตรง
- Tensonez : เป็นยี่ห้อเมโสที่ช่วยลดปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้า ปรับผิวหน้าให้ดูกระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแห้งเสียจากแสงแดด ดูหมองคล้ำ
- Neo-Glutanex Glow : ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยแดงจากสิว นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ และกระชับรูขุมขน
ฉีดเมโสหน้าใส (Mesotheraphy) มีผลข้างเคียงไหม ?
การฉีดเมโสหน้าใส ในกระบวนการที่เหมาะสม จะมีความปลอดภัยสูงครับ เนื่องจากตัวยาที่ฉีดล้วนเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อผิว เช่น vitamin A B C E, Transamin, Glutatione, คอลลาเจนและโคเอนไซม์ ที่สกัดมาจากธรรมชาติ
หลังฉีดไม่มีผลข้างเคียง มีเพียงรอยเข็มเล็ก ๆ บางรายที่มีผิวบอบบางก็อาจจะมีรอยช้ำจากเข็มเล็กน้อย แต่ 1-2 วันก็หายเป็นปกติ ไม่ได้ทำให้ผิวบาง หรือผิวไวต่อแสง ในทางกลับกัน การฉีดเมโสหน้าใสช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรงมากขึ้นครับ
ข้อควรระวังในการทำเมโสหน้าใส
การฉีดเมโสหน้าใสที่หมอแนะนำให้ระวังเลยก็คือ การซื้อตัวยาเมโสจากอินเทอร์เน็ตมาฉีดเอง หรือฉีดกับหมอกระเป๋าครับ ตัวยาเมโสหน้าใสที่ลักลอบขายตามอินเทอร์เน็ต ล้วนเป็นยาหิ้ว ยาปลอมด้วยกันทั้งสิ้น เพราะตามกฎหมายบังคับขายยาแล้ว บริษัทที่นำเข้ามาอย่างถูกต้อง จะขายให้กับแพทย์หรือคลินิกที่เปิดอย่างถูกต้องเท่านั้นครับ และหากคนไข้นำมาฉีดเองโดยไม่มีความรู้กายวิภาคบนใบหน้าก็จะเสี่ยงฉีดถูกเส้นเลือดสำคัญ ๆ ก็จะยิ่งทำให้เกิดอันตรายได้
เมโสหน้าใส มีกี่แบบ ?
เมโสหน้าใสมีวิธีการฉีดด้วยกัน 2 แบบ คือ การฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด และ การฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด (เป็นวิธีที่ได้รับความนิยม)
เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด vs แบบ 16 จุด ต่างกันอย่างไร ?

- เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบสะกิด : เป็นวิธีการฉีดเมโสแบบเก่า ทำโดยการสะกิดเข็มทั่วใบหน้า ในปัจจุบันไม่นิยมทำแล้วครับ เพราะมีผลข้างเคียง เช่น ถ้าระหว่างฉีดรักษาความสะอาดไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อตามมา มีผื่นแดงจากรอยเข็ม หรือมีรอยช้ำ
- เทคนิคการฉีดเมโสหน้าใสแบบ 16 จุด : เป็นเทคนิคการฉีดตามจุดฝังเข็ม 16 จุดทั่วใบหน้า เทคนิคนี้จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของต่อมน้ำเหลืองใต้ผิวหนังทำงานได้ดีขึ้น กระตุ้นการทำงานของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายที่มีผลต่อสุขภาพผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้าแข็งแรง แลดูสุขภาพดี
ปัจจุบันจะนิยมใช้เทคนิคการฉีดแบบ 16 จุดมากกว่า เนื่องจากมีความปลอดภัย เป็นแผลน้อยกว่า เจ็บน้อยกว่า ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดีและยาวนานกว่าครับ
หลังฉีดเมโสฝ้า กี่วันเห็นผล ?

หลังฉีดเมโสฝ้าจะเริ่มเห็นผลใน 3 วัน และจะเห็นผลเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ครับ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถี่ในการฉีดและสภาพผิวของคนไข้แต่ละคน
หากคนไข้ต้องการให้ผลลัพธ์ชัดเจนมากยิ่งขึ้น หมอแนะนำว่าในช่วงเดือนแรกควรฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเมื่อผิวเริ่มมีสุขภาพดีขึ้นแล้วก็สามารถฉีด 2-3 ครั้งต่อเดือนได้ครับ
ฉีดเมโสหน้าใส หน้าบวมไหม บวมกี่วัน ?
หลังฉีดเมโสหน้าใส หน้าไม่บวมครับ อาจมีบวมเล็ก ๆ จากการลงเข็มเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ครับ สามารถหายได้เองในช่วง 1-3 ชั่วโมงหลังทำ
ฉีดเมโสหน้าใส อยู่ได้นานแค่ไหน ?
หลังฉีดเมโสหน้าใส ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 1-2 เดือนครับ หากฉีดอย่างสม่ำเสมอ ก็จะอยู่ได้นานขึ้นครับ ที่สำคัญคือการดูแลตัวเองและไม่ทำพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น ตากแดดจัด พักผ่อนไม่เพียงพอ ดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
ฉีดเมโสหน้าใส ต้องทำบ่อยแค่ไหน ?
หากคนไข้ต้องการคงผลลัพธ์ให้อยู่นานขึ้น ในช่วงแรกหมอแนะนำให้ฉีดอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 1 เดือน และหลังจากนั้นฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์เพื่อคงผลลัพธ์ได้
สำหรับใครที่ต้องการผลแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีด 3 วัน/ครั้ง ได้เพราะตัวยาไม่มีผลข้างเคียง และไม่เป็นอันตรายต่อผิวครับ
ฉีดเมโสหน้าใส เจ็บไหม ?
ฉีดเมโสหน้าใสเจ็บเล็กน้อย เพราะเป็นการใช้เข็มนำส่งตัวยาเข้าสู่ผิว สามารถทนได้ครับ ประกอบกับก่อนฉีดจะมีการประคบเย็น หรือแปะยาชาในเคสที่กลัวเจ็บมาก ๆ ยาชาก็จะช่วยบรรเทาความเจ็บลงได้อีก ขณะฉีดคนไข้อาจรู้สึกแสบจากการเดินยาในบางสูตรได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องกังวลครับ
การเตรียมตัวก่อนเข้าทำเมโสหน้าใส
คนไข้ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเมโสหน้าใส เพื่อพิจารณาปัญหาที่ต้องการแก้ไข ว่าสามารถใช้เมโสหน้าใส ช่วยได้อย่างไรบ้าง เหมาะกับสูตรหรือยี่ห้อไหน พร้อมแจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ให้แพทย์ทราบ ทั้งนี้ผู้ที่ไม่ควรทำ Meso คือ สตรีมีครรภ์ หรือ สตรีที่กำลังให้นมบุตรครับ
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีดเมโสหน้าใส

- หลังฉีดเมโสหน้าใส 2-3 ชั่วโมงแรก คนไข้สามารถล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยน แนะนำให้ล้างหน้าอย่างเบามือ ไม่ถู หรือขัดหน้าแรง เพื่อลดการระคายเคืองครับ
- เลี่ยงอาหารหมักดอง ของมัน ของทอด อาหารรสหวานจัด เค็มจัด อาหารที่มีไขมันสูง รวมไปถึงน้ำอัดลม เนื่องจากอาหารเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการอักเสบของผิวได้
- พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดที่ร้อนจัด หรือการเผชิญกับมลภาวะ เพราะจะส่งผลต่อการระคายเคืองของผิว อาจทำให้เกิดรอยแดง โดยเฉพาะบริเวณรอยเข็มบริเวณที่ฉีดครับ
- ควรเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะเป็นหนึ่งในตัวการทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น งดหรือลดการสูบบุหรี่ เพราะเป็นต้นเหตุทำให้ผิวหมองคล้ำเร็ว
- ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง กระจ่างใส สุขภาพดี
- เลี่ยงการสครับผิว หรือทำทรีตเมนต์ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพราะการสครับผิวอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้
หลังฉีดเมโสหน้าใส มีห้ามที่ต้องระวังเป็นพิเศษหรือไม่ ?
หลังฉีดเมโสหน้าใส ไม่ได้มีข้อห้ามอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษครับ เพียงแค่เลี่ยงการนวดผิวทันทีหลังทำ ควรปล่อยให้ตัวยาค่อย ๆ ซึมเข้าสู่ผิวเอง หากจำเป็นต้องออกแดดบ่อย ๆ ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF30 ขึ้นไป และงดทาครีมบริเวณรอยเข็ม 1 คืน เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณรอยเข็มได้
ฉีดเมโสหน้าใส ที่ไหนดี ?
ก่อนตัดสินใจ ฉีดเมโสหน้าใส ควรศึกษาข้อมูลและเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง ฉีดเมโสหน้าใสโดยแพทย์ ราคาสมเหตุสมผล และควรตรวจสอบตัวยาและกล่องยาก่อนฉีดทุกครั้ง
- คลินิกต้องได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองตามกระทรวงสาธารณสุข มีพื้นที่และห้องการทำหัตถการกว้างขวาง สะอาด ไม่ทึบหรือแออัด ตั้งอยู่ในทำเลที่ดี เดินทางสะดวก
- ต้องมั่นใจว่าคลินิกที่ใช้ยาเมโสแท้ สามารถตรวจสอบได้ และเพื่อให้มั่นใจว่าคลินิกใช้ของแท้ คนไข้ควรให้หมอแกะกล่องเมโสหน้าใสให้ดูต่อหน้า
- ฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ สามารถประเมินปัญหาผิวและคำนวณปริมาณยาที่ต้องใช้ได้อย่างเหมาะสม
- มีรีวิวจริงที่เป็นปัจจุบัน เชื่อถือได้ และควรดูจากแหล่งที่เป็นกลาง เช่นดูจาก Feedback ที่คนไข้มารีวิว เพราะเมื่อเข้ามาโพสต์แล้วทางคลินิกจะไม่สามารถลบออกได้
- มีช่องทางติดต่อกับหมอได้โดยตรง เช่น Inbox Facebook หรือ Line@ ของคลินิก เพื่อที่คนไข้สามารถสอบถามข้อสงสัย หรือคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลตัวเองก่อน-หลังทำหัตถการ หรือนัดคิวปรึกษากับแพทย์ที่ดูแลเคสได้โดยตรง
หากใครสนใจฉีดเมโสหน้าใส ที่ V Square Clinic มีให้บริการครับ ทุกหัตถการดูแลโดยแพทย์มีประสบการณ์ ใช้ตัวยาเมโสหน้าใสที่มีคุณภาพ ปลอดภัย

(นพ.ธนภัทร จิตร์ไทย เลข ว.49640)
รีวิวฉีดเมโสหน้าใส ที่ V Square Clinic


ฉีดเมโสหน้าใส ราคาเท่าไหร่ ?
เมโสหน้าใส ราคาแต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกัน เริ่มต้น 2,500.-/ครั้ง การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับปัญหาของแต่ละคนครับ
นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว มีวิธีไหนที่ช่วยให้หน้าใสได้อีก ?
นอกจากเมโสหน้าใสแล้ว ยังมีวิธีที่ช่วยให้หน้าใสขึ้นได้อีกครับ มีทั้งการทำหัตถการทางการแพทย์ และวิธีบำรุงผิวใสด้วยตัวเอง เช่น
- ดริปวิตามินผิว เป็นการให้วิตามินและแร่ธาตุเข้มข้นเข้าสู่ร่างกายโดยตรงผ่านทางสายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดดำ (IV Drip) เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ทันที 100% ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผิวจากภายในให้กระจ่างใสขึ้น
- Platelet Rich Plasma (PRP) เป็นวิธีฟื้นฟูผิวด้วยเกล็ดเลือดตัวเอง โดยการนำเลือดของตัวคนไข้เอง ไปทำการปั่นแยกเกล็ดเลือด เพื่อแยกส่วนของเลือดและน้ำออกจากกันเพื่อให้ได้เกล็ดเลือดที่มีความเข้มข้นสูง หลังทำผิวจะดูกระจ่างใสขึ้น ผิวดูอิ่มน้ำ
- ทำทรีตเมนต์หน้าใส เป็นวิธีแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำ ปรับผิวใสด้วยการผลักวิตามินเข้าสู่ผิวชั้น นอก เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
- การทำเลเซอร์หน้าใส แก้ปัญหาหน้าโทรมด้วยการใช้เลเซอร์กลุ่มกำจัดเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมคือ Pico Laser ช่วยลดเลือนริ้วรอย จุดด่างดำ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- การมาสก์หน้า ฟื้นฟูผิวใส เป็นวิธีที่เห็นผลและได้รับความนิยม เพราะสามารถหาซื้อแผ่นมาสก์หน้าได้ง่าย และมีราคาไม่แพง
- ฉีดโบท็อกหน้าใส เป็นการฉีดสารสกัดจากแบคทีเรียที่มีชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัมลงไปสู่ชั้นกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อดึงผิวเราน้อยลง ผลที่ได้คือ ผิวชั้นบนเรียบเนียนขึ้น และดูใสขึ้นครับ
- Hifu / Ulthera หน้าใส เป็นวิธีปรับปัญหาผิวหน้า โดยการใช้เครื่องมือยกกระชับผิวด้วยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง ส่งลงไปในชั้นผิวหนัง SMAS มีจุดเด่นคือช่วย กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหน้ายืดหยุ่น ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
- Thermage หน้าใส เป็นการฟื้นฟูผิวใสด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง (Monopolar RF) ยิงลงไปในชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวเกิดการหดตัว ปรับผิวให้ตึงกระชับมากขึ้น พร้อมกระตุ้นคอลลาเจน ทำให้ผิวแน่น กระจ่างใส ลดริ้วรอย และรูขุมขนเล็กลงครับ
สำหรับใครที่ต้องการฟื้นฟูผิวใสแบบเร่งด่วน ไม่มีเวลาพักฟื้น หมอแนะนำให้เลือกใช้วิธีทางการแพทย์หรือการทำหัตถการจะดีกว่าครับ เพราะเห็นผลไวกว่าวิธีอื่น ๆ ช่วยฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วนโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิว อีกทั้งไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้หน้าได้เลย แต่ทั้งควรเลือกทำหัตถการกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีประสบการณ์ เพื่อความปลอดภัยและคุ้มค่าครับ
Q&A ตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดเมโสหน้าใส
หน้ามัน รูขุมขนกว้าง การฉีดเมโสช่วยได้ไหม ?
สำหรับใครที่มีปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง การฉีดเมโสช่วยได้ครับ เพราะเมื่อเราฉีดเมโสหน้าใสลงในชั้นผิวที่มีต่อมไขมันที่ทำหน้าที่รักษาความชุ่มชื้นให้ผิว ผลที่ได้คือต่อมไขมันทำงานน้อยลง รูขุมขนกระชับขึ้น หน้ามันน้อยลงครับ
ฉีดเมโสลดสิว ดีไหม ยี่ห้อไหนเหมาะ ?
การฉีดเมโสลดสิว เป็นชื่อเรียกเมโสหน้าใสกลุ่มที่เน้นเสริมความแข็งแรงของผิว ลดอาการอักเสบของผิว ช่วย ฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอแพ้ง่าย ขับสารพิษ ตัวอย่างเมโสสูตรนี้ คือ เมโส Made Collagen (มาเด้ คอลลาเจน)
สูตรนี้ จะช่วยบำรุงผิวให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวฟื้นตัวจากการอักเสบ อาการระคายเคืองได้เร็ว เมื่อผิวแข็งแรงขึ้น โอกาสการเกิดสิวจึงลดลง ครับ
ฉีดเมโสรักษาฝ้าได้จริงไหม ?
เมโสรักษาฝ้าได้จริงครับ แต่ไม่สามารถเห็นผลถาวร เป็นเพียงการควบคุมให้เม็ดสีทำงานลดลงเพื่อชะลอการกระจายของฝ้าเท่านั้น หลังฉีดเมโสฝ้าช่วยลดฝ้า กระ จุดด่างดำให้จางลงได้ประมาณ 20-50% แต่ทั้งนี้ก็ยังเห็นผลไวกว่าการทาครีม ถ้าคนไข้อยากรักษาฝ้าแบบเห็นผลเร่งด่วน เมโสฝ้าถือเป็นหัตถการที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดครับ
หลังฉีดเมโสแล้วผื่นแดงขึ้น ต้องทำอย่างไร ?
หลังฉีดเมโสแล้วมีผื่นแดงขึ้น อาจมีสาเหตุมาจากรอยเข็มเล็ก ๆ บางรายอาจมีรอยช้ำ สามารถประคบเย็นภายใน 48 ชม. และหลังจากนั้นสามารถประคบอุ่นได้ตามคำแนะนำของแพทย์ อาการก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นครับ
แต่หากคนไข้มีอาการบวมแดง มีผื่นเยอะขึ้น ผิวอ่อนแอ ไวต่อแสง ร่วมกับมีอาการเจ็บบริเวณรอยเข็ม อาการเหล่านี้มักมาจากการฉีดเมโสปลอมที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์หรือฮอร์โมนครับ หากคนไข้มีอาการลักษณะนี้ แนะนำให้รีบรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อ หรือปรึกษาแพทย์เพื่อจะได้รักษาอย่างตรงจุด
หลังฉีดเมโสหน้าใส หน้าจะช้ำเขียวไหม ?
อาการเขียวช้ำหลังฉีดเมโส สามารถเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในเคสที่ผิวบาง ผิวช้ำง่าย หรือผิวขาว แต่อาการช้ำสามารถหายเองได้ในช่วง 2-3 วันครับ
เมโสหน้าใสแบบทา ได้ผลจริงไหม ?
เมโสหน้าใสแบบทาที่เราเห็นทั่วไปตามอินเทอร์เน็ต ส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบครีมบำรุงหรือเซรั่มหน้าใส ซึ่งจะให้ผลเหมือนการทาครีมบำรุงทั่วไปครับ ต้องใช้ระยะเวลาและความสม่ำเสมอ อีกทั้งประสิทธิภาพจะต่างจากเมโสหน้าใสแบบฉีดมาก
สรุป ฉีดเมโสหน้าใส ตัวช่วยกู้ผิวสวย ทันใจ
การฉีดเมโสหน้าใส ถือเป็นวิธีกู้ผิว ที่สามารถเห็นผลได้ดีและเร็วครับ เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คนไข้มีสุขภาพผิวหน้าที่แข็งแรง ขาวใส เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลเร่งด่วน อีกทั้งยังเป็นหัตถการที่ปลอดภัย หากคนไข้สนใจฉีดเมโสหน้าใส ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินปัญหาผิวหน้าก่อนว่าเหมาะกับตัวยาสูตรใด เพื่อความคุ้มค่าและผลลัพธ์เป็นไปตามที่คาดหวังครับ





