
Sculptra ราคาเท่าไหร่ และข้อควรรู้ก่อนซื้อโปรแกรม
Sculptra ราคาเท่าไหร่ คุ้มค่ากับผลลัพธ์ไหม ? สำหรับคนไข้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก ต้องการยกกระชับผิวแบบองค์รวม การฉีด Sculptra มีความคุ้มค่าครับ เพราะสามารถฟื้นฟูโครงสร้างผิวชั้นลึก และผลลัพธ์อยู่ได้นานถึง 2 ปี
ก่อนซื้อโปรแกรม Sculptra มีข้อควรระวังอะไรบ้าง ? ราคา CC กับเหมาขวด แบบไหนคุ้มค่ากว่า ? ราคาส่ง ราคาถูกแล้วดี มีจริงไหม ? ทำร่วมกับ Skin Booster ตัวไหนได้บ้าง ราคาเท่าไหร่ ? หมอสรุปให้ครับ พร้อมรีวิวผลลัพธ์หลังทำ และอัปเดตโปรโมชัน Sculptra ราคาสุดคุ้มจาก V Square Clinic
สารบัญ Sculptra ราคา
Sculptra ราคามาตรฐานอยู่ที่เท่าไหร่ ?
โปรแกรม Sculptra ราคามาตรฐานอยู่ที่ 20,000 – 30,000.-/ 1 ขวด (10 CC) แตกต่างกันออกไปตามโปรโมชันของคลินิก ประสบการณ์ของแพทย์ และปริมาณที่ใช้ครับ
ฉีด Sculptra ดีไหม ? เปิดจุดเด่นของ Sculptra ผลลัพธ์คุ้มค่าราคา
แม้ว่า Sculptra ราคาจะค่อนข้างสูงกว่า Skin Booster ตัวอื่น ๆ ในท้องตลอด แต่ถือเป็นตัวเลือกที่ดี และมีความคุ้มค่า เมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ครับ ซึ่งข้อดีและจุดเด่นของ Sculptra มีอะไรบ้าง ? หมอจะเจาะลึกให้ในแต่ละหัวข้อ
ผลลัพธ์ยั่งยืนและยาวนาน 2 ปี
การฉีด Sculptra ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องเติมเต็มริ้วรอยเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยยกกระชับผิว และเพิ่มคุณภาพผิวให้เต่งตึง เรียบเนียนอีกด้วยครับ เพราะหลังฉีด Sculptra จะเข้าไปกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์รวมตัวและเพิ่มจำนวนขึ้น จึงเกิดการสร้างคอลลาเจนในโครงสร้างผิวอย่างต่อเนื่อง และให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี สามารถช่วยเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

ฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง
ชั้นผิวของเรามีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบถึง 75% ทำหน้าที่ยกพยุงโครงสร้างผิว ให้ผิวอิ่มฟู แน่นกระชับ และเรียบเนียน แต่เมื่อเราอายุเพิ่มขึ้น ปริมาณคอลลาเจนในชั้นผิวจะลดลงครับ ทำให้ผิวเสื่อมสภาพ จึงเกิดเป็นปัญหาความหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก ผิวแห้งกร้านตามมา

การฉีด Sculptra สามารถชดเชยคอลลาเจนที่เสียไปได้ จึงช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาแข็งแรง ผิวเต่งตึง ยืดหยุ่น และแน่นกระชับมากขึ้น จากผลการวิจัย Sculptra สามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 1 (ประเภทที่มีมากที่สุดในชั้นผิว) ได้ถึง 66.5% ใน 3 เดือนครับ
แม้ Sculptra จะสลายไปหมดแล้ว แต่คอลลาเจนที่เคยสร้างขึ้นจะทำหน้าที่ยกพยุงโครงสร้างผิวในระยะยาว จึงช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยในอนาคตได้อีกด้วย
ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ
จุดเด่นอย่างหนึ่งของ Sculptra และงานผิวกลุ่ม Collagen Biotimulator คือ เส้นใยคอลลาเจนและอิลาสตินที่เกิดขึ้นจะมาจากร่างกายของเราเองทั้งหมด จึงให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และอยู่ได้นาน ยิ่งฉีดต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ ครับ
Sculptra VS Radiesse VS Juvelook VS Gouri
ปลอดภัย ไม่ทิ้งสารตกค้าง
สาร PLLA ใน Sculptra ผ่านกระบวนการผลิตที่จดสิทธิบัตรเฉพาะของบริษัท Galderma ได้เป็นอนุภาค PLLA-SCA ที่ฉีดเข้าชั้นผิวได้อย่างปลอดภัย และมีประสิทธิภาพครับ สกัดจากพืช สามารถย่อยสลายได้เอง โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง ผ่านการรับรองจาก U.S. FDA รวมถึงยังมีประวัติการใช้ Sculptra ในทางการแพทย์ เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมาตั้งแต่ปี 1999 มีงานวิจัยรองรับกว่า 50 ฉบับ
สรุปแล้ว Sculptra ราคาที่จ่ายไป เมื่อเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ ถือว่าคุ้มค่าครับ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูเป็นธรรมชาติและยั่งยืน ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจฉีด คนไข้ควรศึกษาข้อมูลให้ถี่ถ้วน และปรึกษากับแพทย์ร่วมด้วย
Sculptra เหมาะกับใครบ้าง ?
- ผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป มีปัญหาริ้วรอย ขมับตอบ แก้มตอบ ใบหน้าโทรม
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ แก้มห้อย มีเหนียงใต้คาง
- ผู้ที่ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวย้วย ผิวหลวม มีปัญหาทำเครื่องยกกระชับแล้วผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน
- ผู้ที่มีริ้วรอยตื้น ๆ และริ้วรอยร่องลึก สังเกตเห็นได้ชัดเจน เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก
- ผู้ที่อยากมีผิวหน้าอ่อนเยาว์ ผิวเด้ง และชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต


ข้อควรรู้ : ในคนไข้บางกลุ่มที่ทำเครื่องยกกระชับแล้วไม่ค่อยเห็นผล หรืออยู่ได้ไม่นาน อาจมีสาเหตุมาจากคอลลาเจนในชั้นผิวลดลงในปริมาณมาก เกิดช่องว่างในชั้นผิวเยอะ ผิวหลวมครับ หากฉีด Sculptra ร่วมด้วย ก็จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นได้
ทำ Sculptra ตำแหน่งไหนได้บ้าง แต่ละตำแหน่งใช้เท่าไหร่ ?
Sculptra นิยมฉีดบริเวณใบหน้าเป็นหลัก เพื่อฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมครับ ซึ่งจะฉีดบริเวณขมับ หน้าแก้ม และกรอบหน้า แต่ไม่แนะนำให้ฉีดบริเวณ T-Zone

นอกจากนี้ก็สามารถฉีด Sculptra Body เพื่อฟื้นฟูผิวกาย ที่มีปัญหาหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ เช่น หลังมือ หัวเข่า หน้าท้อง สะโพก ต้นแขน ต้นขา ซึ่งจะใช้ตัวยาเดียวกัน แต่แตกต่างกันที่ปริมาณครับ
สำหรับปริมาณ Sculptra ที่ต้องใช้ในแต่ละตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ และปัญหาผิวของคนไข้ร่วมด้วย โดยทั่วไปแล้วมีรายละเอียด ดังนี้
- ใบหน้า ครั้งละ 10 CC ขึ้นไป ในกรณีที่มีริ้วรอยมากอาจใช้ถึง 20 CC
- คอ ลำคอ ครั้งละ 10 CC ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความหย่อนคล้อย
- แขนและขา ใช้ 5-10 CC ต่อข้าง รวมเป็น 10-20 CC ต่อครั้ง
- หลังมือ ผิวมือ ใช้ 2-3 CC ต่อข้าง รวมเป็น 4-6 CC ต่อครั้ง
- เข่า หัวเข่า ใช้ 2-3 CC ต่อข้าง รวมเป็น 4-6 CC ต่อครั้ง
- ก้น สะโพก ครั้งละ 5-10 CC ต่อข้าง ในกรณีที่ต้องการผิวอิ่มฟูชัดเจน ใช้ 10-20 CC ต่อข้าง
ในการฉีด Sculptra ทุกตำแหน่งยังแบ่งเป็นหลาย Session (แนะนำให้ฉีด 2-3 Session) แต่ละ Session อาจใช้ปริมาณไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของร่างกายในแต่ละครั้งร่วมด้วยครับ
Sculptra ราคาส่ง ราคาถูกแล้วดี มีจริงไหม ?
หมอขออธิบายแบบนี้ โดยทั่วไป Sculptra และตัวยาอื่น ๆ ที่ได้มาตรฐาน ผ่านอย.ไทย เช่น ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ เมโสหน้าใส จะมีบริษัทที่ขึ้นทะเบียนนำเข้ามาแบบถูกกฎหมาย ขายให้แค่คลินิกความงามและแพทย์เท่านั้นครับ ซึ่งถ้าเป็นหมอกระเป๋า หรือคนทั่วไปจะไม่สามารถซื้อได้เอง
Sculptra ราคาส่งแบบเหมาหลายขวด หรือราคาถูกมาก ๆ ตามอินเทอร์เน็ต จึงเป็นของปลอม ยาหิ้วที่ไม่ได้มาตรฐานครับ หลังฉีดนอกจากจะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีแล้ว ยังเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงอันตรายอีกด้วย เช่น ผิวเป็นก้อน ไม่เรียบเนียน หน้าพัง ทางที่ดีคนไข้ควรเลือกฉีด Sculptra ราคามาตรฐาน ภายในคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือครับ
วิธีเช็ก Sculptra ของแท้ ก่อนฉีด
อย่างที่หมอได้อธิบายไปว่า Sculptra ราคาถูกมาก ๆ เสี่ยงเป็นของปลอม แต่ราคาแพงก็ไม่ได้การันตีความปลอดภัยครับ ดังนั้นไม่ว่าจะฉีดที่ไหน ฉีดกับใคร คนไข้ก็ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ นำเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย และแพทย์ผ่านการอบรมขั้นตอนการผสมยาและการฉีด Sculptra ที่ถูกต้อง
วิธีตรวจสอบ Sculptra ของแท้

- มีสติกเกอร์โมโนแกรมพร้อมชื่อแบรนด์อยู่บนกล่อง ซึ่งกล่องต้องไม่มีรอยฉีกขาด ไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
- มีสัญลักษณ์ลายน้ำ S นูนหน้ากล่อง สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เมื่อสัมผัสแล้วจะรู้สึกว่าตัวอักษรมีความนูนได้ชัดเจน
- มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทยติดอยู่ข้างกล่อง มีระบุเลข lot. วัน/เดือน/ปีที่ผลิต ที่ตรงกับฉลากหน้ากล่อง
- ขวดสุญญากาศ ด้านในเป็น PLLA Powder ไม่มีของเหลวผสม และฝาขวดด้านบนจะมีลักษณะเป็นจุกยาง ไม่มีรอยแกะ รอยขาด หรือรอยเจาะที่บ่งบอกถึงการใช้งานมาก่อน
- สแกน QR Code ผ่านแอป eZTRacker เพื่อตรวจสอบได้ เมื่อสแกนแล้วระบบจะขึ้นข้อมูลของสินค้า ทั้งหมายเลขสินค้า วันผลิต และวันหมดอายุ ซึ่งจะต้องตรงกันกับเอกสารข้างกล่อง
Sculptra แบบ CC กับเหมาขวด แบบไหนคุ้มค่ากว่า ?
Sculptra ราคาแบบยกขวดคุ้มค่ากว่าแบบแบ่งขาย CC
ผลการวิจัย และข้อมูลอ้างอิงจากบริษัทผู้ผลิตตัวยา พบว่าการใช้ Sculptra ยกขวด (10 CC)/ช่วงอายุคนไข้ 10 ปี เช่น คนอายุ 40 ปี ก็ใช้ 4 ขวด (40 CC) จะเป็นปริมาณที่พอดี และเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนครับ
ดังนั้นหมอจึงแนะนำให้ซื้อโปรแกรม Sculptra ราคาแบบเหมาขวด (10 CC) เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้โดสยาที่เหมาะสม และยังตรวจสอบแหล่งที่มาของยาได้ง่ายกว่าแบบแบ่งขาย CC อีกด้วย

Sculptra รีวิวจากผู้ใช้จริง
ผลลัพธ์หลังฉีด Sculptra แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคนไข้ร่วมด้วย แต่หากฉีดกับแพทย์ที่ผ่านการอบรม ใช้ตัวยาของแท้ ในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกครับ
รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Sculptra ตำแหน่งต่าง ๆ ที่ V Square Clinic


*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย
นอกจากนี้ Sculptra ยังสามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาผิวและใบหน้าได้อย่างครอบคลุม เช่น ฟิลเลอร์ ร้อยไหม ซึ่งในการวางแผนและเรียงลำดับ ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์
รีวิวผลลัพธ์หลังฉีด Sculptra ร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ที่ V Square Clinic

*ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย


Sculptra ทำร่วมกับงานผิวตัวไหนได้บ้าง ? ราคาเท่าไหร่ ?
จากรีวิวที่คนไข้ได้ดูไปก่อนหน้านี้ จะเห็นว่า Sculptra สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ครับ รวมถึงยังนิยมทำร่วมกับ Skin Booster ตัวอื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น คนไข้อาจเลือกฉีด Sculptra เพื่อฟื้นฟูผิวให้แน่น ยกกระชับใบหน้าที่หย่อนคล้อย แต่หากต้องการผิวอิ่มน้ำ ฉ่ำโกลว์แบบ Glass Skin ร่วมด้วย ก็สามารถทำร่วมกับโปรแกรม Skin Booster เหล่านี้ได้ครับ ซึ่งหัตถการแต่ละตัวจะมีจุดเด่นอย่างไร ราคาเท่าไหร่ หมอสรุปให้ครับ
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับสภาพผิว
โปรแกรมฟิลเลอร์ปรับสภาพผิวช่วยเติมน้ำให้ผิวโดยตรง ปรับผิวให้อิ่มฟู ฉ่ำวาว และยังเติมร่องริ้วรอย หลุมสิวได้อีกด้วยครับ ซึ่งจะเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่โมเลกุลบางเบา เนื้อเจลละเอียดคล้ายน้ำ ที่นิยมใช้จะมี Belotero Revive, Restylane Vital Light, และ Skinvive (พัฒนามาจาก Juvderm Volite) เหมาะกับผู้ที่มีความมันส่วนเกินบนใบหน้า ต้องการให้ผิวชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง เรียบเนียน ดูสุขภาพดี
- ส่วนประกอบสำคัญ : ไฮยาลูโรนิก แอซิดแบบเชื่อมพันธะ (Cross-Linked HA)
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ : เห็นการเปลี่ยนแปลงทันทีหลังฉีด เข้าที่ใน 7-14 วัน อยู่ได้นาน 6-12 เดือน (ขึ้นอยู่กับรุ่น)
- คำแนะนำในการทำ : ฉีดซ้ำทุก 6-12 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์
- ราคา : ประมาณ 14,000.-/ 1 CC (1 ไซริงค์ = 1 CC)
โปรแกรมเมโสหน้าใส
โปรแกรมเมโสหน้าใส เป็นการนำวิตามินและแร่ธาตุมาฉีดเข้าสู่ชั้นผิวโดยตรง เพื่อให้ออกฤทธิ์ได้ดี จึงช่วยฟื้นฟูผิว เพิ่มความกระจ่างใส ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ ในเวลาที่รวดเร็ว ซึ่งก็มีด้วยกันหลายยี่ห้อครับ ตัวที่หลายคนคุ้นหูที่สุดจะเป็นการฉีดมาเด้คอลลาเจน ช่วยขับสารพิษ ฟื้นฟูผิวแพ้ง่าย แต่ถ้าต้องการผิวชุ่มชื้น ฉ่ำวาว จะนิยมฉีด Filorga และ REVS ที่มีส่วนผสมของ HA
- ส่วนประกอบสำคัญ : วิตามิน สารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ แตกต่างกันตามยี่ห้อที่ใช้
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ : เห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3 วัน ผลลัพธ์เต็มที่ 7-14 วัน อยู่ได้นาน 1-2 เดือน
- คำแนะนำในการทำ : ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งในช่วงเดือนแรก เพื่อปรับสภาพผิว หลังจากนั้นฉีด 1 ครั้ง ทุก 2 สัปดาห์ เพื่อคงสภาพผิว
- ราคา : 2,500 – 9,000.-/ 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับยี่ห้อที่ใช้
อ่านบทความเพิ่มเติม : โปรแกรมฉีดเมโสหน้าใส ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างไร ? มีกี่ยี่ห้อ ?


Filorga NCTF 135 HA (ซ้าย) – REVS NCFS 140HPN (ขวา)
โปรแกรม Rejuran
หลายคนที่ต้องการมีผิวฉ่ำวาวเล่นแสง ดูกระจ่างใส มี Skin Radiance คงจะคุ้นหูกับโปรแกรม Rejuran กันมาบ้างครับ เป็นการฉีดสาร Polynucleotide (PN) ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายของเรา หลังฉีดจะเร่งกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว กระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ จึงสามารถแก้ปัญหาผิวได้ในหลายด้าน เช่น เพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มความกระจ่างใส เติมริ้วรอยและหลุมสิวตื้น ๆ หรือลดฝ้า กระ
- ส่วนประกอบสำคัญ : Polynucleotide (PN) บริสุทธิ์ สกัดจากชิ้นส่วน DNA ปลาแซลมอนในทะเลธรรมชาติ
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ : เห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-5 วัน หากฉีดต่อเนื่อง ผิวจะดีขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ได้นาน 6-12 เดือน แต่ถ้าฉีดครั้งเดียวอยู่ได้ 1-2 เดือน
- คำแนะนำในการทำ : แนะนำให้ฉีด 4 ครั้ง ห่างกัน 2-3 สัปดาห์
- ราคา : 9,900.- / 2 CC (1 ไซริงค์ = 2 CC)
อ่านบทความเพิ่มเติม : Rejuran กู้ผิวคล้ำเสียจากแดด ให้กลับมาฉ่ำวาวแบบเร่งด่วน


โปรแกรม Exosome
โปรแกรม Exosome ซ่อมแซมเซลล์ผิว และชะลอความเสื่อมของผิวหนัง โดยใช้สารชีวโมเลกุลที่มีขนาดเล็กกว่าเซลล์ ประกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นกับผิวกว่า 1,000 ชนิด สกัดมาจากเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) เข้าไปกระตุ้นการทำงานภายในเซลล์ผิวหนัง สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายประการ เช่น ริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ หลุมสิว และผิวหมองคล้ำ
- ส่วนประกอบสำคัญ : สารชีวโมเลกุล ประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นกับผิว เช่น HA, Growth Factor, Peptides แตกต่างกันตามยี่ห้อที่ใช้
- ระยะเวลาของผลลัพธ์ : เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในช่วง 3-7 วัน หากทำต่อเนื่อง 5 ครั้งผลลัพธ์อยู่ได้นาน 1 ปี
- คำแนะนำในการทำ : ทำต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์จนครบ 3 ครั้ง หลังจากนั้นเว้นช่วง 1 เดือน จึงทำครั้งที่ 4 และเว้นช่วง 1 ปี จึงทำครั้งที่ 5
- ราคา : 15,000.- / 1 ครั้ง
อ่านบทความเพิ่มเติม : Exosome มีหลักการทำงานอย่างไร ? ทำตำแหน่งไหนได้บ้าง ?


ฉีด Sculptra ราคาสุดคุ้ม ประเมินใบหน้าฟรี ที่ V Square Clinic
คนไข้ที่สนใจจะฉีด Sculptra เพียงอย่างเดียว หรือทำร่วมกับหัตถการตัวอื่น ๆ V Square Clinic เป็นคลินิกความงาม ที่ให้บริการด้านการปรับรูปหน้า และดูแลผิวพรรณ เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์, โปรแกรมฉีดโบท็อกซ์, โปรแกรมสกินบูสเตอร์, และเครื่องยกกระชับ Hifu, Ulthera และ Thermage ก่อนทำหัตถการทุกเคส มีประเมินใบหน้าฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

ที่ V Square Clinic ประเมินใบหน้ากับแพทย์โดยตรง ไม่ผ่านเซลส์
โปรแกรม Sculptra ให้บริการกับแพทย์ ที่ผ่านการอบรมขั้นตอนการผสมยาและทำหัตถการจากบริษัท Galderma โดยตรงครับ ใช้ตัวยา Sculptra แกะกล่องใหม่ ตรวจสอบแหล่งที่มาได้

โปรโมชัน Sculptra ราคาพิเศษ ที่ V Square Clinic
ที่ V Square Clinic โปรแกรม Sculptra ราคาเริ่มต้น 29,000.- / 1 ขวด (10 CC) รายละเอียดโปรโมชัน ดังนี้

สรุป Sculptra ราคาคุ้มค่า บริการปลอดภัย เห็นผลจริง
นอกจากเลือก Sculptra ราคามาตรฐานแล้ว เพื่อให้ได้บริการที่ปลอดภัย และใช้ปริมาณเหมาะสมกับปัญหา ก่อนจะฉีด Sculptra ที่ไหนกับใคร คนไข้ก็ควรเช็กตัวยาให้มั่นใจว่าเป็นของแท้ ร่วมกับการตรวจสอบความน่าเชื่อของคลินิกและแพทย์ครับ ซึ่งก็สามารถดูได้จากรีวิวผลลัพธ์หลังทำ เลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก และใบรับรองการอบรมของแพทย์