
ฉีดชาแนล โปรแกรมบำรุงผิว
สำหรับใครที่ต้องการบูสต์ผิวให้ฉ่ำวาวตามเทรนด์งานผิวกระจก (Glass Skin) การฉีดชาแนลก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมครับ
การฉีดชาแนล คืออะไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง ? แตกต่างจากการฉีดเมโสหน้าใสตัวอื่น ๆ อย่างไร ? กี่วันเห็นผล ต้องทำกี่ครั้ง ? ผลลัพธ์แตกต่างจากงานผิวตัวอื่น ๆ ไหม ? หมอสรุปให้ครับ
สารบัญ ฉีดชาแนล
ฉีดชาแนล คืออะไร ?
ฉีดชาแนล (Chanel Injection) หรือเมโสชาเนล (Meso Chanel) คือ โปรแกรมบำรุงผิวให้ขาวใส ชุ่มชื้น ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีครับ ซึ่งชาแนลไม่ใช่ชื่อของตัวยาที่ใช้ฉีด แต่เป็นการตั้งชื่อด้วยเหตุผลทางการค้า เพื่อให้ติดหูและสื่อถึงการบำรุงผิวระดับพรีเมียมครับ เพราะชื่อคล้ายกับ Luxury Brand เครื่องสำอาง สกินแคร์ และน้ำหอม
ตัวยาที่ใช้ในคลินิกแต่ละแห่ง ก็แตกต่างกันออกไป ที่นิยมใช้จะเป็น Filorga, NCTF140, L’ebss และมีอีกหลากหลายสูตรครับ
ตัวอย่างยาที่นิยมใช้ในโปรแกรมฉีดชาแนล


Filorga NCTF 135 HA (ซ้าย) และ L’ebss (ขวา)
ที่ V Square Clinic ฉีดชาแนลใช้ Filorga NCTF 135 HA สูตรพรีเมียมบำรุงผิวจากฝรั่งเศส (กล่องแดงในรูปภาพครับ) มีจุดเด่นที่สามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์สูงถึง 35% ช่วยฟื้นฟูผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน และขาดความยืดหยุ่น ให้มีสุขภาพดีได้

ข้อควรรู้ : เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) เป็นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่าง ๆ ในชั้นผิว เช่น เส้นใยคอลลาเจน เส้นใยอิลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิก ซึ่งช่วยให้โครงสร้างผิวหนังแข็งแรง มีความยืดหยุ่น ตึงกระชับ และกักเก็บความชุ่มชื้น
ฉีดชาแนลมีส่วนผสมอะไรบ้าง ?
การฉีดชาแนลสูตร Filorga NCTF 135 HA มีส่วนผสมหลักเป็นไฮยาลูโรนิก แอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) และอาหารผิวต่าง ๆ เช่น กรดอะมิโน วิตามิน-แร่ธาตุ โคเอนไซม์ และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งแต่ละตัวช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิว ได้ดังนี้
- ไฮยาลูโรนิก แอซิด ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวยืดหยุ่น อิ่มน้ำ และฉ่ำวาว
- กรดอะมิโน ช่วยกระตุ้นการสังเคราะห์ให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินเพิ่มขึ้น
- วิตามิน-แร่ธาตุ ช่วยการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ที่สำคัญ
- โคเอ็นไซม์ ช่วยส่งเสริมการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์
- กลูตาไธโอน ช่วยกำจัดสารอนุมูลอิสระในร่างกาย ลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย

ฉีดชาแนลแตกต่างจากเมโสหน้าใสอื่น ๆ อย่างไร ?
โปรแกรมฉีดชาแนลนั้นจัดเป็นเมโสหน้าใส (Mesotheraphy) รูปแบบหนึ่งครับ ซึ่งเป็นการนำสารอาหารและวิตามินมาฉีดเข้าสู่ผิวชั้นกลาง หรือผิวชั้นหนังแท้ (Dermis) โดยตรง เพื่อให้ออกฤทธิ์ได้ไว ช่วยฟื้นฟูและบำรุงผิวอย่างตรงจุด เห็นผลเร็วกว่าการทาครีม

จุดแตกต่างของการฉีดชาแนลและเมโสหน้าใสตัวอื่น ๆ คือ ส่วนผสม และการแก้ปัญหาผิวครับ ซึ่งเมโสหน้าใสแต่ละยี่ห้อ ช่วยแก้ปัญหาผิวอะไรบ้าง หมอสรุปให้ครับ
- MADE Collagen ช่วยขับสารพิษตกค้างในผิว ลดการอักเสบ และฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรง เลือกฉีดมาเด้คอลลาเจนดีไหม ? อ่านเพิ่มเติมได้ครับ
- Revs เพิ่มความชุ่มชื้น และความยืดหยุ่นให้กับผิว ปรับสีผิวให้กระจ่างใส
- Neo Glutanex Glow บำรุงให้ผิวชุ่มชื้น ลดริ้วรอย ฝ้า กระ หลุมสิว กระชับรูขุมขน
- Tensonez ปรับผิวให้กระจ่างใส ดูสม่ำเสมอ ลดปัญหาฝ้าบนใบหน้า
- Alpha Arbutin เน้นลดฝ้าโดยตรง สามารถช่วยลดกระ จุดด่างดำได้

อ่านบทความเพิ่มเติม : ฉีดเมโสหน้าใส ทางลัดฟื้นฟูและบำรุงผิวให้กระจ่างใส ดูสุขภาพดี
ฉีดชาแนล ช่วยอะไร เหมาะกับใครบ้าง ?
การฉีดชาแนลช่วยแก้ปัญหาผิวได้ในหลายด้าน เช่น ผิวแห้ง ผิวหมองคล้ำ หรือรูขุมขนกว้าง จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิว หรือคาดหวังผลลัพธ์ ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ต้องการฟื้นฟูผิวให้อิ่มน้ำ ฉ่ำวาว Glass Skin
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ ผิวหน้าโทรม ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง
- ผู้ที่มีหลุมสิวตื้น ๆ รอยแผลเป็นจากสิว หรือรูขุมขนกว้าง
- ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวให้กระจ่างใส เปล่งปลั่ง มี Skin Radiance ผิวดูมีออร่า
- ผู้ที่ต้องการให้ผิวยืดหยุ่น เต่งตึง และเรียบเนียน ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ บนผิว
- ผู้ที่ต้องการเสริมความแข็งแรงให้ผิว ต้านอนุมูลอิสระจากแสงแดด และมลภาวะ
ทุกเรื่องที่ควรรู้ ก่อนฉีดชาแนล
ฉีดชาแนลเจ็บไหม ? ฉีดกี่ครั้ง กี่วันเห็นผล และควรดูแลตัวเองก่อน-หลังอย่างไร ? สิ่งเหล่านี้เป็นข้อควรรู้สำคัญครับ เพื่อช่วยให้สามารถเตรียมตัว และดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม
ฉีดชาแนล เจ็บไหม ?
เจ็บเล็กน้อย
การฉีดชาแนลจะฉีดตัวยาลงสู่ผิวที่ความลึกเพียง 5-10 mm เท่านั้นครับ อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย หรือไม่เจ็บเลย ขึ้นอยู่กับระดับความเจ็บของแต่ละคน สามารถประคบน้ำแข็งอย่างเดียวก็เพียงพอแล้วครับ ไม่จำเป็นต้องทายาก่อนฉีด

ฉีดชาแนลกี่วันเห็นผล อยู่ได้นานไหม ควรฉีดกี่ครั้ง ?
ฉีดชาแนลสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรกครับ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3 วัน และชัดเจนใน 7-14 วัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่สภาพผิวของแต่ละคนร่วมด้วย
ในช่วงเดือนแรกหมอแนะนำให้ฉีดชาแนลต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จากนั้นฉีดทุก ๆ 2 อาทิตย์ เพื่อคงสภาพผิว ผลลัพธ์อยู่ได้ 1-2 เดือน หากฉีดต่อเนื่องก็จะช่วยให้อยู่ได้นานขึ้น หลายคนเลยนิยมฉีดชาแนลให้ครบคอร์ส 5 ครั้งครับ
การดูแลตัวเองก่อน-หลังฉีดชาแนล
การเตรียมตัวก่อนฉีดชาแนลไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษครับ ในเบื้องต้นควรให้แพทย์ช่วยประเมินก่อนว่า คนไข้มีปัญหาผิวอะไรบ้าง และควรทำหัตถการตัวไหน หากมีโรคประจำตัว ยาหรือวิตามินที่กินเป็นประจำ และประวัติทำหัตถการอื่น ๆ บนใบหน้า ก็ควรแจ้งทุกครั้ง เพื่อที่หมอจะช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมให้ครับ

ประเมินใบหน้าและสภาพผิวกับแพทย์ ก่อนฉีดชาแนล
หลังฉีดชาแนลผลข้างเคียงเหมือนกับการฉีดเมโสหน้าใสยี่ห้ออื่น ๆ คือ มีเพียงรอยแดง รอยเข็ม หรือรอยช้ำเล็กน้อยในจุดที่ฉีด สามารถหายได้เอง ไม่อันตรายครับ แนะนำให้ปฏิบัติตามทางต่อไปนี้ ก็จะช่วยให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้ดี และอยู่ได้นานขึ้น

ฉีดชาแนลที่ไหนดี ? ให้ปลอดภัย และเห็นผล
หลักการเลือกคลินิกฉีดชาแนล ก็เหมือนกับการทำหัตถการความงามตัวอื่น ๆ ครับ คนไข้ควรเลือกคลินิกที่เปิดถูกต้องตามกฎหมาย มีใบอนุญาตและป้ายชื่อสถานพยาบาลแสดงไว้ชัดเจน และทำหัตถการกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดชาแนล
นอกจากนี้ก็ควรสอบถามทางคลินิกว่าใช้ตัวยาอะไร และตรวจสอบให้มั่นใจ ว่าเป็นยาของแท้ นำเข้ามาอย่างถูกต้อง หากทางคลินิกแกะกล่องยาต่อหน้า ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ครับ
วิธีตรวจสอบตัวยา Filorga ของแท้

ฉีดชาแนลราคาเท่าไหร่ ?
ราคาฉีดชาแนลก็จะแตกต่างกันออกไปตามยี่ห้อและปริมาณที่ใช้ครับ สำหรับที่ V Square Clinic ฉีดชาแนลจะใช้ตัวยา Filorga NCTF 135 HA ราคาเริ่มต้น 9,000.- มีให้เลือกทั้งแบบรายครั้ง และแบบรายคอร์ส
ราคาฉีดเมโสหน้าใสแยกตามยี่ห้อ ที่ V Square Clinic

ฉีดชาแนลเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่ ?
ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความคาดหวังของคนไข้ครับ หากเริ่มมีปัญหาผิวแห้งกร้าน คล้ำเสีย ต้องการฟื้นฟูผิวให้สุขภาพดี ฉ่ำวาว ในระยะเวลารวดเร็ว แต่มีงบไม่มาก การฉีดชาแนลเป็นตัวเลือกที่ดีครับ
ทั้งนี้ก็ควรปรึกษากับแพทย์ร่วมด้วย เพราะในปัจจุบันมี Skin Booster ให้เลือกหลายตัวครับ ซึ่งก็มีหลักการทำงานและส่วนประกอบต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น หมอจะเปรียบเทียบหัตถการงานผิวแต่ละกลุ่มกับโปรแกรมฉีดเมโสชาแนลให้ครับ
หัตถการงานผิวกลุ่มฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว
สาร HA ที่เป็นส่วนประกอบหลักของฟิลเลอร์ มีจุดเด่นในเรื่องของการกักเก็บความชุ่มชื้นครับ จึงมีการนำฟิลเลอร์มาฉีดเป็นสกินบูสเตอร์ หรือโปรแกรมฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว เพื่อแก้ปัญหาผิวแห้ง ลอก เติมร่องริ้วรอย และหลุมสิว หรือปรับให้ผิวเรียบเนียน ฉ่ำวาว ซึ่งตัวเลือกหลายยี่ห้อครับ เช่น
- Belotero Revive ฟิลเลอร์งานผิวตัวแรกของโลก มีส่วนผสมของ HA และ Glycerol ช่วยเพิ่มคุณภาพผิว และฟื้นฟูผิวได้ถึง 4 มิติ ทั้งเรื่องความอิ่มฟู เรียบเนียน ฉ่ำวาว และผิวเด้งกระชับ
- Restylane Vital Light ฟิลเลอร์เนื้อฉ่ำ เนื้อเจลอนุภาคเล็ก มีความละเอียดที่สุด ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น แก้ปัญหาผิวขาดน้ำ ให้ผิวดูฉ่ำขึ้น
- Skinvive ฟิลเลอร์งานผิวที่ต่อยอดมาจาก Juvederm Volite เนื้อเจลมีความหนืดกว่า Restylane Vital Light เล็กน้อย ฉีดบูสต์ผิวให้ชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำและเรียบเนียน
ทั้งการฉีดชาแนลและฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวมีส่วนประกอบหลักเป็น HA เหมือนกันครับ สิ่งที่แตกต่างกันคือ การฉีดชาแนลจะใช้ Non Cross-Linked HA ที่ไม่มีการเชื่อมพันธะ จึงมีการกระจายตัวใต้ผิวได้ดีกว่า แต่ก็อยู่ได้สั้นกว่า และประสิทธิภาพการเติมเต็มผิว เช่น เติมหลุมสิว และร่องริ้วรอย ไม่ดีเท่ากับฟิลเลอร์ที่เป็น Cross-Linked HA
หัตถการงานผิวกลุ่ม Skin Rejuvenation
หากต้องการผิวฉ่ำวาว เล่นแสง และแก้ปัญหาผิวในหลาย ๆ ด้านไปพร้อมกัน ทั้งริ้วรอย หลุมสิว ผิวไม่เรียบเนียน ผิวหมองคล้ำ หรือผิวแห้งกร้าน งานผิวกลุ่มฟื้นฟูและซ่อมแซมผิว (Skin Rejuvenation) เป็นตัวเลือกที่ดีครับ ที่นิยมใช้ในปัจจุบันจะมีโปรแกรม Exosome และการฉีด Rejuran

งานผิวกลุ่มนี้และการฉีดชาแนลต่างกันที่กระบวนการทำงานครับ การฉีดชาแนลเป็นการเติมสารอาหารเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง เพื่อบำรุงและฟื้นฟูผิวให้มีสุขภาพดี แต่ Skin Rejuvenation หลังเติมตัวยาเข้าสู่ชั้นผิว จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ เพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ และเร่งกระบวนการสร้างเซลล์ผิวใหม่ จึงช่วยแก้ปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย แต่ราคาก็จะสูงกว่าฉีดชาแนล
หัตถการงานผิวกลุ่ม Collagen Biostimulator
Collagen Biostimulator หรือสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เป็นนวัตกรรมงานผิวที่กำลังถูกพูดถึงมากในช่วงนี้ครับ หลังฉีดจะเข้าไปกระตุ้นการรวมตัวกัน และเพิ่มจำนวนของเซลล์ไฟโบรบาสต์ เพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในชั้นผิวเพิ่มขึ้น ช่วยทดแทนที่ร่างกายสูญเสีย สามารถฟื้นฟูโครงสร้างผิว ลดริ้วรอยร่องลึก ปรับผิวให้แน่นกระชับ และเติม Volume ให้ใบหน้าได้ ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีหลายตัวครับ

การฉีดชาแนลจะเน้นแก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ แห้งกร้าน และเพิ่มความกระจ่างใสเป็นหลักครับ แต่กลุ่ม Collagen Biostimulator จะเด่นเรื่องการเพิ่มคอลลาเจน จึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวที่เสื่อมสภาพตามวัย เช่น ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวย้วย ผิวหลวม รวมถึงยังสามารถช่วยยกกระชับ และเติม Volume ให้ใบหน้า แก้ปัญหาแก้มตอบ ขมับตอบ และลดเหนียงจากผิวหย่อนคล้อยได้
สรุปเกี่ยวกับโปรแกรมฉีดชาแนล
โปรแกรมฉีดชาแนล หรือเมโสชาแนล เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการบูสต์ผิวแบบเร่งด่วน ให้ฉ่ำวาว เรียบเนียน และกระจ่างใส แบบ Glass Skin สามารถเห็นผลใน 14 วัน รวมถึงยังมีราคาย่อมเยากว่า เมื่อเทียบกับหัตถการงานผิวตัวอื่น ๆ อีกด้วย
สำหรับใครที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองเหมาะกับการฉีดชาแนลหรือไม่ สามารถมาส่งรูปถ่ายใบหน้ามาทาง inbox หรือจองคิว V Square Clinic ได้ครับ ประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ไม่ผ่านเซลส์