
Jalor Filler ฟิลเลอร์อิตาลี ผลลัพธ์สวย ไม่เป็นก้อน
หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อ Jalor Filler มากนัก แต่ในกลุ่มแพทย์ความงาม ฟิลเลอร์ตัวนี้ถือว่าตอบโจทย์ทั้งในด้านความปลอดภัย มาตรฐานการผลิตระดับยุโรป และคุณภาพของเนื้อเจลที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ระดับพรีเมียมในตลาดครับ
บทความนี้หมอจะพาไปรู้จัก Jalor Filler ฟิลเลอร์อิตาลี อย่างละเอียด ตั้งแต่ว่าคืออะไร มีกี่รุ่น เหมาะกับใคร แตกต่างจากฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่นอย่างไร รวมถึงวิธีดูของแท้ เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนฉีดครับ

สารบัญ Jalor Filler
รู้จัก Jalor Filler ฟิลเลอร์อิตาลี คืออะไร ?
Jalor Filler (ฟิลเลอร์จาเลอร์) คือยี่ห้อฟิลเลอร์จากอิตาลีที่เด่นเรื่องเนื้อเจลมีความละเอียด ฉีดแล้วเรียบเนียน กลืนไปกับผิวได้ดีครับ ผลิตโดยบริษัท Jalor S.r.l. ที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีเจลไฮยาลูโรนิกคุณภาพสูง ปลอดภัยภายใต้มาตรฐาน EU GMP (Good Manufacturing Practice) และได้รับการรับรอง CE Certification
ในประเทศไทย ฟิลเลอร์ Jalor ได้รับการนำเข้าโดยตรงจากบริษัท Key Aesthetics ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้มั่นใจได้ในความปลอดภัยครับ
อยากรู้จัก “ฟิลเลอร์” มากขึ้นใช่ไหม ? อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ คลิกเลย!
Jalor Filler ใช้เทคโนโลยีอะไรในการผลิต ?
Jalor Filler ผลิตด้วยเทคโนโลยี Multi Chain Matrix (MCM) จากอิตาลี ซึ่งเป็นกระบวนการ 3 ขั้นตอนที่ช่วยให้เนื้อฟิลเลอร์มีความเสถียรสูงและปลอดภัย ได้แก่
- สร้างโครงสร้างกรดไฮยาลูโรนิก (HA) ให้สม่ำเสมอและคงตัว
- ทำให้เนื้อเจลฉีดง่าย เรียบเนียน และกระจายตัวดีในผิว
- ทำให้บริสุทธิ์และกำจัดสารตกค้าง เพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานการแพทย์
นอกจากนี้ในกระบวนการ Cross-linking ยังใช้สาร BDDE (1,4-Butanediol Diglycidyl Ether) เพื่อเชื่อมโมเลกุลของกรดไฮยาลูโรนิก ทำให้คงตัวได้ดี สลายช้าลงแต่ไม่เกิดการสะสมในร่างกาย ฟิลเลอร์จะสลายไปตามอายุการใช้งาน เฉลี่ยอยู่ที่ 6-18 เดือนครับ
Jalor Filler มีกี่รุ่น? แต่ละรุ่นต่างกันอย่างไร ?
Jalor Filler มีทั้งหมด 4 รุ่นครับ แต่ละรุ่นมีเนื้อฟิลเลอร์และคุณสมบัติที่แตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะกับจุดที่ฉีด
1. Jalor Sweet Touch

ฟิลเลอร์เนื้อเจลละเอียด ไม่แข็ง ไม่เป็นก้อน เหมาะกับการเติมเต็มริ้วรอยตื้นถึงปานกลาง เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ริมฝีปาก
- HA 23 mg/ml
- ผสม Lidocaine 0.3%
- ฉีดในชั้น Mid-Deep Dermis
- อยู่ได้นาน 6-12 เดือน
2. Jalor Sweet Kiss

เนื้อเจลหนืดแน่น เหมาะสำหรับเพิ่มวอลลุ่มริมฝีปาก คาง ขมับ หรือสร้างขอบปากให้ชัดเจน
- HA 23 mg/ml
- มี Lidocaine 0.3%
- ฉีดในชั้น Deep Dermis/Subdermal
- อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน
3. Jalor Sweet Deep

รุ่นที่มีความเข้มข้นของ HA สูงที่สุด เหมาะสำหรับปรับโครงหน้า ยกกระชับ หรือเติมเต็มคางและกรอบหน้า
- HA 25 mg/ml
- มี Lidocaine 0.3%
- เนื้อเจลหนาแน่น คงรูปดี
- อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
4. Jalor Re-Style

เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิว ช่วยปรับสภาพผิวให้ดูอิ่มฟู (Skin Booster) มากกว่าการเติมร่องลึก
- HA 18 mg/ml (Non-Crosslinked)
- ไม่มี Lidocaine
- ฉีดในชั้นผิวตื้น (Superficial Dermis)
- ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ฟื้นฟูผิวหน้า คอ หลังมือ
- อยู่ได้นาน 3-4 เดือน

แต่ละรุ่นของ Jalor Filler ถูกพัฒนาให้ตอบโจทย์จุดฉีดที่แตกต่างกัน ทั้งเติมร่องลึก ฟื้นฟูผิว หรือปรับรูปหน้า ก่อนฉีดแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อเลือกรุ่นที่เหมาะสมกับจุดที่ฉีดและความต้องการของแต่ละบุคคลครับ
เปรียบเทียบ Jalor Filler กับฟิลเลอร์ยี่ห้ออื่น ต่างกันยังไง ?

ปัจจุบันฟิลเลอร์มีให้เลือกหลายยี่ห้อ ทั้งจากยุโรปและเอเชีย แต่ละแบรนด์จะมีเทคโนโลยีและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไปครับ เช่น
| ยี่ห้อฟิลเลอร์ | เทคโนโลยี | จุดเด่น | อยู่ได้นาน |
|---|---|---|---|
| Jalor Filler (อิตาลี) | JMCB™ (Jalor Monophasic Cohesive Biotechnology) | เจลละเอียดแบบ Monophasic เนียนแน่น กระจายตัวดี ไม่นูนหรือเป็นก้อน | 6-18 เดือน |
| Restylane (สวีเดน) | NASHA™ / OBT™ Technology | เนื้อเจลยืดหยุ่นสูง คงรูปได้ดี เนื้อเนียนละเอียด ไม่เป็นก้อน | 6-18 เดือน |
| Juvederm (อเมริกา) | Vycross™ / Hylacross™ Technology | เจลเนียนละเอียด ยกพยุงผิวได้ดี เหมาะกับจุดที่ต้องการโครงสร้างชัด | 9-24 เดือน |
| Belotero (สวิตเซอร์แลนด์) | CPM™ (Cohesive Polydensified Matrix) | เจลแน่นแต่ยืดหยุ่นสูง กลืนเข้ากับผิวได้ดี เหมาะกับริ้วรอยตื้น | 9-12 เดือน |
| Definisse (อิตาลี) | XTR™ (Three-Dimensional Reticulation) | ยกพยุงเนื้อเยื่อดี โครงสร้างแน่น ปั้นทรงง่าย บวมน้อย | 9-18 เดือน |
| Teoxane (สวิตเซอร์แลนด์) | Preserved Network Technology (PNT) | โครงสร้าง HA ใกล้เคียงธรรมชาติสูงสุด ดูละมุนและชุ่มชื้น | 9-18 เดือน |
| Neuramis (เกาหลี) | SHAPE™ (Stabilized Hyaluronic Acid & Purified Ethanol) | เจลละเอียด ปั้นทรงง่าย คงรูปดี ราคาคุ้มค่า | 6-12 เดือน |
| Perfectha (ฝรั่งเศส) | E-Brid™ Technology | ฟิลเลอร์เนื้อนุ่ม ยืดหยุ่นดี ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว | 9-18 เดือน |
| Revolax (เกาหลี) | HEXALink™ Technology | เนื้อเจลแน่นระดับกลาง เหมาะกับการขึ้นรูปโครงหน้า | 6-12 เดือน |
| Yvoire (เกาหลี) | HICE™ (High Concentration Equalized Crosslinking) | เจลยืดหยุ่นสูง ฉีดง่าย ไม่เป็นก้อน ลดโอกาสบวม | 9-12 เดือน |
| Biohyalux (จีน) | BioBT™ (BioBalance Technology) | โครงสร้างเจลแบบ 3D Network คงตัวดี ไม่บวมน้ำ | 6-12 เดือน |
สรุป ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหน เหมาะกับใคร ?
- ต้องการยกกระชับ ยืดอายุผลลัพธ์ให้นานขึ้น เหมาะกับโครงหน้า → Juvederm (อเมริกา)
- ต้องการเน้นความยืดหยุ่น ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ → Restylane (สวีเดน)
- ต้องการเติมริ้วรอยเล็ก ใต้ตา หรือร่องตื้น ๆ ให้เนียนเรียบ → Belotero (สวิตเซอร์แลนด์)
- ต้องการยกพยุงเนื้อเยื่อแน่น กระชับผิว ไม่บวมน้ำ → Definisse (อิตาลี)
- ต้องการผิวฉ่ำ ชุ่มชื้น ดูเรียบเนียนแบบฟื้นฟูผิว → Teoxane (สวิตเซอร์แลนด์)
- เน้นราคาคุ้มค่า เหมาะกับผู้เริ่มต้นฉีดครั้งแรก → Neuramis / Revolax / Yvoire (เกาหลี)
อยากรู้ ? ฉีดฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี ? ตำแหน่งไหน ใช้ยี่ห้ออะไร คลิก!

การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ แนะนำให้เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพราะแพทย์จะช่วยวิเคราะห์ปัญหา และแนะนำยี่ห้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม รวมถึงปริมาณ CC ที่ต้องใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
Jalor Filler ฉีดจุดไหนได้บ้าง ? ใช้กี่ CC ?

Jalor สามารถใช้ได้ในหลายบริเวณของใบหน้าครับ ทั้งการปรับรูป เติมเต็ม และฟื้นฟูผิว โดยปริมาณที่เหมาะสมแต่ละตำแหน่งมีดังนี้ครับ
- ฟิลเลอร์กรอบหน้า เพื่อยกกระชับและสร้างมิติให้ใบหน้า ใช้ประมาณ 2-4 CC
- ฟิลเลอร์ขมับ เพื่อเติมเต็มขมับตอบให้ใบหน้าดูละมุน ใช้ประมาณ 2-4 CC
- ฟิลเลอร์คาง เพื่อปรับคางให้ยาวขึ้นได้สัดส่วน ใช้ประมาณ 1-2 CC
- ฟิลเลอร์แก้มส้ม เพื่อเพิ่มวอลลุ่มให้ใบหน้าดูอิ่ม ใช้ประมาณ 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ปาก เพื่อเพิ่มความอวบอิ่มและขอบปากชัด ใช้ประมาณ 1-2 CC
- ฟิลเลอร์ร่องแก้ม เพื่อเติมร่องแก้มลึก แก้ร่องน้ำหมาก ใช้ประมาณ 1-3 CC
- ฟิลเลอร์หน้าผาก เพื่อเติมให้ได้รูปโค้งเป็นธรรมชาติ ใช้ประมาณ 3-5 CC
- ฟิลเลอร์ใต้ตา เพื่อลดขอบตาดำ เติมใต้ตาลึก ตาโบ๋ ใบหน้าดูสดใสขึ้น ใช้ประมาณ 2-4 CC
ปริมาณจริงอาจแตกต่างกันไปตามปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอย่างละเอียดก่อนทำทุกครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยพอดีและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ
Jalor Filler เหมาะกับใคร ?

Jalor Filler เหมาะกับคนที่มีปัญหาใบหน้าดังนี้ครับ
- ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึก เช่น ร่องแก้ม รอยย่นมุมปาก
- ผู้ที่มีใบหน้าตอบ ขมับลึก หรือคางสั้น ต้องการปรับรูปหน้าให้สมดุล
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลลุ่มบริเวณริมฝีปาก แก้ม หรือกรอบหน้า
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้ดูชุ่มชื้น สุขภาพดีขึ้น
- ผู้ที่มองหาฟิลเลอร์เนื้อเจลละเอียด ไม่เป็นก้อน และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ
Jalor Filler อันตรายไหม ?
ฟิลเลอร์จาเลอร์ไม่อันตราย หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์แท้จากตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพราะฟิลเลอร์ตัวนี้มีมาตรฐานยุโรประดับ CE, EU GMP และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัย เห็นผลสวยอย่างเป็นธรรมชาติครับ
ผลข้างเคียงหลังฉีด Jalor Filler มีอะไรบ้าง ?
หลังฉีด Jalor Filler อาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติและหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากเลือกฉีดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ฟิลเลอร์แท้และเทคนิคที่ถูกต้อง ความเสี่ยงจากผลข้างเคียงรุนแรงจะต่ำมากครับ
หลังฉีด Jalor Filler กี่วันเห็นผล ?

หลังฉีด Jalor Filler จะเห็นผลทันทีประมาณ 70-80% และฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่ภายใน 2-3 สัปดาห์ครับ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยช่วง 2-4 วันแรก ก่อนที่ผลลัพธ์จะดูละมุนและเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อฟิลเลอร์เซ็ตตัวเต็มที่
Jalor Filler อยู่ได้นานแค่ไหน ?
โดยเฉลี่ย Jalor Filler อยู่ได้นาน 6-18 เดือน หากฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและดูแลอย่างถูกวิธี ผลลัพธ์จะคงความเป็นธรรมชาติได้นานขึ้น และสามารถเติมซ้ำได้เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายโดยไม่ต้องรอให้หมด 100% ครับ
การเตรียมตัวก่อนฉีด Jalor Filler ให้ปลอดภัย เห็นผลชัดเจน

การเตรียมผิวและร่างกายให้พร้อมก่อนฉีดฟิลเลอร์ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากอาการบวม ช้ำ และช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสวยเป็นธรรมชาติมากที่สุดครับ
- หากมีโรคประจำตัว หรือใช้ยาที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
- ควรตรวจสอบว่าใช้ฟิลเลอร์แท้ ผ่าน อย. มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฉีดเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่คุ้มค่า
- งดทำหัตถการที่กระทบต่อผิวหน้า เช่น คอร์สเลเซอร์ สครับ หรือนวดหน้า อย่างน้อย 3 วันก่อนฉีด เพื่อลดการระคายเคือง
- งดครีมหรือยาที่ผลัดเซลล์ผิว หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีกรด AHA, BHA หรือ Retinol ในบริเวณที่จะฉีด
- งดยาและวิตามิน เช่น แอสไพริน, NSAIDs, วิตามิน E, St. John’s Wort, ginkgo biloba, primrose oil, garlic, ginseng ประมาณ 3-7 วันก่อนฉีด เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำหรือเลือดออกใต้ผิว
- งดแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนฉีด เพราะมีผลต่อการไหลเวียนของเลือดและการสมานตัวของผิว
วิธีดูแลตัวเองหลังฉีด Jalor Filler ให้ผลลัพธ์ออกมาสวยและปลอดภัย

หลังฉีดฟิลเลอร์ Jalor เพื่อให้เนื้อฟิลเลอร์คงรูปได้ดีและผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น หมอแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางต่อไปนี้ครับ
✅ สิ่งที่ควรทำหลังฉีดฟิลเลอร์
- ดื่มน้ำให้มาก (ประมาณ 2–3 ลิตร/วัน) เพื่อให้กรดไฮยาลูโรนิกดูดซับน้ำและฟูตัวเต็มที่
- พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดหรือการนอนดึก
- หากมีอาการบวมเล็กน้อย ให้ประคบเย็นใน 24 ชั่วโมงแรก ช่วยลดการอักเสบและทำให้บวมยุบไวขึ้น
- สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ แต่ควรใช้น้ำอุณหภูมิห้อง
⚠️ สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงหลังฉีด Jalor Filler
- ห้ามนวด กด หรือสัมผัสแรง ๆ บริเวณที่ฉีดในช่วง 48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงความร้อน เช่น ซาวน่า การอบไอน้ำ หรืออยู่กลางแดดจัด
- งดออกกำลังกายหนัก ๆ ประมาณ 1-2 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ เพราะอาจทำให้บวมหรือช้ำมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหรือทาครีมแรง ๆ ในบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
การติดตามผลหลังฉีด
ควรเข้าพบแพทย์ตามนัดเพื่อตรวจเช็กผลลัพธ์ ประเมินการคงตัวของฟิลเลอร์ และแก้ไขจุดเล็ก ๆ ถ้าจำเป็น การดูแลโดยแพทย์จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสมดุลและสวยกลมกลืนมากที่สุดครับ
วิธีเช็กฟิลเลอร์ Jalor Filler ของแท้

ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์จาเลอร์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่ใช้มาจากแหล่งที่ถูกต้องและผ่านการรับรองจริง โดยสามารถตรวจสอบได้ดังนี้ครับ
- บรรจุภัณฑ์ต้องสมบูรณ์ ไม่ถูกเปิดมาก่อน กล่องและหลอดฟิลเลอร์ต้องอยู่ในสภาพดี ไม่มีรอยฉีกขาดหรือคราบกาว
- มีฉลากภาษาไทยและเลข อย. ที่ตรวจสอบได้จริง สามารถค้นหาเลข อย. บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อยืนยันความถูกต้อง
- เลข Lot Number ต้องตรงกันทั้งบนกล่องและหลอดฟิลเลอร์ หากไม่ตรงกัน ควรงดใช้ทันที เพราะอาจเป็นการสลับกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ปลอม
- สอบถามกับบริษัทผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ สามารถตรวจสอบเลข Lot กับตัวแทนจำหน่ายเพื่อยืนยันว่าเป็นของแท้และนำเข้าถูกต้อง
- ตรวจสอบ QR Code บนกล่อง สามารถสแกนเพื่อตรวจสอบข้อมูลการผลิตและการนำเข้าได้ทันทีจากระบบฐานข้อมูลของบริษัท
Jalor Filler ราคาเท่าไหร่ ?
Jalor Filler ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 15,900/CC ครับ ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้, จำนวน CC ที่ฉีด, เทคนิคการฉีด และราคาโปรโมชั่นในช่วงนั้น ๆ
โปรโมชั่นฟิลเลอร์ราคา ที่ V Square Clinic

รวมโปรโมชั่นพิเศษที่ V Square Clinic
เช็กราคา พร้อมโปรคุ้ม คลิกเลย!

ฉีดฟิลเลอร์ที่ V Square Clinic เห็นผล ปลอดภัย ไร้กังวล
เพราะการฉีดฟิลเลอร์ ไม่ใช่แค่ “เติมให้เต็ม”
แต่คือ “การออกแบบอย่างมีศิลปะ + ความปลอดภัยสูงสุด”


- ทุกเคสจะได้รับการประเมินและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือพนักงาน
- ใช้ฟิลเลอร์แท้ 100% นำเข้าโดยตรงจากตัวแทนจำหน่ายที่ถูกต้อง
- มีฟิลเลอร์แบรนด์ชั้นนำให้เลือกหลายแบรนด์ เพื่อตอบโจทย์ทุกปัญหาผิว
- มีรีวิวจริงจากผู้ใช้บริการ ซึ่งสะท้อนถึงความพึงพอใจและความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อคลินิก
- เปิดกล่อง แกะหลอดให้ดูต่อหน้าทุกเคส
- สามารถเอากล่องฟิลเลอร์กลับบ้าน หรือถ่ายรูปไว้ตรวจสอบภายหลังได้
- ฉีดตรงจุด เห็นผลจริง ดูเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคนิคเฉพาะของทีมแพทย์
- ประเมินใบหน้าฟรี ผ่านรูปถ่ายหรือแชท ไม่มีค่าใช้จ่าย
- หมอเป็นคนตอบเอง ไม่ผ่านเซลส์ ให้คำปรึกษาตรงไปตรงมา
- มีระบบติดตามผลหลังฉีด พร้อมนัดประเมินซ้ำฟรี เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์ตรงตามที่ตกลงไว้จริง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Jalor Filler (FAQ)
หลังฉีด Jalor Filler บวมไหม ?
โดยทั่วไปอาจมีอาการบวม แดง หรือช้ำเล็กน้อยใน 1-3 วันแรก ซึ่งเป็นปฏิกิริยาปกติของผิวต่อการฉีดฟิลเลอร์ อาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองโดยไม่ต้องใช้ยา หากต้องการลดบวมไวขึ้นสามารถประคบเย็นเบา ๆ ได้ครับ
ฉีด Jalor Filler เจ็บไหม ?
Jalor Filler มีส่วนผสมของ Lidocaine ซึ่งเป็นยาชาในตัว ทำให้ขณะฉีดรู้สึกเพียงแค่ตึงเล็กน้อยเท่านั้น นอกจากนี้แพทย์มักทายาชาก่อนเริ่มหัตถการ จึงแทบไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำครับ
Jalor Filler เหมาะกับผิวแบบไหน ?
สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว เพราะเป็น Hyaluronic Acid (HA) บริสุทธิ์ที่เข้ากันได้ดีกับร่างกาย และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ เหมาะทั้งกับคนผิวมัน ผิวแห้ง และผิวแพ้ง่ายครับ
หลังฉีด Jalor Filler แต่งหน้าได้ไหม ?
สามารถแต่งหน้าได้หลังฉีดประมาณ 24 ชั่วโมง หากไม่มีอาการบวมแดง แนะนำให้ใช้เครื่องสำอางที่อ่อนโยนและหลีกเลี่ยงการกดหรือนวดบริเวณที่ฉีด เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนครับ
Jalor Filler อยู่ได้นานเท่าไร ?
โดยเฉลี่ยอยู่ได้นานประมาณ 6-18 เดือน ขึ้นอยู่กับรุ่นที่ใช้ พื้นที่ที่ฉีด และการดูแลหลังทำ หากต้องการให้ผลอยู่ได้นานขึ้น ควรดื่มน้ำมาก ๆ และหลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น การซาวน่าหรืออบไอน้ำครับ
สรุป ฉีด Jalor Filler ดีไหม ?
สำหรับใครที่กำลังมองหาฟิลเลอร์เนื้อเจลละเอียดที่ให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ Jalor Filler ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ เหมาะกับคนที่ต้องการความเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการใบหน้าที่ดูเปลี่ยนจนเกินไป เนื้อฟิลเลอร์นุ่มละเอียด ปลอดภัย มีมาตรฐานยุโรป และสามารถสลายได้เอง
สำหรับคนไข้ท่านใดที่ยังไม่แน่ใจว่า Jalor Filler เหมาะกับคนไข้หรือไม่ สามารถเข้ามาประเมินปัญหาผิวฟรีได้ที่ V Square Clinic ทุกสาขา ปรึกษากับแพทย์โดยตรงทุกเคส ไม่ผ่านเซลส์ ไม่ขายคอร์ส ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมครับ



