
ปากแห้งแตก ขาดวิตามินอะไร ?
ปากแห้งแตก ขาดวิตามินอะไร ? มีวิตามินหลาย ๆ ตัวครับที่จำเป็นต่อร่างกาย หนึ่งในนั้นคือ วิตามินบี ซึ่งแบ่งแยกย่อยได้หลายชนิด ตั้งแต่วิตามินบี 1 บี 2 บี 3 บี 5 บี 6 บี 7 บี 9 และ บี 12 โดยวิตามินตัวสำคัญที่ถ้าขาดไปจะส่งผลให้เกิดปัญหาปากแห้งแตก คือ วิตามินบี 2, 3 และ 6 รวมถึงวิตามินซี, วิตามินอี และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น เหล็ก และซิงค์
สารบัญ ปากแห้งแตก ขาดวิตามินอะไร
ปากแห้งแตก ขาดวิตามินอะไร ?
ตามที่หมอเกริ่นไปข้างต้นครับว่า ปัญหาปากแห้งแตก เกิดจากการที่ร่างกายขาดวิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี ธาตุเหล็ก และซิงค์ ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นได้เอง จำเป็นต้องได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
แต่ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ตลอดจนไลฟ์สไตล์การกินที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้หลายคนต้องเจอกับภาวะที่ร่างกายขาดวิตามิน เช่น ปากแห้งแตก ปากลอกเป็นขุย เป็นแผล ซึ่งเป็นอาการที่แสดงให้รู้ว่าถึงเวลาที่ต้องใส่ใจกับริมฝีปากของตัวเองเพิ่มขึ้น หากอยากมีริมฝีปากสวย ดูสุขภาพดี

ความสำคัญของวิตามินที่ช่วยบำรุงริมฝีปาก
มาดูความสำคัญของวิตามินแต่ละตัว รวมถึงอาหารที่ควรรับประทาน เพื่อบำรุงริมฝีปากแห้งแตกให้กลับมาชุ่มชื้นกันครับ
1. วิตามินบี 2 (Riboflavin) ช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อในช่องปาก ทำให้ริมฝีปากและเยื่อบุช่องปากแข็งแรง ลดอาการปากแห้งแตก พบได้นม โยเกิร์ต ไข่ เนื้อสัตว์ ตับ ปลา ถั่วต่าง ๆ ผักใบเขียว และธัญพืช
2. วิตามินบี 3 (Niacin) ช่วยในการไหลเวียนของเลือดที่ริมฝีปาก ทำให้ริมฝีปากชุ่มชื้น และช่วยในการสร้างคอลลาเจน พบได้ในเนื้อไก่ เนื้อวัว ปลา ถั่ว เมล็ดทานตะวัน อะโวคาโด และธัญพืชไม่ขัดสี
3. วิตามินบี 6 (Pyridoxine) ช่วยในการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ ลดการอักเสบ และช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี พบได้ในกล้วย มันฝรั่ง ถั่วลิสง ปลา เนื้อไก่ ธัญพืช และผักใบเขียว

4. วิตามินซี (Vitamin C) ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวบริเวณริมฝีปากให้แข็งแรง ไม่หมองคล้ำ พบได้ในพริกหวาน ผักคะน้า บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ถั่วลันเตา มะระ มะเขือเทศฝรั่ง มะขามป้อม ส้ม กีวี สตรอว์เบอร์รี และมะละกอ
5. วิตามินอี (Vitamin E) มีคุณสมบัติกักเก็บความชุ่มชื้นและมีสารต้านอนุมูลอิสระเสริมเกราะป้องกันผิวทำให้ผิวเนียนนุ่ม พบได้ในไข่ พืช ผัก ผลไม้ อาหารจำพวกถั่ว น้ำมันที่มีส่วนผสมของถั่ว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันมะกอก น้ำมันดอกทานตะวัน
6. เหล็ก (Iron) ช่วยในการลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ รวมถึงเซลล์ผิวที่ริมฝีปาก ทำให้เนื้อเยื่อริมฝีปากได้รับสารอาหารเพียงพอ ลดอาการแห้งแตก และช่วยในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหาย พบได้ในเนื้อแดง ตับ ไข่แดง ผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักโขม คะน้า ถั่วต่าง ๆ งา เมล็ดฟักทอง และธัญพืช
7. ซิงค์ (Zinc) มีบทบาทสำคัญในการสร้างคอลลาเจนและการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของริมฝีปาก เร่งการหายของแผลและรอยแตก รวมถึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ผิวหนัง พบได้ในอาหาร เช่น หอยนางรม เนื้อวัว ไก่ ปู กุ้ง เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน ถั่วต่าง ๆ ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม
ลักษณะอาการปากแห้ง เป็นอย่างไร ?
ปากแห้งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวบริเวณนี้มีความพิเศษต่างจากผิวหนังส่วนอื่น คือไม่มีต่อมไขมันที่ช่วยผลิตน้ำมันธรรมชาติมาหล่อเลี้ยง
เมื่อริมฝีปากขาดการดูแลที่ดี จะเริ่มมีอาการแห้งตึง และเมื่อต้องขยับปากมาก ๆ เช่น พูดคุยหรือเคี้ยวอาหาร ก็อาจทำให้เกิดรอยแตกจนมีเลือดซึมได้
ปากแห้งแตก แบบไหนอันตราย ?
ความรุนแรงของอาการปากแห้งแตกมีหลายระดับ เริ่มตั้งแต่
- ผิวริมฝีปากเริ่มลอกเป็นขุย
- เกิดรอยแตกเป็นร่อง
- แตกจนเป็นแผลเจ็บ
- ปากเป็นร่องลึก และมีเลือดออกมาก
- ริมฝีปากมีเลือดไหลซึมตลอดเวลา
- ริมฝีปากเป็นแผลไม่ยอมหาย นานเกิน 2 สัปดาห์
- อาการปากแห้งแตก เป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
- กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
ปากแห้งเบอร์ไหน ควรไปพบแพทย์ ?
อาการปากแห้งแตกไม่เพียงแต่ส่งผลต่อความสวยงามและบุคลิกภาพ แต่ยังรบกวนกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหารที่ต้องใช้ริมฝีปากสัมผัสกับอาหารโดยตรง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ดูแลรักษา แม้อาการจะดีขึ้น แต่ก็อาจทิ้งร่องรอยเป็นรอยคล้ำ ทำให้ริมฝีปากดูหมองคล้ำ และไม่สดใสได้ครับ
หรือถ้าระยะเวลานานแล้ว อาการปากแห้งแตกที่เป็นอยู่ยังไม่หาย และมีอาการรุนแรงขึ้น มีภาวะริมฝีปากอักเสบ (Cheilitis) ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราเข้าไปทางรอยแตกของริมฝีปากที่แห้ง ในกรณีนี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม
หมอแนะนำว่าไม่ต้องรอให้อาการรุนแรงถึงขนาดนั้นครับ ควรเริ่มดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะดีกว่า

ริมฝีปากแตก แห้ง ลอก เป็นเพราะอะไร ?
ปากแห้งแตก เกิดได้จากหลายสาเหตุ ดังนี้
- ขาดวิตามินและแร่ธาตุ เช่น ขาดวิตามินบี 2, บี 3, บี 6 ส่งผลต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อริมฝีปาก ขาดธาตุเหล็กและซิงค์ ทำให้ริมฝีปากขาดความแข็งแรง ขาดวิตามินอีและซี ทำให้การสร้างคอลลาเจนบกพร่อง
- อายุที่เพิ่มขึ้น ริมฝีปากจะบางลง เนื่องจากคอลลาเจนผลิตได้น้อยลง ทำให้ปากแห้ง แตกง่าย และมีริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณขอบปากชัดเจนขึ้น
- พฤติกรรมเลียริมฝีปาก การเลียปากบ่อย ๆ ทำลายชั้นไขมันธรรมชาติที่ริมฝีปาก เกิดวงจรเลียปาก-แห้ง-เลียปากซ้ำ
- สภาพอากาศเย็นและแห้ง ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ริมฝีปากแห้งได้
- ดื่มน้ำไม่เพียงพอ ร่างกายขาดน้ำส่งผลต่อความชุ่มชื้นของผิว เมื่อเซลล์ผิวขาดน้ำก็ทำให้ผิวแห้ง ปากแห้งแตกและลอก
- ผลิตภัณฑ์ลิปสติก สารเคมีในลิปสติก การใช้ลิปสติกหมดอายุ หรือใช้ลิปสติกคุณภาพต่ำ อาจเกิดการระคายเคือง ทำให้ริมฝีปากแห้ง

- การแพ้ยาสีฟัน สารโซเดียมลอริลซัลเฟตในยาสีฟัน สารแต่งกลิ่นในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปาก รวมถึงในน้ำยาบ้วนปากที่มีแอลกอฮอล์ อาจทำให้เกิดการแพ้ และทำให้ปากแห้งได้
- ผลข้างเคียงจากยา เช่น ยาแก้แพ้ ยารักษาสิว ยาต้านอาการซึมเศร้า ยาลดความดันโลหิต ยาเคมีบำบัด อาจทำให้ริมฝีปากแห้งแตก
- โรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง โรคผิวหนังอักเสบ โรคภูมิแพ้ตัวเอง ส่งผลให้ริมฝีปากแห้งแตก ระคายเคือง
- ปัจจัยทางพันธุกรรม ผิวแห้งหรือแพ้ง่ายตามกรรมพันธุ์ มีแนวโน้มทำให้เกิดปัญหาริมฝีปากแห้งแตกได้ง่าย
How to ทำอย่างไรไม่ให้ปากแห้ง ?
วิธีดูแลรักษา แก้ปากแห้งแตก ทำได้หลายวิธี และอาจต้องทำหลายวิธีควบคู่กันครับ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
- เสริมด้วยวิตามิน ควรรับประทานที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะวิตามินบี 2, บี 3, บี 6, อี และซี ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมและบำรุงริมฝีปาก
หากต้องการเสริมด้วยวิตามินในรูปแบบอาหารเสริม (Supplement) หรือโปรแกรมดริป ด้วยวิตามิน (ควรให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน)
- ฉีดฟิลเลอร์ ปากเป็นอีกตำแหน่งฉีดฟิลเลอร์ยอดนิยม การฉีดฟิลเลอร์ปาก ช่วยแก้ปัญหาปากแห้งแตกได้ครับ ฉีดฟิลเลอร์ปากยี่ห้อไหนดี ? ถ้าต้องการเติมปากชุ่มชื้น กลบร่องปาก หมอแนะนำเป็น Juvederm Volite, Restylane Vital Light, Belotero Revive, Definisse Touch ช่วยให้ปากดูสุขภาพดี อมชมพู หลังทำเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที

นอกจากเติมปากชุ่มชื้นแล้ว ฟิลเลอร์ปากยังสามารถฉีดปรับทรงปาก เช่น ปากกระจับ ปากเกาหลี ปากสายฝอ มีฟิลเลอร์หลายยี่ห้อ หลายรุ่น และมีรุ่นที่พัฒนาออกมาเพื่อฉีดปรับทรงปากโดยเฉพาะ เช่น Restylane Kysse และ Belotero Lips ให้เลือกครับ



ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
การเลือกฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? มีความสำคัญครับ เพราะถ้าเลือกชนิดของฟิลเลอร์ไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด เช่น ใช้ฟิลเลอร์ที่มีความแข็งและเหนียวค่อนข้างมาก นำมาใช้ฉีดบริเวณปาก หลังฉีดฟิลเลอร์ปากอาจจับตัวเป็นก้อนได้ หรือฉีดผิดชั้นผิว นำฟิลเลอร์ที่ควรฉีดในผิวชั้นลึกมาฉีดในผิวชั้นตื้น ก็เสี่ยงฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นก้อนได้อีกเช่นกัน
แล้วจะเลือกคลินิกอย่างไร ? คลินิกที่ปลอดภัยนอกจากเป็นคลินิกที่ได้มาตรฐานแล้ว ยังมีอะไรอีกบ้าง ? ดูคลิปด้านล่างเพิ่มเติมได้ครับ จะได้ตัดสินใจได้ไม่พลาด
ในการฉีดฟิลเลอร์ปาก ไม่ใช่ก็ฉีดได้ครับ ต้องเป็นแพทย์ที่มีความรู้เกี่ยวกับฟิลเลอร์ มีประสบการณ์และรู้เทคนิคการฉีด ฉีดตรงตำแหน่ง ถูกชั้นผิว และใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. รุ่นฟิลเลอร์ที่เหมาะกับผิวบริเวณริมฝีปากของแต่ละบุคคล
- หลีกเลี่ยงการเลีย ดึง กัด แกะ ลอกริมฝีปาก เพราะจะยิ่งทำให้ริมฝีปากสูญเสียความชุ่มชื้น ปากแห้ง และเป็นแผลเลือดออกได้
- ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว จิบระหว่างวัน ป้องกันร่างกายขาดน้ำ และรักษาความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งรวมถึงผิวบริเวณริมฝีปากไม่ให้แห้งแตก
- สครับริมฝีปาก ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอกออก ทำให้ปากเนียนนุ่ม ไม่หมองคล้ำ
- ทาลิปมัน เพื่อเคลือบริมฝีปากให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้ามีคุณสมบัติช่วยกันแดดด้วยจะยิ่งเสริมประสิทธิภาพในการบำรุงริมฝีปากให้ดียิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ก่อเกิดการระคายเคืองริมฝีปาก ซึ่งส่วนมากจะมีส่วนผสมของน้ำหอม สารแต่งกลิ่นและรส เมนทอล การบูร ยูคาลิปตัส
สรุป ปากแห้งแตก ไม่ใช่แค่ขาดวิตามิน
จะเห็นว่าปัญหาปากแห้งแตก นอกจากขาดวิตามินแล้ว ยังมีอีกหลายสาเหตุครับที่ทำให้ปากแห้ง ถ้าหากมีอาการไม่ควรปล่อยไว้ครับ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจแล้ว ยังอาจลุกลามรุนแรงขึ้นได้ ปัจจุบันวิธีแก้ปากแห้งแตกมีหลายวิธี ทั้งวิธีที่ทำได้เองในชีวิตประจำวัน หรือถ้าต้องการผลลัพธ์เร่งด่วนก็สามารถเลือกใช้วิธีทางการแพทย์ อย่างการฉีดฟิลเลอร์ปาก ที่สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันทีหลังทำครับ